โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม พระเกจิจารย์ผู้ละสังขารด้วยท่านั่งสมาธิ

หลวงพ่อห้อง (พระครูอินทเขมา) วัดช่องลม ราชบุรี

          หลวงพ่อห้อง (พระครูอินทเขมา ) วัดช่องลม ราชบุรี เจ้าของเหรียญหล่อโบราณที่มีอายุเก่าแก่เหรียญหนึ่งชาวราชบุรี เป็นเหรียญหล่อโบราณที่มีประสบการณ์สูงมาก โดดเด่นในพุทธคุณโดยเฉพาะคุณวิเศษ ทางด้านคงกระพันชาตรี ชนิดที่ว่าแมลงวันไม่ได้กินเลือด ด้วยรูปพิมพ์ลักษณะของเหรียญและประสบการณ์นี้เอง ในอดีตจึงเข้าใจผิดว่าเป็นเหรียญหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เหรียญหล่อโบราณของพระครูอินทเขมา (ห้อง) นับได้ว่าเป็นเหรียญหล่อโบราณที่เก่าและมีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัดราชบุรี

          วัดช่องลม ตั้งอยู่บนถนนไกรเพชร ตำบลบ้านเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี มีหลวงพ่อแก่นจันทน์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายในวัด เดิมวัดชื่อ "ช้างล้ม" ในอดีตบริเวณวัดเป็นป่าไผ่ มีโขลงช้างมาอาศัยหากินอยู่บริเวณนั้น เมื่อช้างเกิดป่วย เจ็บ และล้มตาย ก็จะตายบริเวณนั้น จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านในบริเวณนั้นขนานนามว่า “วัดช้างล้ม”

          ปีพ.ศ.๒๔๕๗ เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เสด็จตรวจการคณะสงฆ์มณฑลราชบุรี ได้ประทับ ณ วัดนี้ ด้วยเหตุวัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองเป็นเหตุให้บริเวณในวัดมีอากาศร่มรื่นเย็นสบาย มีต้นไม้ใหญ่น้อยหนาแน่นมาก บริเวณวัดสะอาด และมีลมพัดเย็นตลอดเวลา สมเด็จฯท่านได้ตรัสขึ้นด้วยความสะบายใจว่า "วัดนี้อากาศเย็นสบายสมชื่อวัดช่องลม มีลมพัดผ่านตลอดเวลาทุกฤดูกาล"

พระครูอินทเขมา หลวงพ่อห้อง วัดช่องลม

          วัดช่องลม สร้างเมื่อครั้งใด ไม่มีหลักฐานแน่นอน ส่วนเจ้าอาวาสที่ปรากฏหลักฐานมีดังต่อไปนี้

          ๑. พระอาจารย์น้อย (ครองวัดสมัยรัชกาล​ที่​ ๑)​

          ๒. พระอาจารย์จันทร์

          ๓. พระครูอินทเขมา(ห้อง พุทธสโร) พ.ศ. ๒๔๒๓-๒๔๖๙

          ๔. พระปลัดครื้น พุทธรักขิตะ พ.ศ. ๒๔๖๙-๒๔๗๓ (น้องชายหลวงพ่อห้อง)

          ๕. พระราชเขมาจารย์(เปาะ อินทสโร) พ.ศ. ๒๔๗๓-๒๕๑๙

          ๖. พระราชวรเวที กวีธะโร (เจ้าคุณเทศน์)

          ๗. พระครูโสภณปัญญาวัฒน์(ปัญญาทีโป) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

          หลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ท่านเป็นชาวบ้านโพธิ์ (คำบอกเล่าของหลวงพ่อเปาะได้เล่าให้พระราชวรเวทีฟัง และพระราชวรเวทีได้เล่าให้คุณบุญเสริม ศรีภิรมณ์ฟัง เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๙) ในสมัยที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลม จังหวัดราชบุรี ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จมาเยี่ยมเยียน และทรงฟังธรรม

พระครูอินทเขมา หลวงพ่อห้อง วัดช่องลม

          หลวงพ่อห้อง ท่านเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๘๘ ที่ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โยมบิดาชื่อ แสง โยมมารดาชื่อ นาค (แต่บทความของอาจารย์เภา ศกุนตะสุต ที่ท่านได้บันทึกในหนังสืออาณาจักรพระเครื่องว่าโยมบิดาท่านเป็นคนจีนชื่อ แป๊ะ โยมมารดาชื่อ ขำ อยู่ที่บ้านท่าเสา อำเภอเมือง) 

          จากบันทึกไม่ปรากฏว่ามีพี่น้องจำนวนกี่คน แต่ที่สามารถสืบทราบได้คือมีน้องชายหนึ่งคนชื่อว่า พระครูปลัดครื้น หรือที่ชายบ้านเรียกกันว่าหลวงพ่อเล็ก ซึ่งต่อมาหลวงพ่อเล็กนี่เองที่เป็นเจ้าอาวาสอันดับถัดมาต่อจากหลวงพ่อห้อง (หลวงพ่อใหญ่) ผู้เป็นพี่ชาย

พระปลัดคลื้น พุทธรักขิตะ (หลวงพ่อเล็ก น้องชายหลวงพ่อห้อง)

          ปี พ.ศ. ๒๔๐๙ เมื่อท่านอายุครบบวช หลวงพ่อห้องได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดช่องลม ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ได้รับฉายาว่า “พุทธสโร” โดยมี

          ท่านอธิการจันทร์ วัดช่องลม เป็นพระอุปัชฌาย์ 

          พระปลัดจันทร์ วัดพญาไม้ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ 

          หลวงพ่อเรือง วัดท้ายเมือง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

          เมื่อบวชแล้ว หลวงพ่อห้อง ท่านประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และบำเพ็ญศาสนกิจของสงฆ์ ถูกต้องตามพุทธบัญญัติทุกประการ เนื่องจากท่านปฏิบัติเคร่งในพระธรรมวินัย ทรงศีลาจริยาวัตร ปฏิบัติศาสนกิจโดยมิขาดตกบกพร่อง 

          ปี พ.ศ. ๒๔๒๓ พระอธิการจันทร์เจ้าอาวาสวัดช่องลม ได้มรณภาพลง ชาวบ้านและคณะกรรมการวัดจึงได้นิมนต์หลวงพ่อห้องขึ้นเป็นเจ้าอาวาสสืบแทน

          เมื่อท่านได้เป็นสมภารปกครองวัด ท่านได้บูรณะปฏิสังขรณ์ และก่อสร้างถาวรวัตถุ เช่น พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิและอื่นๆ อีกมากมาย คณะสงฆ์เห็นคุณงามความดีของท่าน จึงแต่งตั้งให้ท่านดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

          พ.ศ. ๒๔๓๒ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูอินทเขมา ตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัด

          พ.ศ. ๒๔๕๕ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี

          พ.ศ. ๒๔๖๑ ด้วยเหตุท่านชรามาก จึงโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกิตติมศักดิ์

         หลวงพ่อห้องเคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีจริยวัตรที่น่าเลื่อมใส ท่านได้ช่วยระงับอธิกรณ์น้อยใหญ่ และบริหารคณะสงฆ์ด้วยดีเสมอมา นอกจากนี้ท่านยังได้บำรุงพระพุทธศาสนาโดยการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดช่องลมให้เจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด 

          นอกจากนี้ท่านยังช่วยเหลือวัดอื่นๆ ในจังหวัดราชบุรีตามกำลังและสติปัญญาของท่าน ในปีหนึ่งๆ จะมีผู้มาขออุปสมบทกับท่านเป็นจำนวนมาก

          ปี พ.ศ. ๒๔๖๙ ด้วยสังขารและการทำงานอย่างหนักหลวงพ่อห้องจึงเริ่มมีอาการอาพาธ จนราวต้นเดือนพฤษภาคม หลวงพ่อห้องก็เริ่มอาพาธหนักขึ้น แพทย์มาเยียวยารักษาท่านแนะนำให้หลวงพ่อห้องฉันอาหารมื้อเย็นเพิ่ม เพื่อจะได้ช่วยให้อาการดีขึ้น 

          แต่ด้วยท่านเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ท่านไม่ยอมฉันอาหารเย็นเลย ท่านบอกกับลูกศิษย์ที่เฝ้าดูแลท่านว่า “ถึงแม้จะถึงชีวิตก็จะไม่ขอล่วงพระธรรมวินัยแม้แต่เพียงเล็กน้อยก็จะไม่ยอม”

รูปหล่อจำลองหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม

          หลวงพ่อห้อง ปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคชราในวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๙ ในเวลาตี ๔ กับ ๕๕ นาที ในท่านั่งสมาธิ นับรวมสิริอายุได้ ๘๒ ปี พรรษาที่ ๖๑

วัตถุมงคลของหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม

          ในสมัยที่หลวงพ่อห้องยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้สร้างพระเครื่องในรูปแบบเหรียญปั้มและเหรียญหล่อโบราณ เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ พุทธคุณโดดเด่นด้านมหาอุตย์ คงกระพัน ยิงฟันไม่เข้า

          เหรียญปั๊มหลวงพ่อห้องแบ่งออกเป็น ๓ พิมพ์ ๔ บล็อค จำนวนสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้แค่คาดว่าน่าจะไม่มาก

          เหรียญปั๊มหลวงพ่อห้อง รุ่นแรก พิมพ์หนังสือใหญ่ ธะ กลับ (บล็อก ๑)

          สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๖๕ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มข้างกระบอกรูปไข่ สร้างด้วยเนื้อทองแดง มีห่วงเชื่อม พิมพ์นี้จัดเป็นพิมพ์ที่หายากที่สุด จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญปั๊มหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ พิมพ์หนังสือใหญ่ ธะกลับ

          ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อห้อง ห่มจีวรลดไหล่ พาดผ้าสังฆาฏิ รัดประคต นั่งสมาธิเต็มองค์ ใต้องค์หลวงพ่อมีอาสนะบัวคว่ำ-บัวหงายรองรับไว้ มีอักษรไทยเขียนว่า "ว,ช,ล," มีอักขระขอม ๔ ตัว เขียนว่า "พุท ธะ สัง มิ"โดยตัว ธะ ช่างได้แกะแม่พิมพ์ผิดถือเป็นพิมพ์ที่หายาก

          ด้านหลัง บรรจุอักขระขอมจำนวน ๔ บรรทัด อ่านว่า "อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ มะ อะ อุ" 

          เหรียญปั๊มหลวงพ่อห้อง รุ่นแรก พิมพ์หนังสือใหญ่ (บล็อก ๒)

          สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๖๕ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มข้างกระบอกรูปไข่ สร้างด้วยเนื้องทองแดง มีห่วงเชื่อม จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญปั๊มหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ พิมพ์หนังสือใหญ่

          ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อห้อง ห่มจีวรลดไหล่ พาดผ้าสังฆาฏิ รัดประคต นั่งสมาธิเต็มองค์ ใต้องค์หลวงพ่อมีอาสนะบัวคว่ำ-บัวหงายรองรับไว้ มีอักษรไทยเขียนว่า "ว,ช,ล," มีอักขระขอม ๔ ตัว เขียนว่า "พุท ธะ สัง มิ" 

          ด้านหลัง บรรจุอักขระขอมจำนวน ๔ บรรทัด อ่านว่า "อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ มะ อะ อุ"

          เหรียญปั๊มหลวงพ่อห้อง รุ่นแรก พิมพ์หนังสือใหญ่ (บล็อก ๒ แตก)

          สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๖๕ เหมือนกับบล็อก ​๒ แต่เกิดการชำรุดของบล็อก ทำให้มีรอยแตก ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มข้างกระบอกรูปไข่ สร้างด้วยเนื้องทองแดง มีห่วงเชื่อม จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญปั๊มหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ปี พ.ศ. ๒๔๖๕  พิมพ์หนังสือใหญ่ (แตก)

          ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อห้อง ห่มจีวรลดไหล่ พาดผ้าสังฆาฏิ รัดประคต นั่งสมาธิเต็มองค์ ใต้องค์หลวงพ่อมีอาสนะบัวคว่ำ-บัวหงายรองรับไว้ มีอักษรไทยเขียนว่า "ว,ช,ล," มีอักขระขอม ๔ ตัว เขียนว่า "พุท ธะ สัง มิ" 

          ด้านหลัง บรรจุอักขระขอมจำนวน ๔ บรรทัด อ่านว่า "อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ มะ อะ อุ"

          เหรียญปั๊มหลวงพ่อห้อง รุ่นแรก พิมพ์หนังสือเล็ก (บล็อก​ ๓)

          สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๖๕ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มข้างกระบอกรูปไข่ สร้างด้วยเนื้องทองแดง มีห่วงเชื่อม จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้ แต่คาดว่าน่าจะมีจำนวนการสร้างมากที่สุดในทั้ง ๓ บล็อก

เหรียญปั๊มหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ พิมพ์หนังสือเล็ก

          ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อห้อง ห่มจีวรลดไหล่ พาดผ้าสังฆาฏิ รัดประคต นั่งสมาธิเต็มองค์ ใต้องค์หลวงพ่อมีอาสนะบัวคว่ำ-บัวหงายรองรับไว้ มีอักษรไทยเขียนว่า "ว,ช,ล," มีอักขระขอม ๔ ตัว เขียนว่า "พุท ธะ สัง มิ" 

          ด้านหลัง บรรจุอักขระขอมจำนวน ๔ บรรทัด อ่านว่า "อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ มะ อะ อุ"

          เหรียญหล่อหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม

          สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ ลักษณะเป็นเหรียญหล่อโบราณรูปไข่ มีห่วงในตัว มีสร้างด้วยเนื้อโลหะ ๓ เนื้อประกอบด้วย เนื้อเงินบ้องยาสูบ เนื้อขันลงหิน และเนื้อชินตะกั่ว สมัยก่อนนิยมแยกกันเป็น ๒ พิมพ์ คือพิมพ์หน้าใหญ่ และพิมพ์หน้าเล็ก แต่เมื่อมีการศึกษากันอย่างจริงจัง เข้าใจว่าน่าจะเกิดจากการถอดพิมพ์มาจากหุ่นเทียนทำให้หน้าตาของหลวงพ่อแตกต่างไปบ้างเล็กน้อย แต่ต้นแบบน่าจะมีพิมพ์เดียว จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญหล่อหลวงพ่อห้องวัดช่องลมปี2465เนื้อเงิน
เหรียญหล่อหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ เนื้อเงิน ของคุณโอ๊ต บางแพ
เหรียญหล่อหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ เนื้อทองเหลือง

เหรียญหล่อหลวงพ่อห้องวัดช่องลมปี2465เนื้อดีบุก
เหรียญหล่อหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ เนื้อดีบุก

          ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อห้อง นั่งขัดสมาธิ ห่มจีวรพาดผ้าสังฆาฏิ เหนือศรีษะหลวงพ่อมีอักขระขอม ๔ ตัว เขียนว่า "พุท ธะ สัง มิ" 

         ด้านหลัง เหรียญมีอักขระขอมจำนวน ๔ แถว อ่านว่า "อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ มะ อะ อุ"

         สมัยก่อนเซียนพระต่างถิ่นมักเข้าใจกันว่าเป็นพระของหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน เนื่องด้วยอายุการสร้างที่เก่าแก่ และรูปองค์พระที่คล้ายกัน ในพื้นที่จัดเป็นพระหายากมีสนนราคาแพงเอาการเลยทีเดียว 

ประสบการณ์ด้านพุทธคุณ

          เหรียญหล่อโบราณหลวงพ่อห้องเป็นเหรียญหล่อที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก โดยเฉพาะทางด้านคงกระพันชาตรี เป็นที่ประจักษ์ของชาวจังหวัดราชบุรี เพราะเหตุที่ลูกศิษย์ของท่านหลายๆคน คงกระพันหนังเหนียว ยิงฟันไม่เข้า ดังเช่นกรณีของเสือฮุยกับเสือแป้นฉาย

เหรียญหล่อหลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ เนื้อทองเหลือง

         เสือฮุย สมัยก่อนถือเป็นจอมโจรที่ชื่อเสียงว่าหนังเหนียว ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อห้อง เนื่องจากหลวงพ่อห้องให้เหรียญหล่อไว้ที่ตัว ทำให้กับเสือฮุยหนังเหนียว จนเมื่อเสือฮุยถูกจับและถูกพิพากษาให้ประหารชีวิต ในวันเข้าสู่แดนประหาร คมมีดของเพชรฆาตไม่สามารถทำอันตรายเสือฮุยได้

         จนกระทั่งทางการต้องไปขอร้องเกลี่ยกล่อมให้ยอมรับโทษแต่โดยดี เพราะฝืนฟันอยู่อย่างงี้จะทำให้ช้ำตายทรมานเสียยิ่งกว่า เสือฮุยจึงยอมปลงใจยอมรับโทษ และยอมเอาเหรียญหล่อโบราณของหลวงพ่อห้องที่ซุกซ่อนไว้ออกจากร่างกาย จากนั้นศรีษะของเสือฮุยก็หลุดกระเด็นออกจากร่างกายของเสือร้ายทันที ชดใช้เวรกรรมที่ก่อไว้

ภาพในวันประหารเสือแป้นฉาย จากเพจเรื่องเล่า ภาพเก่า ในอดีต

          เสือแป้นฉาย ก็เป็นศิษย์ของหลวงพ่อห้องเช่นเดียวกัน ได้รับการสักยันต์พระมหาโมคคัลลานะ ทำให้หนังเหนียวยิงฟันไม่เข้า เมื่อทางการล้อมจับได้เพราะเหตุที่ลูกน้องคนสนิททรยศ เมื่อถึงวันพิพากษาให้ประหารชีวิต ณ ลานประหารท่ามกลางฝูงชนที่เข้ามาชมกันอย่างมากมาย โดยมีพระยาไกรเพชรรัตนสงคราม สมุหเทศาภิบาล เป็นประธาน ส่วนเพชฌฆาตนั้นเดินทางมาจากพระนคร คือ หมื่นสาหัส เป็นดาบที่ ๑ (ผู้ลงมือฟันคอ) นายอ้น เป็นดาบที่ ๒ (ฅนรำล่อและเชือดคอซ้ำ)

          เมื่อถึงกำหนดเวลา ปรากฏว่า ดาบ ๑ ฟันไม่เข้า ดาบ ๒ เชือดคอก็ไม่เข้า เป็นที่ฮือฮาของฝูงชน ร้อนถึงแม่ของเสือแป้นฉาย ต้องไปขอร้องให้ลูกรับโทษเสียแต่โดยดี เพื่อจะได้ไม่ทรมานอีกต่อไป เสือแป้นฉายจึงยอมโดยทำน้ำมนต์มารดตัว หลังรดน้ำมนต์ การประหารจึงเป็นไปอย่างราบรื่น.



ภาพบางส่วนจาก เพจหนังสือพระเครื่องเมืองราชบุรี
 
โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้