โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี ศิษย์เอกหลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้

หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี
หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี

         หลวงพ่อสอน วัดลาดหญ้า หรือ พระกาญจนวัตรวิบูล วัดทุ่งลาดหญ้า ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ท่านถือเป็นหนึ่งในศิษย์เอกของหลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้

         นอกจากนี้ท่านยังได้เป็นถึงพระราชาคณะของเมืองกาญจนบุรี โดยวัดของท่านนั้นเป็นเพียงวัดราษฏร์ธรรมดาๆ 

         หลวงพ่อสอน ท่านมีนามเดิมว่า สอน ณ ท่าล้อ มีโยมบิดาชื่อผู้ใหญ่ควร ณ ท่าล้อ โยมมารดาชื่อนางยิ้น ณ ท่าล้อ เกิดเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๔ ที่บ้านท่านกเอี้ยง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ในวัยเด็กท่านเป็นเด็กที่มีความฉลาดเฉลียว มีจิตใจโอบอ้อมอารี มีเมตตาสูง

         ปี พ.ศ. ๒๔๕๔ หลวงพ่อสอนท่านมีอายุได้ ๒๐ ปี ท่านได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารตามระเบียบปฏิบัติของชายไทยที่ดี โดยอยู่ในราชการทหาร ๒ ปี

         ปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ภายหลังจากปลดเป็นทหารกองหนุนแล้ว ท่านจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดท่าล้อ ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับฉายาว่า "อินฺทสโร" โดยมี

         พระอุปัชฌาย์ช้าง วัดท่าล้อ เป็นพระอุปัชฌาย์

         หลวงพ่อเปลี่ยน วัดไชยชุมพลชนะสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์

         พระปลัดจู วัดไชยชุมพลชนะสงคราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

         เมื่ออุปสมบทแล้วได้อยู่จำพรรษาที่วัดท่าล้อ เพื่อศึกษาวิชากับหลวงพ่อช้าง วัดท่าล้อ โดยวิชาที่ศึกษานั้นมีทั้งวิชาด้านกรรมฐานและศึกษาการเขียนภาษาบาลีและอักขระขอมต่างๆ 

         นอกจากนี้ท่านยังได้เดินทางไปศึกษาวิชาอาคมกับหลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ จนสำเร็จวิชาอาคมต่างๆมากมายอีกด้วย

หลวงปู่เหรียญ วัดหนองบัว หลวงปู่ดี วัดเหนือ และหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๐ พระอธิการกล่อม เจ้าอาวาสวัดลาดหญ้าได้ถึงแก่มรณภาพลง ชาวบ้านลาดหญ้าที่เคยได้พบเจอหลวงพ่อสอนและชื่มชมในคุณงามความดีของท่าน ชาวบ้านต่างพร้อมใจกันมานิมนต์หลวงพ่อสอนให้มารับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดลาดหญ้าทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง

         วัดทุ่งลาดหญ้า เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๒๖๒ บ้านลาดหญ้า หมู่ที่ ๑ ตําบลลาดหญ้า อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ ๔๖ ไร่ ๒๗๕ ตารางวา 

         วัดทุ่งลาดหญ้า ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ รัชกาลที่ ๑๔ ปกครองอยู่ ปรากฏตามหลักฐานของเมืองกาญจนบุรีเก่า กล่าวว่าทุ่งลาดหญ้าเป็นตัวเมืองอยู่ตอนใต้ ชายทุ่งตอนบนเป็นเนินติดต่อกับแม่น้ําแควใหญ่ 

         คาดว่ามีหมู่บ้านและวัดอยู่ด้วย เนื่องจากชายแดนมีซากของเก่าเป็นซากอิฐ คูเมือง ซากถ้วยชามปรากฏอยู่ ต่อมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตรงกับปี พ.ศ. ๒๓๒๘ กองทัพพม่าได้ยกมาตีไทย ๙ ทัพ โดยได้ยกทัพเข้ามาทางทุ่งลาดหญ้า 

         สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงมีพระบัญชาให้สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท และกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เป็นแม่ทัพสกัดกั้นกองทัพพม่า ซึ่งรบกัน ณ ทุ่งลาดหญ้าในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ และพระองค์ทรงได้รับชัยชนะ 

         จึงทรงตั้งปณิธานว่า "จะทํา ศึกครั้งนี้ให้มีชัย จะไว้เกียรติให้สืบ ทั้งแผ่นดิน มันทําเมืองเราก่อนเท่าไร จะทดแทนมันให้หมดสิ้น มันคิดอหังการ ทมิฬ จะล้างให้หมดสิ้นอย่าสงการ การเสร็จสําเร็จลงเมื่อใด ซึ่งคิดไว้ขอให้สมปรารถนา"

         เมื่อพระองค์ได้สมดังปณิธานของพระองค์แล้ว วัดนี้จึงได้ชื่อว่า "วัดลาดหญ้า" เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการรบครั้งนั้นด้วย

หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี

         วัดทุ่งลาดหญ้าเดิมมีอุโบสถหลังเล็กๆ อยู่ริมน้ำ ต่อมาได้ถูกน้ำเซาะตลิ่งพัง หลวงพ่อสอนได้ดำเนินการจัดสร้างอุโบสถขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๗ แล้วเสร็จจนประกอบพิธีผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิมิตเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๙

         ต่อมาในสมัยพระมงคลสิทธิคุณ (ลำใย ปิยวณฺโณ) ได้มีการสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร

         ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ นี้เองที่พระมงคลสิทธิคุณ (ลำใย ปิยวณฺโณ) ได้เปลี่ยนชื่อวัดจาก "วัดลาดหญ้า" มาเป็น "วัดทุ่งลาดหญ้า"  มีเจ้าอาวาสปกครองสวัดเท่าที่ทราบดังนี้ และ

         ๑. พระอธิการช่วง ไม่พบหลักฐานว่าเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดมาแต่ปีใด แต่ในหนังสือ "ทำเนียบคณะสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๓" คือในปี พ.ศ. ๒๔๓๗ ได้ปรากฏชื่อของท่านเป็นเจ้าอาวาส

         ๒. พระอธิการแมว

         ๓. พระอธิการกล่อม

         ๔. พระกาญจนวัตรวิบูล (สอน อินฺทสโร) พ.ศ. ๒๔๖๐ - ๒๕๐๙

         ๕. พระมงคลสิทธิคุณ (ลำใย ปิยวณฺโณ) พ.ศ. ๒๕๐๙ - ๒๕๔๖

         ๖. พระครูสิทธิกิจจานุวัตร (ประเสริฐ อติเมโธ) พ.ศ. ๒๕๔๖ - ปัจจุบัน

หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี

         เมื่อหลวงพ่อสอน ได้รับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสแล้ว ท่านก็ได้พัฒนาวัดให้เจริญก้าวหน้า ทั้งการสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัด

         ท่านสอนให้ชาวบ้านลาดหญ้าตระหนักถึงบุญบาป จนเป็นที่รักของชาวบ้านลาดหญ้า จนท่านท่านได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวน

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ สร้างวิหารเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ขนาดกว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๐ เมตร และสร้างพระประธานเนื้อปูนปั้น ประจำพระวิหาร

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ สร้างพระประธานเนื้อโลหะ ประจำศาลาการเปรียญ

ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อสอน วัดลาดหญ้า กาญจนบุรี
ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร ที่ "พระครูยติวัตรวิบูล" เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ เล่ม ๖๗ ตอนที่ ๖๗

ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อสอน วัดลาดหญ้า กาญจนบุรี
ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ หลวงพ่อสอน ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ "พระกาญจนวัตรวิบูล" เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ เล่ม ๗๕ ตอนที่ ๑๐๙

         เจ้าคุณพระกาญจนวัตรวิบูล เป็นพระเถระที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริ) วัดพระเชตุพน ทรงเคารพนับถือมาเป็นเวลาช้านาน เมื่อเวลาเจ้าคุณพระกาญจนวัตรวิบูล มากรุงเทพ จะต้องมาพักอยู่กับเจ้าประคุณสมเด็จฯ และร่วมฉันภัตตาหารเป็นประจำ

         พระครูกาญจโนปมคุณ (ลําใย ปิยวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดทุ่งลาดหญ้า และเจ้าคณะอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี องค์ปัจจุบัน(สมัยนั้น) เล่าให้ผู้เรียบเรียงประวัตินี้ฟังว่า

         เจ้าคุณพระกาญจนวัตรวิบูล (สอน) หลวงพ่อของท่านเคยเล่าให้ท่านฟังว่า เมื่อสมัยหลวงพ่อยังเป็นพระหนุ่มๆ ท่านเคยไปกิจนิมนต์ที่กรุงเทพ ไปพักอยู่ที่วัดพระเชตุพน หรือ วัดโพธิ์ ท่าเตียน

         เจ้าภาพเขาถวายปัจจัยมา ๘๐ บาท กับผ้าไตรอีก ๑ ไตร ซึ่งก็นับว่าเป็นจำนวนเงินมากโขอยู่ทีเดียวในเวลานั้น หลวงพ่อได้แลเห็นพระเณรวัดโพธิ์ขัดสนทั้งของขบฉัน สบงจีวร เวลาท่านจะกลับเมืองกาญจน์ ท่านจึงถวายเงินสามเณรปุ่นไว้ ๔๐ บาท 

         สำหรับไว้ ซื้ออาหารฉัน พร้อมกับผ้าไตร ๑ ไตร และท่านก็เดินทางกลับวัดลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี

         ครั้นต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเจ้าคณะตรวจการภาคต่าง ๆ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริ) วัดพระเชตุพน ขณะนั้นทรงดำรงสมณศักดิ์เป็นที่ "พระธรรมดิลก" และย้ายมาเป็นเจ้าคณะตรวจการภาค ๗ ซึ่งมีจังหวัดขึ้นตรงอยู่ในเขตปกครอง ๘ จังหวัด คือ

         ๑. จังหวัดนครปฐม

         ๒. จังหวัดสมุทรสาคร

         ๓. จังหวัดสมุทรสงคราม

         ๔. จังหวัดราชบุรี

         ๕. จังหวัดเพชรบุรี

         ๖. จังหวัดกาญจนบุรี

         ๗. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

         ๘. จังหวัดสุพรรณบุรี

         วันหนึ่ง หลวงพ่อท่านไปพบท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ พระองค์ทรงปรารภว่า "มีพระองค์หนึ่งชื่ออะไรก็ไม่ทราบได้ อยู่จังหวัดกาญจนบุรี ท่านให้สตางค์กับผ้าไตร เวลานั้นพระองค์ยังเป็นสามเณร 

         ไม่ทราบว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ระลึกถึงพระคุณความดี ของท่านอยู่เสมอ เวลานั้นท่านขาดแคลนมาก เพราะไม่ได้อยู่กับพระผู้ใหญ่ ทุกอย่างต้องช่วยตนเอง"

         เมื่อหลวงพ่อสอนได้ยินดังนั้น ก็นึกได้ทันทีว่า พระองค์นั้นที่สมเด็จฯ ทรงปรารภถึงก็คือ หลวงพ่อนั่นเอง จึงทูลให้สมเด็จฯ ทรงทราบ สมเด็จฯ ทรงกราบท่านทันที หลวงพ่อสอนถึงกับตกใจ ด้วยไม่นึกว่าสมเด็จจะทรงปฏิบัติแก่ท่านเช่นนั้น

         เห็นจะเป็นด้วยมูลเหตุดังกล่าวแล้ว นับแต่นั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อสอนก็เป็นที่โปรดปรานของสมเด็จฯตลอดมา โดยพระองค์ทรงสนับสนุนให้เป็นกรรมการสงฆ์จังหวัดตeแหน่งเผยแผ่จังหวัด 

         ให้เป็นพระราชาคณะ และเป็นอะไรต่ออะไรอีกหลายตำแหน่ง เท่าที่สมเด็จจะโปรดอุปถัมภ์ได้ ก่อนหน้านี้หลวงพ่อเคยเป็นพระครูชั้นประทวนสมณศักดิ์อยู่หลายปีดีดัก เพราะขาดผู้สนับสนุน

         อนึ่ง เมื่อเจ้าคุณพระกาญจนวัตรวิบูล ถึงมรณภาพ เมื่อทำการสำรวจบริขารของท่าน ตามระเบียบของสงฆ์ ได้ทราบว่าท่านมีเงินอยู่ทั้งหมด ๒,๐๐๐ บาท เท่านั้น

         อุปนิสัยของเจ้าคุณพระกาญจนวัตรวิบูล ถ้าเรียกกันตามภาษาโบราณก็ว่า "เป็นพระ นักเกรง" พูดจาไม่เกรงกลัวใคร เป็นพระเถระที่เคารพเคร่งครัดพระวินัยครองผ้าสะอาดเรียบร้อย เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านร้านตลาดทั้งใกล้ไกลจนตราบเท่าทุกวันนี้

         หลวงพ่อสอน ปกครองัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๙ นับรวมสิริอายุได้ ๗๕ ปี ๕๓ พรรษา.

         ทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๐.

วัตถุมงคลของหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า

         เหรียญผูกพัทธสีมาวัดลาดหญ้า

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๙ เพื่อแจกในงานผูกพัทธสีมาวัดลาดหญ้า ลักษณะเป็นเหรียญทรงเสมา ข้างเลื่อย โดยเหรียญรุ่นนี้นอกจากหลวงพ่อสอนจะปลุกเสกแล้ว ยังได้หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้เป็นผู้ปลุกเสกด้วยอีกท่านหนึ่ง โดยสามารถแบ่งออกเป็น ๒ บล็อกด้วยกันคือ พิมพ์เสมาใหญ่ กับ พิมพ์เสมาเล็ก มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
เหรียญผูกพัทธสีมาวัดลาดหญ้า พิมพ์ฐานเล็ก 2479 ทองแดงกระไหล่ทอง
เหรียญผูกพัทธสีมา วัดลาดหญ้า ปี พ.ศ. ๒๔๗๙ พิมพ์เสมาเล็ก ของคุณปกร ปรการ
เหรียญผูกพัทธสีมา วัดลาดหญ้า ปี พ.ศ. ๒๔๗๙ พิมพ์เสมาใหญ่ ของคุณอั้ม ท่าไม้

เหรียญผูกพัทธสีมา วัดลาดหญ้า ปี พ.ศ. ๒๔๗๙ พิมพ์เสมาเล็ก

         ด้านหน้า เป็นรูปใบเสมา มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ที่ระลึกในการผุกพัทะสีมาฝังลูกนิมิตต์วัดลาดหญ้า" ด้านบานขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พ.ศ.๒๔๗๙" ซึ่งเป็นปีที่สร้างเหรียญ

          ด้านหลัง  เรียบไม่มีอักขระใดๆ

         รูปหล่อหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า รุ่นแรก

          สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ลักษณะเป็นเหรียญหล่อโบราณ เนื้อทองเหลือง อุดกริ่งสามารถจำแนกออกได้เป็น ๒ พิมพ์คือพิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก ซึ่งจะแตกต่างกันที่ขนาดและริ้วจีวร จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

รูปหล่อหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า พิมพ์ใหญ่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ของคุณศิริชัย นาเวช

รูปหล่อหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า พิมพ์ใหญ่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๐

รูปหล่อหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า พิมพ์เล็ก ปี พ.ศ. ๒๕๐๐

         ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อสอน นั่งสมาธิองค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ บนฐานเขียง ไม่มีอักขระภาษาใดๆ

         ด้านหลัง  ปลายสังฆาฏิพาดยาวจรดฐานเขียง ไม่มีอักขระใดๆ

         พระท่ากระดาน หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า พิมพ์เล็กหลังยันต์

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ลักษณะเหมือนพระท่ากระดาน ทั่วไปแต่มีขนาดเล็กและมีเอกลักษณ์ที่ยันต์ด้านหลัง สร้างด้วยเนื้อตะกั๋วเก่าจากกรุต่างๆในจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อสร้างแล้วบางส่วนได้นำไปบรรจุกรุไว้ที่พระเจดีย์ของทางวัดและบางส่วนได้แจกจ่ายให้กับชาวบ้าน จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

พระท่ากระดาน หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า พิมพ์เล็กหลังยันต์ ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เนื้อตะกั่ว

         ด้านหน้า เป็นรูปจำลองเป็นรูปพระท่ากระดาน โดยที่ปลายเกศจะงอโค้ง องค์พระไม่มีอักขระภาษาใดๆ

         ด้านหลัง  มียันต์อุ ๒ สองตัวปลายหางชี้ขึ้นบน และลงล่างอย่างละตัว ไม่มีอักขระภาษาใดๆ

         พระท่ากระดาน หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า พิมพ์ใหญ่เกศตุ่ม

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ลักษณะเหมือนพระท่ากระดาน ทั่วไปแต่มีขนาดใหญ่กว่าพิมพ์เล็ก สร้างด้วยเนื้อตะกั๋วเก่าจากกรุต่างๆในจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อสร้างแล้วบางส่วนได้นำไปบรรจุกรุไว้ที่พระเจดีย์ของทางวัดและบางส่วนได้แจกจ่ายให้กับชาวบ้าน จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

พระท่ากระดาน พิมพ์ใหญ่เกศตุ่ม หลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เนื้อตะกั่ว

         ด้านหน้า เป็นรูปจำลองเป็นรูปพระท่ากระดาน โดยที่ปลายเกศจะเป็นตุ่ม องค์พระไม่มีอักขระภาษาใดๆ

         ด้านหลัง  ไม่มีอักขระภาษาใดๆ

         เหรียญหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า รุ่นแรก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่แบบมีหูในตัว เพื่อแจกจ่ายให้แก่บรรดาลูกศิษญ์ที่มาร่วมในงานฉลองการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะของหลวงพ่อสอน มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
เหรียญหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๐๒

         ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อสอน ครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูกาญจนวัตรวิบูล" 

         ด้านหลัง  มียันต์พระเจ้าห้าพระองค์ ใต้ยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "๗.เมย.๒๕๐๒"

         เหรียญหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า รุ่นสอง

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ลักษณะเป็นเหรียญรูปเสมาแบบมีหูในตัว เพื่อแจกจ่ายให้แก่บรรดาลูกศิษญ์ที่มาร่วมในงานฉลองอายุครบ ๖ รอบ ของหลวงพ่อสอน มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง เนื้อทองแดงกะไหล่เงิน เนื้อทองแดงผิวไฟ และเนื้อทองแดงชุบนิเกิ้ล จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
เหรียญหลวงพ่อสอน วัดทุ่งลาดหญ้า รุ่นสอง ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ เนื้อทองแดงกระไหล่เงิน

         ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อสอน ครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูกาญจนวัตรวิบูล"

         ด้านหลัง  มียันต์ ใต้ยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ที่ระลึกครบ ๖ รอบ ๑๑ เมษายน ๒๕๐๗"


หมายเหตุ : หลวงพ่อสอนท่านไม่ได้เป็นศิษย์หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว อย่างที่มีหลายคนเข้าใจผิดกัน ด้วยหลวงปู่ยิ้ม มรณภาพปี พ.ศ. ๒๔๕๓ แต่หลวงพ่อสอน บวชเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๖ จึงไม่ได้เป็นศิษย์อาจารย์กัน

ข้อมูล : หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพนางน้ำ นาคะ
โดย : สารานุกรม​พระเครื่อง​ลุ่ม​น้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้