ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อเชย วัดท่าผา ราชบุรี และถุงเขียวเหนี่ยวทรัพย์คุณแม่บุญเรือน วัดอาวุธ
![]() |
| หลวงพ่อเชย วัดท่าผา ราชบุรี |
หลวงพ่อเชย วัดท่าผา หรือ พระครูปุญฺญคุณูปถัมภ์ อดีตเจ้าคณะตำบลท่าผา-กรับใหญ่ อดีตเจ้าอาวาส วัดท่าผา ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
พระครูบุญญคุณูปถัมภ์ (เชย ผลปุญฺโญ) ท่านมีนามเดิมว่า เชย รัตตนีละพันธ์ พื้นเพท่านเป็นชาวบ้านในเขตอำเภอพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ เดือน ๗ ปีกุน โยมบิดาชื่อนายแดง รัตตนีละพันธ์ โยมมารดาชื่อนางเผื่อน รัตตนีละพันธ์
โดยท่านเป็นบุตรคนที่ ๒ มีอาชีพในการล่องเรือขายของ ระหว่างกรุงเทพ กาญจนบุรี เมื่อท่านมีอายุพอสมควร ที่จะทำการศึกษาเล่าเรียน โยมบิดาโยมมารดา ของท่าน ก็นำท่านไปฝากไว้กับพระในวัด
เพราะการศึกษาในสมัยนั้น ต้องอาศัยวัดเป็นสถานที่ศึกษา อีกอย่างเนื่องจากโยมบิดาและโยมมาดาของท่านมีอาชีพทางด้านล่องเรือขายของ จึงไม่ค่อยมีเวลาสำหรับดูแล
ท่านได้ทำการศึกษาตามแบบสมัยนั้น ที่ศึกษาทั้งภาษาไทย และภาษาขอม จนท่านสามารถอ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและภาษาขอม
ต่อมาท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร อยู่วัดท้ายตลาด บางยี่เรือ ธนบุรี อยู่ได้ ๒ พรรษา และท่านได้ลาสิกขาจากสามเณร มาช่วยโยมบิดาและโยมมารดาทำมาค้าขาย ล่องเรือระหว่างกาญจนบุรี ท่าม่วง ท่ามะกา บ้านโป่ง ตลาดพูล ธนบุรี
ท่านได้มาพักอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่หรุ่น ที่บ้านท่าใหญ่ ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
ปี พ.ศ. ๒๔๖๔ หลวงพ่อเชย ท่านมีอายุได้ ๒๒ ปี ท่านจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดท่าผา ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฏาคม ๒๔๖๔ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๘ ปีระกา ได้รับฉายาว่า "ผลปุญฺโญ" โดยมี
พระครูธรรมสุนทร (หลวงปู่ดี จนฺทโชติ) วัดบ้านยาง เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอาจารย์จันทร์ (สุวณฺณคงฺค) วัดบ้านยาง เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระอาจารย์แป๊ะ วัดท่าผา เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังจากที่ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดท่าผาเรื่อยมา เพื่อศึกษาเล่าเรียน จนได้นักธรรมตรี และจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าผาตลอดมา
ต่อมาพระอธิการหอม วัดท่าผาได้ถึงแก่มรณภาพลง ชาวบ้านและคณะสงฆ์จึ่งพร้อมใจกันนิมนต์หลวงพ่อเชย ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง
วัดท่าผา เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๖ บ้านท่าผา ถนนแสงสุทธ หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๓ งาน ๖๐ ตารางวา
วัดท่าผา ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๗ ที่ตั้งวัดเดิมเป็นท่าน้ำ มีฝูงเลียงผา เป็นจํานวนมากเดินมากินน้ำ ชาวบ้านในหมู่บ้าน จึงได้พร้อมใจกันจัดสร้างวัดขึ้นมา และให้ใช้ชื่อว่า "วัดท่าผา" ตามชื่อของหมู่บ้าน
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๙ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๘ เมตร ยาว ๔๐ เมตร มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนามดังนี้
๑. พระมอญ
๒. พระแป้น (แป๊ะ)
๓. พระสิงห์
๔. พระหอม
๕. พระครูบุญญคุณูปถัมภ์ (เชย ผลปุญฺโญ)
๖. พระครูศรีธรรมนาท (ดำเกิง เขมสิริ ป.ธ.๖) พ.ศ. ๒๕๒๗ - ๒๕๖๕
๗. พระมหารุ่งธรรม ญาณสิทฺธิ (ป.ธ.๘) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ปัจจุบัน
หลังจากที่หลวงพ่อเชยได้ขึ้นเป็นเจ้าวาส ท่านก็ได้เริ่มสร้างกุฏิที่อยู่ของพระขึ้นเนื่องจากที่อยู่ของพระในสมัยนั้นเป็นลักษณะกระต๊อบและเก่าแก่มาก
ท่านจึงสร้างขึ้นใหม่ การก่อสร้างในสมัยนั้น ท่านต้องเดินทางเข้าป่านำไม้มาจากป่ากาญจนบุรี ล่องเรือมาตามลำน้ำแม่กลอง นับว่าลำบากมาก แต่ท่านก็ได้พยายามสร้างจนสำเร็จ
ต่อมาท่านได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น แทนหลังเก่า ได้คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม นับเป็นกำลังสำคัญในการหาทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง ได้พาคณะบุญสามัคคีมาจากกรุงเทพฯ มาสมทบทุนร่วมสร้างอุโบสถ
พร้อมกันนั้นท่านก็ได้สร้างศาลาการเปรียญ ไว้เป็นที่บำเพ็ญกุศลของพุทธศาสนิกชน และยังได้สร้างโรงเรียน เพื่อเป็นการศึกษา ของเยาวชน พร้อมทั้งรับเป็นองค์อุปถัมภ์ ของโรงเรียนวัดท่าผาตลอดมา ตามรายละเอียดดังนี้
ปี พ.ศ. ๒๔๗๗ เป็นพระสมุห์ทาน ที่พระสมุห์เชย
ปี พ.ศ. ๒๔๘๖ สร้างอุโบสถ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง ๒๘ เมตร ยาว ๔๐ เมตร
ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ หลวงพ่อเชย ท่านได้ขอความเมตตาให้คุณแม่บุญเรือน มาช่วยหาทุนทรัพย์เพื่อสร้างอุโบสถของวัดที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จกุมภาพันธ์
ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ คุณแม่บุญเรือนได้เดินทางมาที่วัดท่าผา เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม ซึ่งวันนั้นตรงกับวันมาฆบูชาพอดี ท่านได้นำถุงเขียวเหนี่ยวทรัพย์มาแจกจ่าย และเป็นจุดกำเนิดของภาพถ่ายอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ที่โด่งดัง (ภาพท่าผา)
ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นเจ้าคณะตำบลท่าผา - กรับใหญ่
![]() |
| ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อเชย วัดท่าผา ราชบุรี |
ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่ พระครูปุญฺญคุณูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ เล่ม ๗๐ ตอนที่ ๗๘
ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในพระราชทินนามเดิม
ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ สร้างศาลาการเปรียญ เป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง ๒๖ เมตร ยาว ๕๒ เมตร
ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในพระราชทินนามเดิม
ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้ลาออกจากเจ้าคณะตำบล ดำรงตำแหน่งกิตติมศักดิ์
เนื่องจากท่านเป็นพระเถระที่มีอายุพรรษามากรูปหนึ่งในเขตอำเภอบ้านโป่ง สุขภาพของท่านเริ่มเสื่อมโทรมไปตามภาวะ ของสังขาร
ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ หลังจากที่ท่านฉันภัตตาหารเช้าเสร็จแล้ว เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น. เศษ ท่านหกล้ม บนกุฏิ มีอาการปากแตก เขียวช้ำ หน้าอกเขียวช้ำ
ท่านเป็นผู้ที่มีกำลังใจเข้มแข็งและอดทนไม่ยอมไปโรงพยาบาลทั้งๆ ที่ลูกศิษย์และพระสงฆ์ในวัดแนะนำท่าน และจะพาไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจรักษา แต่ท่านไม่ยอม
รุ่งขึ้นอีกวันลูกศิษย์เห็นอาการ ของท่านไม่ดีขึ้น จึงพาท่านไปโรงพยาบาลบ้านโป่งให้หมอตรวจรักษา หมอแนะนำให้ท่านพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ท่านไม่ยอมพัก
เมื่อตรวจเสร็จแล้วท่านก็สั่งจะกลับวัด วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๒๖ อาการของท่านเริ่มหนักขึ้นอีก พระที่วัดจึง ได้นำท่านเข้าโรงพยาบาลบ้านโป่งอีกครั้ง หมอได้ทำการตรวจรักษาให้ด้วยความเอาใจใส่ ดูแลอาการของท่านอย่างใกล้ชิด
สุดท้ายหมอและพยาบาลได้พยายามเยียวยาช่วยเหลือจนสุดความสามารถ อาการของท่านก็มีแต่ทรงกับทรุด
หลวงพ่อเชย ปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลง ด้วยอาการดังกล่าวอย่างสงบ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เวลาประมาณ ๑๑.๓๐ น. นับรวมสิริอายุได้ ๘๔ ปี ๖๑ พรรษา.
วัตถุมงคลหลวงพ่อเชย วัดท่าผา
พระปิดตาหูกระต่ายหลวงพ่อเชย วัดท่าผา รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ เพื่อแจกให้กับผู้บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นพระปิดตาหล่อ พิพม์หูกระต่าย โดยถอดพิมพ์มาจากพระปิดตาวัดห้วยจรเข้ สร้างด้วยเนื้อเมฆพัดเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| พระปิดตาหลวงพ่อเชย วัดท่าผา ราชบุรี รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ เนื้อเมฆพัด |
ด้านหน้า จำลองเป็นรูปพระปิดตาพิมพ์หูกระต่าย มีอักขระยันต์
ด้านหลัง มีอักขระยันต์อ่านได้ว่า "นะ อะ มะ อุ"
เหรียญหลวงพ่อเชย วัดท่าผา รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ เพื่อแจกให้กับผู้บริจาคทรัพย์สร้างศาลาการเปรียญกับทางวัด ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปตู้พระธรรมแบบมีหูในตัว สร้างด้วยเนื้อทองแดง และเนื้อทองแดงกระไหล่เงินเพียงท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อเชย วัดท่าผา ราชบุรี รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ เนื้อทองแดงกระไหล่เงิน |
ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อเชยครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ใต้รูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูบุญญคุณูปถัมภ์"
ด้านหลัง มีอักขระยันต์มงกุฏพระเจ้าห้าพระองค์ ใต้อักขระยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "วัดท่าผา รุ่น ๑ พ.ศ. ๒๕๑๓"
ถุงเขียวเหนี่ยวทรัพย์คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ มูลเหตุการสร้างเกิดจาก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๘ เมื่อพระครูบุญญคุณูปถัมภ์ (หลวงปู่เชย) ได้เชิญคุณแม่บุญเรือนมาช่วยร่วมสร้างอุโบสถวัดท่าผา ที่กำลังก่อสร้างอยู่ แต่ขาดทุนทรัพย์อยู่มาก
ในตอนนั้นคุณแม่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการรักษาโรคและเรื่องในการสำเร็จอภิญญา คนกรุงเทพฯและในต่างจังหวัดนับถือคุณแม่บุญเรือนมาก คุณแม่บุญเรือนจึงมีลูกศิษย์ลูกหามาก คุณแม่ได้รับปากหลวงปู่เชยว่าจะเดินทางมาช่วยหาทุนสร้างโบสถ์
และในปีต่อมาตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๔ ปีมะแม ซึ่งวันนั้นตรงกับวันมาฆบูชาพอดี คุณแม่ก็ได้เดินทางมาถึงวัดท่าผา ในตอนกลางวันเมื่อมาถึงวัดท่าผา ได้นำถุงเขียวเหนี่ยวทรัพย์แจกญาติโยมที่มาทำบุญร่วมสร้างอุโบสถวัดท่าผา
![]() |
| ถุงเขียวเหนี่ยวทรัพย์คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม แจกวัดท่าผา ราชบุรี ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ |
และอีกจำนวนหนึ่งได้มอบถวายแด่พระครูบุญญคณูปถัมภ์ ถุงเขียวเหนี่ยวทรัพย์นี้ที่ท่านมอบไว้ให้นี้ เมื่อหลวงปู่เชยมรณภาพแล้ว
ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ หลวงพ่อมหาดำเกิง เขมสิริ (พระครูศรีธรรมนาท) เจ้าอาวาสในขณะนั้น มีดำริจะสร้างกุฏิหลังใหม่ขึ้น จึงได้ทำการรื้อกุฏิหลังเก่า และได้พบถุงเขียวเหนี่ยวทรัพย์เป็นจำนวนมาก แต่สภาพสมบูรณ์มีน้อย คือถูกปลวก หนู กัดกินไปเป็นจำนวนมาก
จึงได้ให้สามเณรเข็นรถสาลี่ไป "ทิ้งที่แม่น้ำหลังวัด" (ปัจจุบันสามเณรคือ พระมหารุ่งธรรม ญาณสิทฺธิ(เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันนี้)
ที่เหลือสมบูรณ์มีหลวงตาขาวท่านเก็บไว้(ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) และต่อมาไม่นานก็ได้มีคนที่นับถือคุณแม่เดินทางจากกรุงเทพเพื่อขอเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น
![]() |
| ถุงเขียวเหนี่ยวทรัพย์คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม แจกวัดท่าผา ราชบุรี ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ |
ตอนที่รื้อลังมีผ้านุ่งอยู่จำนวนหนึ่งที่แรกก็คิดว่าเป็นผ้าสบงของหลวงปู่เชยและมีพระเม็ดข้าวตอกจำนวนหนึ่ง พระชุดนี้ไม่มีใครสนใจ ก็เลยนำขึ้นไปเก็บไว้บนศาลาการเปรียญ
คนที่ไม่ทราบสมัยก่อนก็จะเล่ากันว่าถุงเขียวถูกเอาไปเผาไฟนั้นไม่เป็นความจริง แต่แท้จริงแล้วเอาไปทิ้งแม่น้ำหลังวัดเป็นจำนวน ๑ เข่ง พร้อมกับผ้าขาวที่ขาดๆ
แม่บุญเรือนได้มาพำนักอยู่ที่วัดท่าผา และเดินทางไป-มา หลายเดือนโดยโยมป้าใหญ่(ลำใย) พลบูรณ์ บ้านอยู่หลังวัดท่าผา (ปัจจุบันอายุ ๘๙ ปี) มาคอยปรนนิบัติถวายข้าวน้ำ ตักน้ำกินน้ำใช้ อยู่เป็นประจำที่แม่บุญเรือนมาพักที่วัดท่าผา
แม่บุญเรือนได้ร่วมกับหลวงปู่เชยหาทุนทรัพย์สร้างอุโบสถ จนบรรลุเป้าหมายจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ
![]() |
| ภาพถ่ายคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ณ วัดท่าผา บ้านโป่ง ราชบุรี |
อีกเรื่องคือ รูปถ่ายอธิฐานที่หน้าโต๊ะหมู่บูชานั้นถ่ายที่อุโบสถหลังเก่า ไม่ใช่ที่ศาลาตามที่เข้าใจกัน เพราะศาลาหลังใหญ่เริ่มวางศิลาฤกษ์ในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ - ๑๓
ป้าใหญ่(ลำใย) พลบูรณ์ ขี่จักรยานไปตามช่างถ่ายรูปมาจากร้านศรีเงิน ที่อยู่ตรงข้างโรงภาพยนต์เฉลิมทองคำ บ้านโป่ง เจ้าของร้านถ่ายรูปได้เดินทางมาถ่ายรูปประวัติศาสตร์ด้วยตนเอง
ในภาพนั้นคุณแม่นั่งพับเพียบหน้าโต๊ะหมู่บูชา โดยช่างถ่ายรูปจัดฉากผ้าม่าน มีพระพุทธรูปพุทโธคลังด้านหลังเป็นประธาน(ตามรูป) แม่นั่งด้วยอาการสำรวมและท่านได้อธิษฐานขอให้ภาพนี้ เป็นภาพแห่งกาลเวลา
เป็นภาพศักดิ์สิทธิ์อธิษฐานให้ครั้งเดียวในครั้งนี้ และเมื่อภาพนี้อัดย่อขยาย อีกกี่พันกี่, หมื่นกี่, กี่แสนล้านครั้ง, ก็จะมีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนต้นฉบับเดิมด้วยวาจาสิทธิ์ของคุณแม่ โดยเป็นวาจาที่คุณแม่อธิษฐาน
และจึงได้มอบให้หลวงปู่เชย เจ้าอาวาสวัดท่าผาขณะนั้น นำไปแจกผู้ร่วมบุญผู้มีจิตศรัทธา เพราะที่นี้คือรูปถ่ายคุณแม่บุญเรือนแห่งตำนานที่เดียวในประวัติศาสตร์ ณ วัดท่าผา ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุนให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***







ไม่มีความคิดเห็น