ประวัติและวัตถุมงคลของพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทรวรวิหาร พระภิกษุผู้มากด้วยบารมี เหรียญดีของแม่กลอง
![]() |
| พระมหาสิทธิการทอง วัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม |
หลวงพ่อทอง วัดบ้านแหลม หรือ พระมหาสิทธิการทอง อดีตเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
พระมหาสิทธิการ(ทอง) ท่านมีนามเดิมว่า ทอง พื้นเพท่านเป็นชาวบ้านตำบลลมหวน (ปัจจุบันเป็นตำบลบ้านปรก) อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เกิดเมื่อเวันอาทิตย์ (จำเดือนไม่ได้) ปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๑๑ โยมบิดาชื่อ พลับ โยมมารดาชื่อ อ้น โดยท่านเป็นบุตรคนที่ ๔ ในจำนวนพี่น้อง ๕ คน
เมื่อเป็นเด็กโยมบิดาและโยมมารดาได้นำท่านไปฝากเรียนหนังสือไทยกับพระอาจารย์ทรัพย์ วัดจันทร์เจริญสุข ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
ปี พ.ศ. ๒๔๓๑ หลวงพ่อทองมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดบ้านแหลม ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับฉายาว่า "อินทสุวณโณ" โดยมี
พระสมณคุณ(เนตร) วัดบ้านแหลม เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอธิการทรัพย์ วัดจันทร์เจริญสุข เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระปลัดแดง(พระมหาสิทธการแดง) วัดบ้านแหลม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลักจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดบ้านแหลมเรื่อยมา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย บทสวดมนต์ และเรียนบาลีไวยากรณ์กับพระอาจารย์สุข วัดบ้านแหลม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระปลัดทอง
ปี พ.ศ. ๒๔๕๓ พระครูมหาสิทธิการแดง ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระมหาสิทธิการแดง ย้ายไปครองวัดอัมพวันเจติยาราม
ปี พ.ศ. ๒๔๕๔ พระปลัดทอง จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านแหลม และเป็นเจ้าคณะตำบล ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๔๓๖ ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๑ ไร่เศษ
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ตั้งมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ชาวบ้านเรียกกันว่า "วัดบ้านแหลม" เดิมมีชื่อว่า "วัดศรีจำปา" มีประวัติที่สันนิษฐานว่าชาวบ้านที่อพยพมาจากบ้านแหลม ได้ช่วยกับบูรณะปฏิสังขรณ์ และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดบ้านแหลม" ตามชื่อถึงฐานของตน
ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ เปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า "วัดเพชรสมุทรวรวิหาร" และใช้ชื่อนี้จวบจนปัจจุบัน
ภายในวัดมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางอุ้มบาตร ชื่อว่า "หลวงพ่อบ้านแหลม" เป็นพระพุทธปางอุ้มบาตรหล่อด้วยทองเหลือง ข้อพระกรทั้ง ๒ ข้าง ทำเป็น ๒ ท่อน สวมใส่ได้
ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนพระอุโบสถ เป็นโบราณสถานแห่งชาติ
![]() |
| วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือวัดบ้านแหลม อดีตชื่อวัดศรีจำปา |
วัดได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๐๐ มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่สามารถสืบททราบนามดังนี้
๑. หลวงพ่อเบี้ยว
๒. หลวงพ่อร่วง ที่จริงชื่อหลวงพ่ออยู่ แต่เหตุที่เรียกว่าหลวงพ่อร่วงเนื่องจากท่านเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์ดั่งพระร่วงเจ้าสมัยสุโขทัย ชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า หลวงพ่อร่วง บ้านเดิมท่านเป็นคนชาวนครศรีธรรมราช
๓. พระสนิทสมณคุณ (เนตร) เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม (ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ก่อนมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๔๕๓)
๔. พระมหาสิทธิการ(แดง) เป็นเจ้าอาวาสอยู่ก่อน ขณะที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองสมุทรสงคราม เมื่อปี พ.ศ ๒๔๔๗ ครั้นเสด็จกลับกรุงเทพฯแล้ว ได้ทรงพระราชดำริจะตั้งพระครูมหาสิทธิการ(แดง) เป็นพระราชาคณะที่พระมหาสิทธิการ แล้วให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม ที่ตอนนั้นทรุดโทรมอย่างหนัก แต่ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน
ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงแต่งตั้งพระครูมหาสิทธิการ(แดง) ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม ในปี พ.ศ. ๒๔๕๔ แล้วทรงตั้งพระครูปลัดทอง ฐานานุกรมของพระครูมหาสิทธิการ เป็นพระครูสัทธาโสภิต เจ้าอาวาสวัดบ้านแหลมองค์ต่อมา
๕. พระมหาสิทธิการ(ทอง อินทสุวณโณ) พ.ศ. ๒๔๕๔ - ๒๔๙๙
๖. พระธรรมปิฎก (สนิท เขมจารี) พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๑๔ (ย้ายไปวัดปทุมคงคา พระนคร)
๗. พระราชสมุทรโมลี (สำรวย ชุติธนโร) พ.ศ. ๒๕๑๔ - ๒๕๑๕
๘. พระราชสมุทรเมธี (ประสาน ปญฺญาทีโป) พ.ศ. ๒๕๑๕ - ๒๕๓๕
๙. พระเทพสมุทรโมลี (ประยงค์ ปิยธมฺโม) พ.ศ. ๒๕๓๕ - ๒๕๖๓
๑๐. พระราชสมุทรวชิรโสภณ (โสภณ ธมฺมโสภโณ) พ.ศ. ๒๕๖๓ - ปัจจุบัน
![]() |
| ภาพถ่ายพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทร(บ้านแหลม) ของภาณุ เกตุแก้ว |
หลัวจากที่หลวงพ่อทองได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้พัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถ ทั้งการสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุต่างๆ จนวัดเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ ดังที่สืบทราบดังนี้
๑. สร้างโรงครัว ๒ หลัง
๒. ได้ปฏิสังขรณ์กุฏิสงฆ์ทุกหลัง เพราะของเก่าชํารุดเสียหายมาก
๓. สร้างกุฎี ๒ ชั้น เรียกชื่อว่า "กุฎีปานแก้ว" โดยนายเต่อ นางอุ่น ปานแก้ว เป็นผู้สร้างถวาย
๔. สร้างศาลาท่าน้ำ มีช่อฟ้าใบระกาประดับกระจก ด้านเหนือน้ำ นายสาย สกุลแพทย์ เป็นผู้สร้างถวาย
๕. สร้างศาลาท่าน้ำ มีมุขกลาง ทาสี ขุนอาชีวกิจโกศล เป็นผู้สร้างถวาย
๖. สร้างศาลาท่าน้ำ มีช่อฟ้าใบระกาประดับกระจก ด้านใต้น้ำ นางละม้าย ชื่นจิตร เป็นผู้สร้างถวาย
๗. สร้างโรงเรียนปริยัติธรรม พงษ์ธรรมมุทิศ ๒ ชั้น สกุลหุ่นดี เป็นผู้สร้างถวาย
๘. สร้างโรงมหรสพสำหรับวัด สมาคมสำนักเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นผู้สร้างถาวรวัตถุ ที่มีผู้สร้างอุทิศถวายดังกล่าว ได้สร้างในสมัยพระมหาสิทธิการ (ทอง) เป็นเจ้าอาวาส
ปี พ.ศ. ๒๔๕๓ สมัยที่ยังรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านแหลม ท่านได้ตั้งโรงเรียนประจําจังหวัดขึ้น เรียกชื่อว่า "โรงเรียนแหลมวิทยาคม"
ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ ได้ตั้งโรงเรียนปริยัติธรรม แผนกธรรม ขึ้นภายในวัด โดยมีนายประเกียรติ (ลําเจียก) บุญพิทักษ์ อดีตเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม ในสมัยที่ยังอุปสมบทอยู่ที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ได้เป็นครูสอนคนแรก
ปี พ.ศ. ๒๔๖๓ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นที่พระครูสัทธาโสภิต เป็นเจ้าคณะตำบล และพระกรรมการตรวจข้อสอบนักธรรมสนามหลวง
ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ เป็นพระอุปัชฌาย์และรั้งตำแหน่งเจ้าคณะแขวงเมืองสมุทรสงคราม
ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ ท่านได้เสียสละเงินส่วนตัวซื้อที่ดินจำนวน ๔ ไร่ แล้วสนับสนุนให้ทางราชการ ก่อสร้างโรงเรียนการช่างสตรีประจำจังหวัดสมุทรสงครามขึ้นใน สถานที่ดังกล่าว ซึ่งใช้เป็นสถานที่เล่าเรียน
ในปัจจุบันได้ควบรวมกับเข้ากับโรงเรียนช่างไม้ประจําจังหวัดสมุทรสงคราม ตามนโยบายของกรมอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งเป็น "วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม"
ปี พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นเจ้าคณะแขวงเมืองสมุทรสงครามเปลี่ยนเป็นพระครูเจ้าคณะแขวงในสมณศักดิ์เดิม เป็นกรรมการตรวจข้อสอบนักสอบสนามหลวงมณฑลราชบุรี และกรรมการศึกษาประจำอำเภอเมืองสมุทรสงคราม
ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ ทางวัดได้สร้างตลาดขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นไม้สัก ๒ ชั้น จํานวน ๘๐ ห้อง ตลาดสด ๑ หลัง โรงมหรสพ ๑ หลัง สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ ๕๕,๐๐๐ บาท ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ อาคารร้านค้า และโรงมหรสพถูกเพลิงไหม้หมด
ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ สร้างบ้านพัก ๓ หลังให้เช่า ยังคงสภาพเป็นบ้านอยู่ในปัจจุบัน
ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ สร้างศาลาพักร้อน ทําด้วยไม้สัก เสาคอนกรีต ทาสีเขียว ๒ หลัง
![]() |
| ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์พระครูมหาสิทธิการทอง วัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม |
ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูมหาสิทธิการ ญาณรักขิต วิจิตรมุนี สังฆวาหะ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๓ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๓ เล่ม ๔๗ หน้า ๒๙๑๐
ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ สร้างกุฏิไม้สักชั้นเดียวยาว ๕ ห้องทาสีเขียว ๑ หลัง
ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ท่านได้มอบโรงเรียนแหลมวิทยาคม ซึ่งใช้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด แต่เดิมนั้นใช้เป็นโรงเรียนช่างไม้ประจําจังหวัดสมุทรสงคราม
ในปัจจุบันได้ควบรวมกับเข้ากับโรงเรียนการช่างสตรีประจำจังหวัดสมุทรสงคราม ตามนโยบายของกรมอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งเป็น "วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม"
![]() |
| ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์พระมหาสิทธิการทอง วัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม |
ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ เป็นพระราชาคณะ ที่ พระมหาสิทธิการ ญาณรักขิตวิจิตรมุนี สังฆปาโมกข์ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ประกาศราชกิจจานุบเบกษา วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ เล่ม ๕๕ หน้า ๔๑๖๓
ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ เนื่องจากโรงเรียนแหลมวิทยาคม ซึ่งต่อมานักเรียนมีจํานวนมากขึ้น สถานที่เรียนไม่พอแก่นักเรียน ท่านจึงได้สร้างโรงเรียนประจําจังหวัดขึ้นใหม่ใหญ่โตกว่าเก่ามาก เป็นตึกคอนกรีต ทําการเปิดเรียนสอน เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๓
โรงเรียนนี้มีชื่อว่า "โรงเรียนประจำจังหวัดสมุทรสงคราม ศรัทธาสมุทร" ซึ่งใช้เป็นสถานที่เล่าเรียนตลอดมาถึงสมัยปัจจุบัน ต่อมาได้สร้างโรงเรียนพละศึกษาเพิ่มขึ้นอีกหลังหนึ่งด้วย
ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้รับพระราชทานแต่งตั้งจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นผู้อุปการะโรงเรียนประจำจังหวัดสมุทรสงคราม
ปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้ตั้งโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรม แผนกภาษาบาลี ขึ้นภายในวัด
ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถขึ้นใหม่ทั้งหลัง เพื่อให้ถาวรและสวยงาม ควรแก่เป็นที่สักการะบูชาของประชาชน
ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ เป็นเจ้าคณะจังหวัดกิตติมศักดิ์
![]() |
| พระมหาสิทธิการทอง วัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม |
ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ บริษัท พงษ์ไทยบราเดอร์ส จำกัด ได้มาขอเช่าที่ดินของวัดก่อสร้างตึก แถว ๒ ชั้นเพื่อทําการค้าจำนวน ๑๐๔ ห้อง ในอัตราค่าเช่าตารางวาละ ๑ บาทต่อเดือน มีอายุสัญญาเช่า ๑๕ ปี
เมื่อครบอายุสัญญาเช่าแล้ว ทางบริษัทยอมมอบตึกแถวทั้งสิ้นถวายเป็นสมบัติของวัด ส่วนผลประโยชน์ซึ่งได้จากค่าเช่าที่ดินเป็นเงินเดือนละ ๑,๗๖๐ บาท รวม ๑ ปี เป็นเงิน ๒๐,๑๒๐ บาท
ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ นายสมบูรณ์ อัศเวศน์ ขอเช่าที่ก่อสร้างตึกแถวในที่ดินด้านหน้าพระอุโบสถ มีตึกแถวชั้นเดียว ๓๕ ห้อง ๒ ชั้น ๓ ห้อง ในอัตราค่าเช่าตารางวาละ ๑ บาทต่อเดือน มีอายุสัญญาเช่า ๑๕ ปี
เมื่อครบกําหนดอายุสัญญาเช่าแล้ว ผู้ก่อสร้างยอมยกกรรมสิทธิถวายเป็นสมบัติของวัด ส่วนผลประโยชน์ซึ่งได้จากค่าเช่าที่ดินเป็นเงินเดือนละ ๔๑๕ บาท รวม ๑ ปี เป็นเงิน ๔,๙๘๐ บาท
ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหารพระอารามหลวง
ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ สร้างกําแพงโดยก่ออิฐถือปูนกั้นอาณาเขตของวัด โดยขนานกับ ถนนของเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม
ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ นายสมบูรณ์ อัศเวศน์ ขอเช่าที่ดินของวัดตอนริมน้ำ ติดต่อกับตึกแถวของบริษัทพงษ์ไทยบราเดอร์ส จํากัด สร้างเป็นตึกแถว ๒ ชั้น ด้านทิศเหนือ ๒ ห้อง ด้านทิศใต้มี ๗ ห้อง ในอัตราค่าเช่าตารางวาละ ๑ บาทต่อเดือน มีอายุสัญญาเช่า ๑๕ ปี
เมื่อครบกําหนดอายุสัญญาเช่าแล้ว ผู้ก่อสร้างยอมยกกรรมสิทธิถวายเป็นสมบัติของวัด ส่วนผลประโยชน์ซึ่งได้จากค่าเช่าที่ดินทั้ง ๒ แห่งนี้ เป็นเงินเดือนละ ๑๖๕ บาท รวม ๑ ปี เป็นเงิน ๑,๙๘๐ บาท
พระมหาสิทธิการ(ทอง) เป็นผู้ที่มีเมตตาธรรมเค่งครัดในพระธรรมวินัย มีความรู้และความชำนาญในด้านงานช่างนวกรรม ครั้งได้รับพระราชทานเรือต้นที่สวนดุสิต หลวงพ่อเป็นแม่งานในเรื่องการรื้อย้ายเรือนไม้บางส่วน มาปลูกเป็นศาลาการเปรียญวัดบ้านแหลม
โดยสร้างเรือนไม่เสียหายแม้แต่น้อย นับเป็นความสามารถของท่าน เมื่อหลวงพ่อได้เป็นเจ้าอาวาสได้สร้างกังหันลม ๔๐ ตัว ถวายเป็นพุทธบูชาแก่หลวงพ่อบ้านแหลม
![]() |
| พระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทร(บ้านแหลม) |
ท่านเป็นผู้ที่มีปฏิญาณไหวพริบแก้ไข สถานการณ์เรื่องหนึ่งคือการเปลี่ยนชื่อวัดป้อมแก้ว มีอยู่ว่าครั้งหนึ่งท่านเป็นพระปลัดทอง ได้มีการพิจารณารวมวัด ๒ วัดเป็นวัดเดียวคือวัดบางแก้ว กับวัดหลังป้อม ชาวบ้านญาติโยมทายก ทายิกาทั้งสองฝ่ายตกลงในหลักการที่จะให้ร่วมกันได้
แต่ถึงคราวพิจารณาว่าจะตั้งชื่ออย่างไรทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ทางฝ่ายวัดบางแก้วก็จะให้ชื่อวัดของตน ฝ่ายวัดหลังป้อมก็ยืนยันจะให้คนชื่อวัดตนไว้
เมื่อตกลงกันไม่ได้ต่างก็ยกพวกพร้อมอาวุธมาทำร้ายให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง ท่านเห็นว่าเรื่องราวลุกลามไปใหญ่โต จึงเสนอให้ตั้งชื่อวัดใหม่โดยนำชื่อวัดบางแก้วกับวัดหลังป้อม มารวมกันเป็นวัดป้อมแก้ว ซึ่งก็เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย
พระครูมหาสิทธิการทอง ปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๙ นับรวมสิริอายุได้ ๘๘ ปี ๖๘ พรรษา
ก่อนมรณภาพราวครึ่งชั่วโมง
เล่ากับว่าท่านเหมือนจะรู้ตัวจึงสั่งให้พระ จัดดอกไม้ไปกราบลาหลวงพ่อบ้านแหลมแล้วท่านก็ตั้งสติภาวนาจนสิ้นลม.
วัตถุมงคลของพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
เหรียญพระมหาสิทธิการทอง วัดบ้านแหลม รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เพื่อแจกในคราวฉลองอายุครบ ๖ รอบของหลวงพ่อ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปใบสาเกแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยโลหะเนื้อทองแดง และเนื้อเงิน(หายาก) จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทรวรวิหาร รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เนื้อเงิน ของคุณยุ่ยซี อัมพวา |
![]() |
| เหรียญพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทรวรวิหาร รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อพระมหาสิทธิการทองเต็มองค์ นั่งมารวิชัยห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ มีอักษรจารึกว่า "พระมหาสิทธิการ(ทอง) อินฺสุวณฺโณ ๑๒/๑/๒๔๘๔"
ด้านหลัง มียันต์อุณาโลมในซุ้มนาคปรก มีอักษรเขียนว่า "งานฉลองอายุครบหกรอบ"
พระเนื้อผงพระมหาสิทธิการทอง รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ลักษณะเป็นพระเนื้อผงรูปเหมือนพระมหาอธิการทอง วัดเพชรสมุทร สร้างในคราวฉลองอายุครบ ๗ รอบของหลวงพ่อ เป็นพระที่หายากไม่ค่อยเป็นที่พบเห็นในปัจจุบัน ลักษณะพิมพ์คล้ายจอบย่อมุมบน จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| พระเนื้อผงพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ปี ๒๔๙๖ ของ ร้านพระเครื่องจรัญ๙๖ |
ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อพระมหาสิทธิการทองเต็มองค์ นั่งมารวิชัยบนผ้าอาสนะ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ไม่มีอักขระใดๆในพิมพ์พระ
ด้านหลัง เรียบไม่มีอักขระเลขยันต์ใดๆ
เหรียญพระมหาสิทธิการทอง วัดบ้านแหลม รุ่น ๒
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เพื่อแจกในงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงพ่อ ลักษณะเหรียญปั๊มรูปไข่แบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยโลหะเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียว จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทรวรวิหาร รุ่น ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อพระมหาสิทธิการทอง ครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ มีอักษรภาษาไทยเขียนว่า "พระมหาสิทธิการ (ทอง อินฺสุวณฺโณ)"
ด้านหลัง ตรงกลางมีรูปจำลองหลวงพ่อวัดบ้านแหลม ข้างองค์หลวงพ่อมีฉัตร ๕ ชั้น เหนือองค์หลวงพ่อมีอักษรภาษาไทยเขียนว่า "หลวงพ่อบ้านแหลม" ใต้องค์หลวงพ่อมีอักษรภาษาไทยเขียนว่า "พ.ศ. ๒๕๐๐ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม"หลวงพ่อพระมหาสิทธิการทอง วัดบ้านแหลม ท่านมีความสามารถทางด้านช่าง และนวกรรม แต่ทางด้านการปลุกเสกของขลังนั้น ท่านยอมรับว่าท่านโง่ในเรื่องนี้ ฉะนั้นการสร้างเหรียญฉลองอายุครบ ๖ รอบจึงปรึกษากับหลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้กาญจนบุรี และหลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม เพื่อขอความช่วยเหลือในการดำเนินการ
ในพิธีการปลุกเสกเหรียญและพระเนื้อผงนี้ มีพระคณาจารย์เรื่องชื่อในสมัยนั้นมาร่วมงานเท่าที่มีผู้เล่าไว้คือ
๑. พระวิสุทธิรังษี(เปลี่ยน) วัดไชยชุมพล หรือวัดใต้ กาญจนบุรี เป็นประธาน
๒. หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม จังหวัดสมุทรสงคราม
๓. พระสกลวิสุทธิ(เหมือน) วัดกลางเหนือ จังหวัดสมุทรสงคราม
๔. หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม
๕. หลวงพ่อกลึง วัดสวนแก้ว จังหวัดสมุทรสงคราม
๖. พระครูธรรมวิถีสถิติ์(โต) วัดคู้ธรรมสถิตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม
๗. พระราชมงคลวุฒาจารย์ หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ จังหวัดสมุทรสงคราม
๘. พระครูศิริสรคุณ(แดง) วัดท้ายหาด จังหวัดสมุทรสงคราม
๙. พระครูสมุทรสุนทร(แขก) วัดพวงมาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม
ซึ่งวัตถุมงคลที่ผ่านพิธีปลุกเสกนี้ จัดเป็นของดีที่สนนราคายังไม่แพง แถมมีประวัติการจัดสร้างที่ชัดเจน รวมทั้งยังได้สุดยอดพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมากมายมาร่วมปลุกเสก
หากใครมีโอกาสพบเจออย่าปล่อยให้หลุดมือเป็นอันขาด รายนามพระคณาจารย์ที่ร่วมพิธีปลุกเสกย่อมเป็นเครื่องยืนยันในคุณวิเศษของเหรียญได้เป็นอย่างดี.
[ภาพอ้างอิงจากเพจหลวงพ่อวัดบ้านแหลม]
โดย : สารานุกรมลุ่มน้ำแม่กลอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุนให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***











ไม่มีความคิดเห็น