โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

พระท่ากระดานจากบันทีกของพระกาญจนวัตวิบูล (สอน) วัดลาดหญ้า กาญจนบุรี ปี พ.ศ. ๒๕๐๖

ปกบทความหนังสือพระพุทธรูปวัดเทวสังฆาราม 2508
พระท่ากระดาน กาญจนบุรี

          บันทีกกล่าวถึงเมืองและพระท่ากระดานของพระกาญจนวัตวิบูล (สอน) วัดลาดหญ้า ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ที่บันทึกไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๖ 

         ตีพิมพ์ในหนังสือ "พระพุทธรูปวัดเทวสังฆาราม พิมพ์ในงานฉลองสมโภชอายุและสมณศักดิ์ พระเทพมงคลรังษี (พุทฺธโชติ) วัดเทวสังฆาราม เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ๒๙ - ๓๐- ๓๑ มกราคม ๒๕๐๘" ได้กล่าวถึงพระท่ากระดานไว้ว่า

ปกหนังสือพระพุทธรูปวัดเทวสังฆาราม 2508
หนังสือพระพุทธรูปวัดเทวสังฆาราม ปี พ.ศ. ๒๕๐๘

         ตามที่ได้ยินผู้เฒ่าท่านเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า เมืองท่ากระดานเป็นเมืองเก่าแก่จนสืบประวัติไม่ได้ เค้าเรื่องแต่ย่อ ๆ ว่าเป็นเมืองมอญ ขุนประเสริฐ กํานันตําบลหนองเป็ดเป็นผู้เล่าให้ฟัง 

         เมื่อเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง อายุขุนประเสริฐได้ ๘๕ ปี ขุนประเสริฐเล่าเรื่องเมืองท่ากระดานให้ฟังนั้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔ ขุนประเสริฐผู้นี้เป็นกำนัน ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านเกาะบุก ตำบลท่ากระดาน กิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

         ท่านขุนได้เคยเล่าให้ฟังว่า ปู่ของท่านขุน ก็เป็นขุนประเสริฐ บิดาก็เป็นขุนประเสริฐสืบตระกูลมาดังนี้ได้เล่าว่า เมืองด้านต่างๆ ที่ตั้งไว้รับข้าศึกพม่านั้น มีหลายด่านด้วยกันคือ

         ๑. ด่านแม่จันทร์

         ๒. ด่าน อยู่ในอำเภออุ้มผาง จังหวัดตากเวลานี้ 

         ๓. ด้านต้นโพธิ์ ตำบลนาสวน กิ่งอําเภอศรีสวัสดิ์

         ๔. ด่านแม่แฉลบ ตำบลแม่แฉลบ กิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์

         ๕. ด่านท่ากระดาน ตำบลท่ากระดาน กิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์

         ๖. ด้านท่ามะนาว ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

         ๗. ด่านเขาชนไก่ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

         เมืองต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว แต่โบราณท่านเรียกว่าด่านทั้งนั้น คำเรียกว่าเมืองมีขึ้นมาทีหลัง หัวเมืองต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว เป็นเมืองตั้งรับข้าศึกพม่า ที่จะยกทัพมารบกับประเทศไทย และพม่าก็ได้พยายามยกทัพมารบกับเมืองไทย จนบ้านเมืองแตกกระจัดกระจายกันไปตั้งตัวไม่ติด จึงได้เกิดเป็นเมืองร้างมาจนถึงปัจจุบันนี้

         กล่าวถึงเมืองท่ากระดาน ตามที่ขุนประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า บิดาของท่านขุนเอง เคยบอกว่ามีพระพุทธรูปกระทำด้วยตะกั่วชิน โบราณทำฝังไว้ในโบสถ์ร้างบ้าง ตามเจดีย์เก่าๆ บ้าง ขุนประเสริฐได้เคยไปขุดพระค้นหาตามโบสถ์เก่าๆ ได้พระมาคนละองค์ ๒ องค์

พระท่ากระดาน กาญจนบุรี กรุเก่า ตะกั่วสนิมแดง
พระท่ากระดาน กาญจนบุรี กรุเก่า ตะกั่วสนิมแดง ของคุณเจี๊ยบ ใบหยก
พระท่ากระดาน กาญจนบุรี กรุเก่า ตะกั่วสนิมแดง
พระท่ากระดาน กาญจนบุรี กรุเก่า ตะกั่วสนิมแดง ของคุณเจี๊ยบ ใบหยก

         และคนบ้านอื่นก็เคยไปขุดค้นหา และก็ได้เหมือนกันทุกคนแต่ไม่มากนัก จึงมีชื่อเรียกว่า "พระท่ากระดาน" มาจนถึงทุกวันนี้ พระท่ากระดานมี ๒ แบบ คือ 

         ๑. พระท่ากระดานแบบใหญ่ สูง ประมาณ ๒ นิ้วฟุตครึ่ง กว้างประมาณ ๑ นิ้วฟุตครึ่ง

         ๒. พระท่ากระดานแบบเล็ก สูงประมาณ ๑ นิ้วฟุต กว้างประมาณ ๑ นิ้วฟุตเศษ มีพระเกตุปิด
ตาแดง
ทั้ง ๒ แบบ แต่ก็ไม่มีใครอาจบอกได้ว่า เกตุปิดตาแดงนั้นจะมีความหมายอะไร 

         ที่เมืองเก่าท่ากระดานมีวัดอยู่ ๓ วัด เรียกว่า วัดเหนือ วัดใต้ และวัดกลาง ยังปรากฏซากของวัดมาจนปัจจุบันนี้

         พระท่ากระดานรูปเกตุปิดตาแดงทั้ง ๒ แบบ มีเหมือนกันทั้ง ๓ วัด แต่จะเป็นใครเป็นผู้สร้างไว้แต่เมื่อไรนั้น สืบประวัติไม่ได้ ได้แต่เรื่องนิยายเล่ากันต่อๆ มาอย่างนี้  จึงไม่มีใครสามารถรับรองว่าทํากันมาอย่างไร

         ตามที่มีชื่อเรียกว่าพระท่ากระดานนั้น คงจะเรียกตามชื่อเมืองนั้นเอง เพราะเหตุ ว่าได้พระกันที่เมืองท่ากระดาน จึงเรียกว่า "พระท่ากระดาน" กันตลอดมา ดังนี้

         พระท่ากระดานทั้ง ๒ แบบดังกล่าว มิใช่ว่ามีอยู่เฉพาะเมืองท่ากระดานเท่านั้น ที่วัดเก่าขุนแผน ด่านเขาชนไก่ ก็มีพระท่ากระดานทั้ง ๒ แบบเหมือนกัน

พระท่ากระดาน กาญจนบุรี กรุเก่า ตะกั่วสนิมแดง
พระท่ากระดาน กรุศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี เนื้อตะกั่วสนิมแดง

         เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ ได้มีคนชาวบ้านท่าเสา ตําบลบ้านลาด บ้านวังด้ง ตําบลวังด้ง อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ได้ขุดค้นหาตามอุโบสถเก่าๆ ก็ได้ พระท่ากระดานทั้ง ๒ แบบ ขุดหาได้วันละ ๓-๔ องค์ ทุกคน

         และหากันอยู่ประมาณ ๑๕ วัน จึงได้เลิกหา การที่ชาวบ้านเลิกขุดค้นหาพระนั้น เพราะขุนศรีพิบูลย์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรีประกาศห้าม ประชาชนจึงเลิกขุดค้นหาพระท่ากระดานเพียงนั้น 

         เรื่องอภินิหารและฤทธิ์เดชของพระท่ากระดาน ตามที่เคยเห็นมาเมื่อคราวที่ประชาชนบ้านท่าเสาวังดัง ชุด ขึ้นมาได้ชนิดแบบใหญ่ดังกล่าว คือแบบสูงประมาณ ๒ นิ้วฟุตครึ่ง กว้างประมาณ ๑ นิ้วฟุตครึ่ง เกตุบิดตาแดงแต่บิดซ้ายหรือขวานั้นจําไม่ได้

         เพราะเป็นเวลานานประมาณ ๔๐ ปีเศษแล้ว พระท่ากระดานอย่างแบบใหญ่เกตุปิดตาแดง "กันปืนได้จริง" เพราะเคยเห็นประชาชนเอาพระไปผูกไว้ที่ต้นกุ่มบก หลังกุฏิที่วัดลาดหญ้า 

         เอาปืนแก๊บยิงพระนั้น ปืนไม่ออกเลยทุกองค์ แต่ชนิดแบบเล็กยังไม่เคยเห็นใครทดลองกันที่ไหนเลย จึงยังไม่ทราบว่าจะมีอภินิหารฤทธิ์เดชเพียงไร 

         จะย้อนกลับไปเล่าถึงเมืองท่ากระดานอีก ตามที่ขุนประเสริฐ กำนันตำบลท่ากระดาน เคยเล่าให้ฟังว่า เมืองท่ากระดานนี้เป็นเมืองมอญ เมื่อไทยยกทัพไปตีมอญ ได้ชัยชนะแล้ว

หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี
หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี ผู้บันทึกเรื่องราว

         ได้กวาดต้อนเอาครอบครัวมอญเข้ามา และได้ให้สร้างเมืองหน้าด่านไว้รับกองทัพพม่า ที่เตรียมจะยกมาที่เอาประเทศไทย 

         เมื่อฝ่ายพม่ายกเข้ามาตีเมืองหน้าด่านเข้าจริง เมืองหน้าด่านต่าง ๆ คือ เมืองด่านแม่จันทร์ แม่กลอง ต้นโพธิ์ แม่แฉลบ ท่ากระดาน ท่ามะนาว เขาชนไก่ ก็แตกหมดทุกด่าน

         จึงกลายเป็นเมืองร้างไปพร้อมกัน และแตกมาหลายคราวจนตั้งตัวไม่ได้ ผู้คนต้องซุกซ่อนแอบอยู่ในป่าเขา มานานปี

         เมืองด่านต่างๆ ที่กล่าวมานั้น มีคนอยู่ปะปนกัน ๔ ภาษาคือ คนละว้า คนสนอง คนขมุ หรือเรียกว่า "ข่า " คนมอญอยู่รักษาด่านต่างๆ มาแต่โบราณ แต่ใครจะมาก่อนมาหลังไม่อาจทราบได้ เพราะเป็นเวลานานมาแล้ว

         หมดเรื่องเมืองท่ากระดาน โดยนิยายของคนเก่าๆ เล่ากันต่อมาดังนี้ เมืองท่ากระดานได้ร้างเป็นป่าไม้ รกชัฏปกคลุมมานาน สิ่งก่อสร้างต่างๆ ทุกส่วนเก่ากว่าด่านเขาชนไก่ ตําบลลาดหญ้ามาก

         ตามคำบอกเล่าของคนเก่าๆ มีขุนประเสริฐกำนัน บ้านเกาะมุก ตำบลท่ากระดาน กิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์ เป็นผู้เล่าเรื่องให้ฟังดังนี้.

พระท่ากระดาน กรุศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี
พระท่ากระดาน กรุศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี เนื้อตะกั่วสนิมแดง ของคุณสุชาติ ตรีมูรติ

พระท่ากระดาน กรุศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี
พระท่ากระดาน กรุศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี เนื้อตะกั่วสนิมแดง ของคุณสุชาติ ตรีมูรติ

         บันทึกเรื่องพระท่ากระดาน กาญจนบุรี จากถ้อยคำของ นายเสียม รุ่งสว่าง พ.ศ. ๒๕๐๖

         พระท่ากระดาน ทำที่เมืองท่ากระดาน ซึ่งมีวัดอยู่ ๓ วัดคือ วัดเหนือ วัดกลาง และวัดใต้ ทำขึ้นวัดละแบบ ได้ฟังเล่ามาว่าพระอาจารย์คงทำขึ้น เพื่อให้ททาร (ขุนแผน) ไปตีเมืองเชียงใหม่ 

         พระที่ทำที่วัดเหนือต้องมีตะกั่วแดงหุ้ม (ตะกั่วแดงเกรียบ) แบบทำที่วัดกลางและวัดใต้ มีตะกั่วขาวหุ้ม 

         ประมาณ ๑๐ ปีมาแล้ว (ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๖) ผู้เล่าเรื่องนี้เองได้เดินทางไปเมืองท่ากระดาน ทางลำแม่น้ำใหญ่ ถ่อเรือประมาณ ๔ วันก็ถึงวัดทั้ง ๓ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำประมาณ ๑ กิโลเมตร

         สมัยนั้นมีบ้านขมุ อยู่หลังเดียวมี ๓ คนแม่ลูก ลูกเป็นผู้หญิงทั้ง ๒ คน ปัจจุบันเมืองท่ากระดานอยู่ในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ ถ้าเดินทางจากเมืองกาญจนบุรี ระยะทางเรือถ่อถึงวัดเหนือก่อน 

         เดินทางเรือ ๒ วัน จึงจะถึงกิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์ ใบเสมาศิลาสลักโบราณที่นำมาใช้เป็นใบสีมา ที่พระอุโบสถใหม่ ที่วัดเทวสังฆาราม ได้นํามาจากวัดเหนือ เมืองท่ากระดานนั้นทั้งหมด.

         ประวัติเมืองท่ากระดาน (คัดจากหนังสือรายงานกิจการจังหวัดกาญจนบุรี ประจําปี ๒๕๐๐) 

         ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมื่อก่อน ร.ศ. ๑๑๔ (พ.ศ. ๒๔๓๘) ในท้องที่กิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์ มีเมืองอยู่ ๒ เมือง มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่าน คือ เมืองศรีสวัสดิ์ กับเมืองท่ากระดาน

         ชาวพื้นเมืองศรีสวัสดิ์ เป็นชาวกะเหรี่ยงและละว้า จึงมีหัวหน้าชาวกะเหรี่ยงเป็นเจ้าเมืองปกครอง ดูแล ส่วนเมืองท่ากระดาน ชาวพื้นเมืองเป็นรามัญ ขอม และละว้า จึงมีเจ้าเมืองซึ่งเป็นชาวรามัญดูแลปกครอง

         เมืองทั้งสองนี้ขึ้นตรงต่อเจ้าเมืองกาญจนบุรี ในสมัยนั้นพม่ากับไทยเป็นศัตรูคู่สงครามกัน ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) 

         เมื่อได้สร้างเมืองกรุงเทพพระมหานคร เสร็จแล้วใหม่ๆ พม่าในสมัยพระเจ้าปดุงเป็นกษัตริย์ครองนครอมรปุระ ได้ยกทัพมารุกรานประเทศไทย 

         โดยยกมาตีทางหัวเมืองฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ พร้อมกับพม่าได้ยกเข้ามาทางด้านแม่ละเมาะ ตีเรื่อยมาถึงเมืองศรีสวัสดิ์และเมืองท่ากระดาน ทำลายบ้านช่องวัดวาอารามเสียสิ้น ราษฎรต่างก็แตกกระจายซ่านเซ็นหลบหนีเข้าป่าไป

         ที่ถูกพม่าจับเอาตัวไปเป็นเชลยเสียก็มากต่อมาก กองทัพพม่าได้ยกพลเคลื่อนไปจนถึงตำบลลาดหญ้า แลได้สู้รบกับกองทัพไทยเป็นสามารถ กองทัพพม่าสู้ไม่ได้ ก็แตกถอยกลับไป แต่นั้นมา เมืองศรีสวัสดิ์กับเมืองท่ากระดานก็ทรุดโทรมลง

         ประชาชนพลเมืองก็ลดน้อยลง ครั้นต่อมาปี ร.ศ. ๑๔๔ (พ.ศ. ๒๔๖๘) ได้จัดรูปการปกครองใหม่ เห็นว่าเมืองทั้งสองนี้พลเมืองน้อยและไม่สู้สำคัญนัก 

         จึงให้ยุบเมืองศรีสวัสดิ์เป็นกิ่งอำเภอ เรียกว่ากิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์ ขึ้นต่ออำเภอเมืองกาญจนบุรี และยุบเมืองท่ากระดานลงมาเป็นตำบล เรียกว่า ตำบลท่ากระดาน ขึ้นกับกิ่งอำเภอศรีสวัสดิ์จนตราบเท่าทุกวันนี้.


โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

  ***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้