โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ เจ้าของฉายา "ผีเห็นคร้าม" เหรียญหลักล้านของชาวราชบุรี(ฉบับปรับปรุง)

หลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ ราชบุรี

         หากพูดถึงหลวงพ่อเทียน ถ้าเป็นคนสมุทรสงครามก็จะนึกถึง หลวงพ่อเทียน วัดละมุด แต่หากเป็นคนราชบุรี ก็จะนึกถึงหลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ ซึ่งพระเกจิอาจารย์ทั้ง ๒ รูปนี้เกิดในยุคเดียวกัน ชื่อเหมือนกัน เก่งกาจเรืองเวทย์เหมือนกัน และมีประวัติที่ไม่ชัดเจนทั้งคู่ แถมวัดทั้ง ๒ ยังไม่ได้ห่างไกลกันมากอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเหตุบังเอิญที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

         หลวงพ่อเทียน เป็นพระเกจิอาจารย์อีกองค์ที่ไม่สามารถค้นหาประวัติ วัดเดือนปีเกิด และชื่อของโยมบิดามารดาของท่าน ทราบแค่เพียงว่าท่านบวชเมื่อมีอายุได้ ๒๐ ปี ณ พัทธสีมาวัดยางงาม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี โดยมี

         หลวงพ่อนวม วัดแจ้งเจริญ เป็นพระอุปัชฌาย์ 

         หลวงพ่อแย้ม วัดยางงาม  เป็นพระกรรมวาจาจารย์ 

         หลวงพ่อคง วัดศรัทธาราษฎร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ 

         เมื่อหลวงพ่อเทียนได้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านก็ได้จำพรรษาที่วัดยางงาม และได้ศึกษาวิชาต่างๆ จากหลวงพ่อนวม หลวงพ่อแย้ม และหลวงพ่อคง จนเป็นที่แตกฉานแทบทุกวิชา 

         ต่อมาท่านรับนิมนต์มาช่วยสอนพระบวชใหม่ โดยเป็นครูสอนอยู่ในโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมวัดป่าไก่ ซึ่งท่านสอนอยู่หลายพรรษา จนกระทั่งหลวงพ่อเที่ยง เจ้าอาวาสวัดป่าไก่ได้มรณภาพลง ชาวบ้านและคณะกรรมการวัดจึงได้พร้อมใจกัน นิมนต์ให้หลวงพ่อเทียน เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าไก่สืบแทน

         วัดป่าไก่ เป็นวัดราษฏร์ สังกัดมหานิกาย วัดตั้งอยู่ที่ ๑ หมู่ ๓ ตำบลป่าไก่ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์ป่าไก่ และเริ่มพัฒนาจนเป็นวัดในสมัยของหลวงพ่อเทียน เนื่องจากสมัยก่อนพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ห่างไกล ไม่มีวัด ชาวบ้านทำอาชีพทำนา และหาของป่ามาขาย ถือเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนแห่งหนึ่งเลยทีเดียว


รูปถ่ายหลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ ราชบุรี

         หลังจากที่หลวงพ่อเทียนได้เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าไก่ ท่านก็ได้ทำนุบำรุงวัดป่าไก่เรื่อยมาทั้งการสร้างเสนาสนะต่างๆ และสั่งสอนชาวบ้านให้รักษาศีล และมีจิตใจฝักไฝ่ในธรรม รวมทั้งช่วยเหลือชาวบ้านป่าไก่อย่างสุดความสามารถ

         หลวงพ่อเทียน ท่านสำเร็จอภิญญาสามารถรู้การข้างหน้า ดังเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่เล่าสืบต่อกันมาว่า มีเหตุการณ์การปล้นหมู่บ้านป่าไก่ในกลางดึกของคืนวันหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านกำลังหลับ พอได้ยินเสียงเอะอะตื่นขึ้นมาก็สายเสียแล้ว เพราะเหล่าสมุนโจรใช้ปืนบังคับไว้ และค้นเอาเงินทอง ข้าวของมีค่ากวาดทรัพย์สินที่มีราคาไปจนหมดสิ้น

         นอกจากนั้นยังลงมาต้อนวัวควายตามคอกต่างๆ ทุกบ้านไปจนหมด หลังจากที่พวกโจรล่าถอยไป
สักครู่ทุกอย่างก็สงบลง คงมีแต่เสียงร้องไห้ของพวกที่สูญเสียข้าวของเงินทองและวัวควาย เหล่าชายฉกรรจ์ซึ่งเต็มไปด้วยความแค้นเพราะไม่สามารถสู้พวกโจรได้ 

         ต่างปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรกันดี จนกระทั่งใกล้เวลาฟ้าสาง จึงตกลงใจกันว่าจะต้องไปพึ่งบารมีของหลวงพ่อเทียน เจ้าอาวาสวัดป่าไก่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านให้ช่วยเหลือ

         พอเช้าตรู่เหล่าชายฉกรรจ์ก็มาถึงกุฏิของหลวงพ่อเทียน พบหลวงพ่อซึ่งนั่งคอยอยู่แล้ว ชาวบ้านต่างพากันกราบหลวงพ่อจนทั่วทุกคน และเริ่มเล่าเหตุการณ์ให้หลวงพ่อฟังจนจบ และต่างพูดให้หลวงพ่อช่วย หลวงพ่อเทียนเมื่อฟังเหตุการณ์จบแล้ว ท่านก็พยักหน้าตกลงจะช่วย 

         จากนั้นหลวงพ่อจึงเริ่มนั่งสมาธิ สักครู่ใหญ่จึงลืมตาขึ้นและบอกเหล่าชายฉกรรจ์ว่า วันนี้เวลาเที่ยงตรง เหล่าโจรทั้งหมดจะพากันผ่านบริเวณปากทางวัดเพลง ขอให้ไปนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคอยดักจับโจร

         เหล่าชายฉกรรจ์ต่างดีใจรีบกราบลาหลวงพ่อเทียน ไปสถานีตำรวจภูธรอำเภอปากท่อทันที นายร้อยเวรของ ส.ภ.อ. ปากท่อ รู้สึกประหลาดใจที่สุดที่ได้ฟังคำของชายฉกรรจ์แห่งหมู่บ้านป่าไก่ ที่มาเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคอยดักจับโจรปล้นหมู่บ้าน หลังจากซักไซร้จนได้ความว่า หลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ ผู้ซึ่งทุกคนนับถือเป็นผู้บอก นายร้อยเวรจึงจะลองเชื่อดูสักครั้ง

         จากนั้นกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเหล่าชายฉกรรจ์ของหมู่บ้านป่าไก่จึงเดินทางมาถึงที่ปากทางวัดเพลง เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ น. หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มกระจายกันออก ซุ่มคอยกัน จนถึงเวลาเที่ยงตรง ตามที่หลวงพ่อเทียนบอกก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวัวควายดังขึ้น และเริ่มใกล้เข้ามาจนถึงบริเวณปากทาง

         ทุกคนต่างเห็นกลุ่มโจรประมาณ ๑๔-๑๕ คนต้อนฝูงวัวควายมาถึง กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการ จับกุมพวกโจรได้โดยละม่อมเพราะพวกโจรก็นึกไม่ถึงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาคอยดักอยู่

         เป็นอันว่าชาวหมู่บ้านป่าไก่ ต่างได้ทรัพย์สินเงินทองและวัวควายกลับคืนสู่หมู่บ้านของตัว ท่ามกลางความปิติยินดีของทุกคน

         จากเหตุการณ์นี้ชื่อเสียงของหลวงพ่อเทียนจึงโด่งดังขึ้นมาในด้านนั่งทางในบอกเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคตได้ฉะนั้นเมื่อชาวบ้านมีความเดือดร้อนอะไร ก็จะต้องมาหาหลวงพ่อให้หลวงพ่อช่วย เช่น หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านสร้อยทองเกิดหายไป หาเท่าไหร่ไม่พบจึงมาให้หลวงพ่อเทียนช่วย 

         หลวงพ่อนั่งทางในบอกว่ามีคนขโมยไป ถ้าอยากได้คืนให้พาตำรวจไปคอยที่ร้านทองในตลาดปากท่อในวันรุ่งขึ้น หญิงชาวบ้านจึงพาตำรวจไปนั่งคอยที่ร้านทองตามที่หลวงพ่อบอก ก็มีคนนำสร้อยทองเส้นนั้นมาขายให้ร้านทองหญิงชาวบ้านจึงให้ตำรวจจับกุมได้ในทันที 

ภาพถ่ายหลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ ภาพของคุณ โสฬศ16

         ชื่อเสียงของหลวงพ่อเทียนโด่งดังไปทั่วจนถึงหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงในป่าลึกติดกับชายแดนพม่า(ทางทิศตะวันตกของวัดป่าไก่) เรื่องมีอยู่ว่าหลวงพ่อเทียน ได้ปรารภกับชาวบ้านป่าไก่ว่าจะสร้างศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ขึ้นที่วัดป่าไก่ ก็บอกบุญเรี่ยไรเพื่อเป็นทุนในการก่อสร้าง 

         นอกจากบอกบุญเรี่ยไรแล้ว ท่านยังนำประชาชนและศิษย์ เข้าป่าลึกไปตัดไม้มาทำเสาและพื้นกระดาน โดยไม้ต่างๆ เหล่านี้ต้องไปตัดเลือกหาในป่าลึก ซึ่งมีสัตว์ป่าที่ดุร้ายอย่างมากเพราะมีบริเวณติดต่อเขตกะเหรี่ยงแดนพม่า 

         การเดินทางเข้าป่าต้องพักค้างแรมเป็นเวลายาวนานเป็นเดือน บริเวณที่หลวงพ่อเทียน และคณะไปพักนั้น มีชาวกะเหรี่ยงที่เก่งกล้าทางวิชาคาถาอาคมอยู่ และได้มาลองดีกับท่านเสมอ เช่นชาวกะเหรี่ยงเอาสะเก็ดไม้แห้งๆ มาเสกเป่าให้กลายเป็นปลาย่าง มาถวายให้ท่านฉัน 

          หลวงพ่อเทียนท่านก็ทราบว่าปลาย่างปลาแห้งนั้น แท้จริงคือสะเก็ดไม้ดีๆนั้นเอง ท่านรับไว้แต่ไม่ฉัน และก็เสกคืนให้เป็นสะเก็ดไม้ตามเดิม ชาวกะเหรี่ยงต่างก็ส่งภาษากันเอ็ดอึง ต่างพากันก้มลงกราบเป็นทิวแถวทั่วทุกคน และมีความเลื่อมใสในตัวหลวงพ่อเทียนเป็นอย่างมาก 

        จนอยู่มาอีกเช้าวันหนึ่ง ในขณะที่หลวงพ่อเทียนพักอยู่ในป่ากะเหรี่ยงนั้น ได้มีคนมาบอกท่านว่าพบต้นไม้ใหญ่ราว ๑๕ คนโอบ อยู่ต้นหนึ่งสวยมากไม่มีที่ติ 

         เมื่อชาวบ้านลองเอาขวานฟันดูเนื้อต้นไม้นั้น พอฟันฉับเข้าไป คนฟันก็ล้มลงชักดิ้นชักงอ อีกคนหนึ่งที่ไปด้วยกันก็ลองขยับเข้าฟันบ้าง พอขวานกระทบผิวเปลือกเท่านั้น คนฟันก็เหมือนถูกพลักกระเด็นออกมาห่างจากต้นไม้ ทั้งสภาพอากาศที่วิปริต บางคนก็เหมือนผีเข้า บ้างก็เจ็บปวดทรมาน ชาวบ้านที่พบต้นไม้นั้นต่างตื่นกลัวเป็นอันมาก

หลวงปู่เทียน วัดป่าไก่ รุ่นแรก
เหรียญหลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ รุ่นแรก ๒๔๖๔ เนื้อทองคำ (ภาพจากหนังสือชนะการประกวดพระราชบุรี)

         เมื่อหลวงพ่อเทียนทราบเช่นนั้น ก็ไปดูพอไปถึงก็ยืนพิจารณาต้นไม้นั้น จากนั้นก็เอาขวานประจำตัวท่าน (ขวานเล่มนี้เล่มเล็กๆด้ามไม้สวยงามมาก นอกจากมีความคมเป็นพิเศษและสวยงามแล้วยังมียันต์ลงไว้ที่หัวขวานอีกด้วย) วางพิงไว้ที่โคนต้นไม้นั้น 

           แล้วอธิษฐานว่า หากจะไปอยู่ในบวรพระพุทธศาสนาด้วยกันก็ขอให้ขวานที่พิงไว้อย่าล้ม เสร็จแล้วก็กลับที่พักค้างแรม พอรุ่งเช้าท่านไปดู เห็นขวานตั้งพิงอยู่เป็นปกติ ท่านจึงสั่งให้คนไปโค่นได้ คนที่ทำการตัดโค่นก็ไม่เห็นเป็นอะไร การตัดโค่นไม้ใหญ่นี้ทำกันอยู่เกือบอาทิตย์จึงเสร็จ

         ปัญหาต่อมาก็เรื่องชักลากต้นไม้ ก็อาศัยชาวบ้านกะเหรี่ยงและชาวบ้านที่ไปด้วย รวมจำนวนนับร้อยมาช่วยกันลาก จะลงมือลากด้วยวิธีใดก็ไม่เคลื่อนที่ น่าอัศจรรย์ยิ่งนักจนหลวงพ่อเทียน ออกปากว่า "จะไปอยู่ด้วยกันแล้วทำไมถึงทำอิดเอือนล่ะ" ตกลงวันนั้นการชักลากไม่เสร็จ 

         พอตกกลางคืนขณะที่หลวงพ่อจำวัด มีชายชรานุ่งขาวห่มขาวมาเข้าฝันบอกหลวงพ่อว่า "ให้ท่านขึ้นนั่งบนท่อนไม้นั้นด้วยจึงจะไป" พอรุ่งเช้าท่านจึงขึ้นไปนั่งบนท่อนไม้ยักษ์นั้น และบอกให้ชาวบ้านลาก การชักลากก็เบาหวิวโดยไม่ต้องใช้แรงคนมากเหมือนวันก่อน บัดนี้ท่อนไม้ยักษ์นั้นมีสภาพเป็นกระดานพื้น ปูเต็มศาลาทั้งหลัง ซึ่งใช้เพียงต้นเดียวแท้

          จากเหตุการณ์นี้หลวงปู่เทียน จึงมีชื่อเสียงที่ร่ำลือไปทั่วละแวกจังหวัดใกล้เคียงในเรื่องของความขลัง ขนาดภูตผีปีศาจแค่พบเจอยังหนีหาย และเป็นตำนานว่าเล่ากันสืบมาว่าท่านมีขวานวิเศษอยู่เล่มหนึ่งที่ถือไปไหนผีสางกลัวกันหนักหนา

         หลวงพ่อเทียน ท่านปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๔ หลวงพ่อเล็ก วัดป่าไก่ จึงขึ้นเป็นเจ้าอาวาสสืบแทน.

วัตถุมงคลของหลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่

         เหรียญหลวงปู่เทียน วัดป่าไก่ รุ่นแรก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๖๔ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด โดยศิษย์ผู้มั่งคั่งในพระนคร ได้มีการจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อเทียนวัดป่าไก่ รุ่นแรกขึ้น ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มข้างเลื่อยรูปไข่ แบบมีหูในตัว มีสร้างด้วยเนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อทองแดง จำนวนการสร้างไม่เกิน ๑,๐๐๐ เหรียญ

เหรียญหลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ รุ่นแรก ๒๔๖๔ เนื้อทองแดง ของ อ.วิรัตน์ ท่าพระจันทร์

เหรียญหลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๖๔ เนื้อทองแดง

         ด้านหน้า  เป็นรูปจำลองหลวงพ่อเทียนนั่งเต็มองค์บนอาสนะ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิรัดประคต มือซ้ายถือขวานมือขวาจับที่หัวเข่า มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พศ ๖๔" ข้างองค์หลวงพ่อมีอักขระยันต์อ่านได้ว่า "มะ อะ อุ อะ ระ หัง"  

         ด้านหลัง  เรียบในบางเหรียญจะมีจาร

         เหรียญหลวงปู่เทียน วัดป่าไก่ รุ่นแรก พ.ศ. ๒๔๖๔ ถือว่าเป็นเหรียญหายากอีกเหรียญหนึ่งของ จังหวัดราชบุรี ถ้าหากได้เจอพบเจอแล้วอย่าปล่อยผ่าน เนื้อทองแดง สภาพสวยงาม สนนราคาที่หลักแสนปลายๆ ถึงหลักล้านต้นถือเป็นของหายากราคาแพงแต่ก็แรงด้วยพุทธคุณ.

         หมายเหตุ :  ก่อนหน้านี้ที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการค้นพบภาพถ่ายหลวงพ่อเทียนในอริยบทอื่นนั้น ปัจจุบันได้มีการสืบค้นจนพบว่าภาพถ่ายนั้นไม่ใช่หลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่ตามที่มีผู้กล่าวอ้างแต่อย่างใด

หลวงพ่อพระอธิการเจ่อ อดีตเจ้าอาวาสวัดใหม่ชำนาญ ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
หลวงพ่อเจ่อ วัดใหม่ชำนาญ ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

         แต่แท้จริงแล้วท่านคือหลวงพ่อพระอธิการเจ่อ อดีตเจ้าอาวาสวัดใหม่ชำนาญ ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผลจากการค้นพบนี้ทำให้ภาพถ่ายของหลวงพ่อเทียน วัดป่าไก่จึงมีเพียงภาพถ่ายเพียงอริยบทเดียวเท่านั้นในปัจจุบัน.

 

ข้อมูล : หนังสือลานโพธิ์ ฉบับที่ ๘๘ ตีพิมพ์วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๐ ของพระครูธรรมรัตนะ วัดใหม่ต้นกระทุ่ม

โดย : สารานุกรม​พระเครื่อง​ลุ่ม​น้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้