โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสอง หรือ พระครูพิพัฒน์วุฒิสาคร วัดหลักสองราษฎร์บำรุง บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

ภาพถ่ายหลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร
หลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร

         หลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสอง หรือ พระครูพิพัฒน์วุฒิสาคร (บุญส่ง คเวสโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดหลักสองราษฎร์บำรุง ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

         พระครูพิพัฒน์วุฒิสาคร ท่านมีนามเดิมชื่อ บุญส่ง ชัดแช้ม พื้นเพท่านเป็นชาวบ้านหมู่ที่ ๓ ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีฉลู ตรงกับวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ 

         โยมบิดาชื่อนายบ้วนเล้ง (แซ่ตั้ง) ชัดแช้ม โยมมารดาชื่อนางสาย (แซ่ลิ้ม) ชัดแช้ม มีพี่น้องร่วมบิดามารเดาเดียวกัน ๖ คน คือ

         ๑. พระครูพิพัฒน์วุฒิสาคร (บุญส่ง คเวสโก)

         ๒. นายบุญนาค ชัดแช้ม

         ๓. นางพิกุล มาลิพันธุ์

         ๔. นายสําอางค์ ชัดแช้ม

         ๕. นางสมทรง นิลเทพา

         ๖. นายสุทิน ชัดแช้ม (สมุห์บัญชี)

         บ้านเกิดเดิมที่เดียวนั้นท่านเกิดที่ตำบลหอมเกล็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และได้ย้ายติดตามครอบครัวมากับโยมบิดาและโยมมารดา มาอยู่ที่ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร 

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ มาเข้ารับการศึกษาวิชาสามัญ จนสำเร็จวิชาสามัญชั้นประถมปีที่ ๕ จากโรงเรียนวัดหลักสองราษฎร์บำรุง ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

         แล้วได้ประกอบอาชีพช่วยเตี่ยแม่ทําสวนและค้าขาย และทํางานสหกรณ์หลักสอง เคยไปมาหาสู่อยู่กับวัดเสมอ

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ หลวงพ่อบุญส่ง มีอายุได้ ๑๗ ปี จึงได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ พัทธสีมาวัดหอมเกล็ด ตำบลหอมเกล็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๘ ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕ โดยมี

         พระครูไพศาลธรรมวาที วัดหอมเกร็ด เป็นพระอุปัชฌาย์

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ หลวงพ่อบุญส่ง มีได้อายุ ๒๐ ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดหลักสองราษฎร์บำรุง ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๘ ปีระกา ตรงกับวันอังคารที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ได้รับฉายาว่า "คเวสโก" โดยมี

         พระครูไพโรจน์มันตาคม(รุ่ง) วัดท่ากระบือ เป็นพระอุปัชฌาย์

         พระครูสุทธิสุนทร(แฉล้ม) วัดตึกมหาชยาราม เป็นกรรมวาจาจารย์

         พระครูบวรสมุทร(เหลือ) วัดหลักสองราษฎร์บํารุง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

         พระครูปิยนนทคุณ (อาจารย์แย้ม) วัดหลักสองราษฎร์บํารุง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

         หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดหลักสองราษฎร์บำรุงเรื่อยมา เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม และช่วยเหลือเจ้าอาวาส (หลวงพ่อเหลือ) ทำงานตามที่ท่านมอบหมายการงานให้ทำ ตามสมควรแก่สติ และกำลังความสามารถที่จะกระทําได้

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นครูสอนปริยัติธรรม

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ สอบได้นักธรรมเอก ณ สำนักเรียนวัดหลักสองราษฎร์บำรุง ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ สร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กริมคลองดำเนินสะดวกหน้าวัด ยาว ๒๑๐ เมตร ราคา ๗๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นกรรมการสอบธรรมสนามหลวง

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นกรรมการตรวจประโยคธรรมสนามหลวง

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้จัดการย้ายกุฏิจำนวน ๕ หลัง ๆ ละ ๔ ห้องชั้นเดียว ลักษณะทรงไทยไม้เนื้อแข็งมุงกระเบื้อง กว้าง ๕.๕๐ เมตร ยาว ๑๒ เมตร ราคา ๗๕,๐๐๐ บาท (เจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้จัดสร้างหอฉัน หอสวดมนต์ ลักษณะทรงไทยด้วยไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องลอน กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ราคา ๑๒๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสอง - หมื่นบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับวุฒิบัตรสําเร็จหลักสูตรวิชาการศึกษาเผยแพร่พระพุทธศาสนา 

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นรองเจ้าอาวาสวัดหลักสองราษฎร์บำรุง

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นผู้อุปการะโรงเรียนบ้านดำเนินสะดวก (กิมลิ้มณีฉาย) ตำบลสวนส้ม อำเภแบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ สร้างห้องน้ำ-ห้องส้วม ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๒ เมตร ยาว ๔ เมตร ราคา ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ สร้างโครงครัวประจำวัดด้วยไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องลอนคู่ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ราคา ๔๕,๐๐๐ บาท (สี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้รับวุฒิบัตรสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค รุ่นที่ ๑

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ พระครูบวรสมุทร (เหลือ สุขปัญฺโญ) ได้มรณภาพลง ชาวบ้านและคณะสงฆ์จึงพร้อมใจกันแต่งตั้งให้หลวงพ่อบุญส่งขึ้นรั้งตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ หลวงพ่อบุญส่งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหลักสองราษฎร์บำรุง และเจ้าคณะตําบลหลักสอง

         วัดหลักสองราษฎร์บำรุง เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๘๐ ถนนคลองดำเนินสะดวก หมู่ที่ ๒ ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๑ งาน ๘๐ ตารางวา

         วัดหลักสองราษฎร์บำรุง สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๘ เดิมมีชื่อว่า วัดมอญราษฎร์บำรุง โดยพระยาโชดกราชเศรษฐีกับพระยาไพบูลย์ราชรังสรรค์ เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัด ซึ่งในครั้งนั้นได้ทำการชักชวนประชาชนในพื้นที่ให้ร่วมกันสร้างวัดอีกด้วยตามคติความเชื่อโบราณ

         แรกเริ่มวัดหลักสองราษฏณ์บำรุง ได้มีพระอธิการอินทร์ อินทโชโต เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก บ้านเดิมอยู่ปากลัด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าในท้องถิ่นหลายคน บอกว่าสภาพของวัดส่วนมากสมัยนั้นไม่เจริญเท่าที่ควร

         ต่อมาเมื่อปีมะแม พ.ศ. ๒๔๓๘ พระอธิการอินทร์ อินทโชโต และประชาชน มีความคิดเห็นอย่างไรไม่ทราบ ได้ย้ายวัด กุฎี และสิ่งก่อสร้างอื่น ไปสร้างวัดในที่แห่งใหม่ ที่ตำบลหลักสาม อำเภอบางโทรัด (ปัจจุบันเป็นอำเภอบ้านแพ้ว) จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งชื่อวัดว่า "วัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม" โดยพระอธิการอินทร์ อินทโชโต เป็นเจ้าอาวาสต่อไป

         และมีเจ้าอาวาสต่อจากพระอธิการอินทร์ ตามลําดับ คือ พระอธิการจ๊ะ พระอธิการเกิด พระอาจารย์ต่วน พระอาจารย์โม (พระครูกันตศีลาจารย์) ด้วยเหตุผลที่ย้ายวัดจึงทำให้วัดมอญราษฎร์บํารุงเป็นวัดร้าง แต่ใช้สถานที่เป็นที่เก็บศพ และเผาศพอยู่หลายปี

         ครั้นต่อมา ปีวอก พ.ศ. ๒๔๕๑ นายอากรฉาย มณีฉาย, ผู้ใหญ่เบี้ยว วงศ์สวรรค์, นายบุญ เดชโพธิ์พระ, นายจีน เดชเพชร และประชาชนพร้อมใจกันสร้างวัดขึ้นใหม่ ในที่ดินเดิมของวัดมอญราษฎร์บำรุง และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัดหลักสองราษฎร์บำรุง" 

         เพื่อให้เหมาะกับสภาพท้องถิ่น (เพราะคลองดำเนินสะดวกฝั่งทิศใต้ มีหลักหินบอกความยาวคลองหลักที่ ๒ ตั้งอยู่หน้าวัด) วัดหลักสองราษฎร์บำรุง สมัยนั้นตั้งอยู่ในตําบลเจ็ดริ้ว อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

         ประชาชนได้พร้อมใจกันอาราธนาพระมหาเลา มหาลาโภ มาจากวัดพันธุวงษ์ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร มาดํารงตําแหน่งเจ้าอาวาส มีการก่อสร้างดังนี้ กุฎี ๕ หลัง หอฉัน ๑ หลัง 

         และในปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๕๘ ได้เริ่มสร้างศาลาการเปรียญอีก ๑ หลัง โดยประชาชนร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้าง ครั้นถึงปีวอก พ.ศ. ๒๔๖๓ พระมหาเลาได้ลาสิกขาบทไป

         วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๗ เขตวิสุงคามสีมา ยาว ๓ เส้น กว้าง ๒ เส้น มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนามคือ 

         ๑. พระอินทร์ อินฺทโชโต พ.ศ.๒๔๑๘ – ๒๔๓๘ (ย้ายไปสร้างวัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม)

         ๒. พระมหาเลา มหาลาโภ พ.ศ. ๒๔๕๑ – ๒๔๖๓ (ย้ายมาจากวัดพันธุวงษ์ - ลาสิกขา)

         ๓. พระอาจารย์รัช รตโน พ.ศ. ๒๔๖๔ – ๒๔๖๖ (ย้ายมาจากวัดประยูรวงศาวาส ธนบุรี - ลาสิกขา)

         ๔. พระอาจารย์ชม โชติโก พ.ศ. ๒๔๖๗ – ๒๔๗๗ (ย้ายมาจากวัดจักรวรรดิ์ราชาวาส - ลาสิกขา)

         ๕. พระครูบวรสมุทร (เหลือ สุขปัญฺโญ) พ.ศ. ๒๔๗๗ – ๒๕๑๔

         ๖. พระครูพิพัฒน์วุฒิสาคร (บุญส่ง คเวสโก) พ.ศ. ๒๕๑๕ – ๒๕๔๖

         ๗. พระครูประโชติสาครธรรม (วันชัย โชติโก) พ.ศ. ๒๕๔๖ - ปัจจุบัน

         หลังจากที่หลวงพ่อบุญส่งได้เป็นเจ้าอาวาสวัดหลักสอง ท่านได้พัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถ ทั้งการสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัด และการพัฒนาจิตใจของชาวบ้านให้อยู่ในศีลในธรรม

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นผู้อุปการะโรงเรียนวัดหลักสองราษฎร์บำรุง

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ สร้างอาคารเรียน เป็นอาคารไม้แบบ ๐๑๗ จํานวน ๑ หลัง ๔ ห้องเรียน ราคา ๒๗๐,๐๐๐ บาท (สองแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดหลักสองราษฎรบำรุง และเจ้าคณะตำบลหลักสอง อย่างเป็นทางการ

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นเจ้าสํานักเรียนวัดหลักสองราษฎร์บํารุง แผนกธรรม

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ สร้างโรงเรือนพัสดุ (ห้องคลัง) ด้วยไม้เนื้อแข็ง มุงสังกะสี กว้าง ๖.๕๐ เมตร ยาว ๓๐ เมตร ราคา ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ต่อเติมอาคารเรียน แบบ ๑๑๗ ชั้นล่าง ด้วยก่ออิฐถือปูน จํานวน ๔ ห้องเรียน ราคา ๘๐,๐๐๐ บาท (แปดหมื่นบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นพระครูฐานานุกรมของพระเทพโสภณ เจ้าคณะภาค ๑๔ ที่ "พระครูใบฎีกา"

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สำเร็จจากโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค รุ่นที่ ๒ กาญจนบุรี การศึกษาพิเศษ มีความรู้ภาษาขอมพอสมควร

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สร้างถนนคอนกรีตเชื่อมระหว่างโรงครัวกับศาลาการเปรียญกว้าง ๔ เมตร ยาว ๓๐ เมตร ราคา ๑๒,๕๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ซื้อที่ดินถวายวัด จํานวนเนื้อที่ ๖๐ ไร่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา ราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สร้างอาสนสงฆ์และต่อเติมศาลาการเปรียญ กว้าง ๔ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ราคา ๒๕,๐๐๐ บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สร้างหอส่งน้ำบาดาลด้วยไม้เนื้อแข็งล้วน ลักษณะทรงไทย กว้าง ๔ เมตร สูง ๑๒ เมตร ราคา ๓๘,๕๐๐ บาท (สามหมื่นแปดพันห้าร้อยบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สร้างท่อส่งน้ำบาดาลจากหอส่งน้ำไปยัง โรงเรียน ศาลาการเปรียญ โรงครัว ยาว ๔๕๐ เมตร ราคา ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สร้างโรงฝึกงานของโรงเรียน เป็นอาคารไม้พื้นคอนกรีต แบบสามัญศึกษา กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ราคา ๕๘,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นแบทพันบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ โดยเปลี่ยนกระดานไม้พื้น ตอหม้อ และทำลูกกรงล้อมรอบศาลาทั้ง ๔ ด้าน ราคา ๒๙,๐๐๐ บาท (สองหมื่นเก้าพันบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ท่านได้เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนมัธยมและเป็นผู้อุปการะโรงเรียนหลักสองส่งเสริมวิทยา ได้รับอนุมัติให้เปิด เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เปิดรับสมัครนักเรียน เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๘

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ จัดหาอุปกรณ์การศึกษาให้แก่โรงเรียนบ้านรางสายบัว เป็นจำนวนเงิน ๓,๐๐๐ บาท (สามพันบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างส้วมนักเรียนให้โรงเรียนวัดหลักสองราษฎร์บำรุง ๒ หลัง ๑๒ ห้อง ราคา ๒๔,๐๐๐ บาท (สองหมื่นสี่พันบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างบ้านพักครู ตามแบบกรมสามัญศึกษา ๑ หลัง ราคา ๔๐,๐๐๐ บาท (สี่หมื่นบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เกลื่อนที่ดินของวัด และทําถนนรอบที่ดินทั้งสี่ด้านกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑ กิโลเมตร ๒๘๐ เมตร ราคา ๘๖,๕๐๐ บาท (แปดหมื่นหกพันห้าร้อยบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างโรงอาหารให้โรงเรียนหลักสองส่งเสริมวิทยา อาคารไม้กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร ราคา ๑๒,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ จัดสร้างครุภัณฑ์ให้โรงเรียนหลักสองส่งเสริมวิทยา คือ โต๊ะ ม้านั่งนักเรียนจำนวน ๑๒๐ ชุดๆ ละ ๑๕๐ บาท โต๊ะเก้าอี้ครู ๔ ชุดๆ ละ ๑,๕๐๐ บาท พิมพ์ดีดภาษาไทย ๑ เครื่อง ราคา ๖,๕๐๐ บาท 

         โต๊ะหมู่บูชาพร้อมพระพุทธรูป ๑ ชุด ราคา ๑,๒๐๐ บาท ตู้เหล็กเก็บเอกสาร ๑ ราคา ๑,๐๐๐ บาท โต๊ะอาหารไม้สัก ๑ ตัว ราคา ๑,๐๐๐ บาท รวมเงินทั้งสิ้น ๓๓,๗๐๐ บาท (สามหมื่นสามพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างถนนติดต่อจากถนนสายบ้านแพ้ว-คลองตัน เข้าสู่วัดหลัก สอง ๆ ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๔๐๐ เมตร โดยการพัฒนาด้วยแรงงานประชาชนและ เงินงบประมาณราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ทำถนนคอนกรีตระหว่างศาลาการเปรียญกับโรงครัวเพิ่มเติมขนาด กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๓๒ เมตร ราคา ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ทำถนนคอนกรีตหน้าวิหารหลวงพ่อสุโขทัยธรรมราชา และหน้าวิหารสุขาชี ยาว ๑๒ เมตร ราคา ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างห้องน้ำห้องส้วม ๑ หลัง ราคา ๖,๘๐๐ บาท (หกพันแปดร้อยบาทถ้วน)

ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร
ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ท่านได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นตรี ที่ พระครูพิพัฒน์วุฒิสาคร เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ เล่ม ๙๔ ตอนที่ ๓ 

         ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้พัฒนาขอที่ดินจากประชาชนเพื่อตัดถนนสาธารณะประโยชน์ (ของหน่วย อ.ป.ต. หลักสอง) กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๖ กิโลเมตร ๒๐๐ เมตร จำนวน ๔๗ ราย คิดเป็นเงิน ๓,๔๑๒,๕๐๐ บาท

         ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลให้ขุดทำถนน ๙๐,๐๐๐ บาท  และทางวัดได้จัดการถมคอสะพานและสร้างสะพานให้รถข้าม ๕ แห่ง ประ มาณ ๓๒๕,๐๐๐ บาท งบค่าลูกรังจากรัฐบาลอีก ๓๕๐,๐๐๐ บาท ให้ชื่อถนนสายนี้ว่า "หลักสองพิพัฒราษฎร์พัฒนา" รวมเป็นเงินค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๔,๑๗๗,๕๐๐ บาท (สี่ล้านหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)

         ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลหลักสอง

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ท่านได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโท ในราชทินนามเดิม

         ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นผู้อุปการะโรงเรียนบ้านรางสายบัว ตำบลคลองตัน อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

         ท่านพระครูพิพัฒน์วุฒิสาคร ท่านเป็นพระที่ใจดีมาก ไม่ถือเนื้อถือตัว ต้อนรับแขก อย่างเป็นกันเอง และท่านมักจะแจกของดีให้กับผู้ที่ขอของจากท่านเสมอๆ

         วัตถุมงคลของท่านนั้นมีดีทางด้านเมตตา และท่านยังเป็นผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดยาโบราณของหลวงพ่อเหลือไว้อีกมากพอสมควร โดยเฉพาะยาเกี่ยวกับโรคเลือดลมละก็จะมังนักเห็นหายมาหลายรายแล้ว เช่น ไข้ทับฤดู หรือฤดูทับไข้ เป็นต้น

         หลวงพ่อบุญส่ง ปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ นับรวมสิริอายุได้ ๗๘ ปี ๖๘ พรรษา.

วัตถุมงคลของหลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสอง

         เหรียญเสมาหลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสอง รุ่นแรก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เพื่อแจกในคราวฉลองสมณศักดิ์ของหลวงพ่อ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปเสมาแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้ออัลปาก้าเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญเสมาหลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร รุ่นแรก 2519 อัลปาก้า
เหรียญเสมาหลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เนื้ออัลปาก้า
เหรียญเสมาหลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร รุ่นแรก 2519 อัลปาก้า
เหรียญเสมาหลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เนื้ออัลปาก้า

         ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปจำลองหลวงพ่อบุญส่งนั่งสมาธิเต็มองค์ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ มีรัดประคต เหนือรูปหลวงพ่อมีอักขระขอมอ่านได้ว่า "พุท โธ" ที่ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูพิพัฒน์วุฒิสาคร วัดหลักสอง สมุทรสาคร ๕ ธ.ค. ๑๙" 

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์

         เหรียญรูปไข่หลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสอง รุ่นแรก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เพื่อแจกในคราวฉลองสมณศักดิ์ของหลวงพ่อ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปไข่แบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้ออัลปาก้าเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญรูปไข่หลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร รุ่นแรก 2519 อัลปาก้า
เหรียญรูปไข่หลวงพ่อบุญส่ง วัดหลักสองราษฏร์บำรุง สมุทรสาคร รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เนื้ออัลปาก้า

         ด้านหน้า มีรูปจำลองหลวงพ่อบุญส่งครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ เหนือรูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูพิพัฒน์วุฒิสาคร" 

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์ ที่ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "วัดหลักสอง สมุทรสาคร ๕ ธ.ค. ๒๕๑๙" 


 

โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อง


***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้