ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อบรรพต หรือ พระครูปัญญาสมุทรคุณ วัดบางนางลี่ใหญ่ สมุทรสงคราม
![]() |
| หลวงพ่อบรรพต วัดบางนางลี่ใหญ่ สมุทรสงคราม |
หลวงพ่อบรรพต วัดบางนางลี่ใหญ่ หรือ พระครูปัญญาสมุทรคุณ (บรรพต ปวิตโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดบางนางลี่ใหญ่ ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
พระครูปัญญาสมุทรคุณ ท่านมีนามเดิมว่า บรรพต รัตนคอน พื้นเพท่านเป็นชาวบ้านหมู่ที่ ๒ ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เกิดเมื่อวันพฟหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีชวด ตรงกับวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๖ โยมบิดาชื่อนายเบ็ด รัตนคอน โยมมารดาชื่อนางพิง รัตนคอน
เมื่อยังเล็กโยมบิดาไปนำไปฝากเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนวัดประดู่ฉิมพลี อำเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบุรี จนสำเร็จการศึกษาชั้น ม. ๓
ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ หลวงพ่อบรรพต มีอายุได้ ๑๔ ปี ท่านจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ พัทธสีมาวัดประดู่ฉิมพลี ตำบลวัดท่าพระ อำเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบุรี โดยมี
พระครูวิริยะกิตติ (โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ) วัดประดู่ฉิมพลี เป็นพระบรรพชา
หลังจากบรรชาเป็นสามเณรแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดประดู่ฉิมพลีเรื่อยมา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และเรียนบาลี
ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ สอบได้นักธรรมตรี
ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ สอบได้นักธรรมโท
ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ หลวงพ่อบรรพต มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดประดู่ฉิมพลี ตำบลวัดท่าพระ อำเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบุรี เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้รับฉายาว่า "ปวิตโต" โดยมี
พระพิมลธรรม (เฮง เขมจารี) วัดมหาธาตุ เป็นพระอุปัชฌาย์
พระครูวิริยะกิตติ (โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ) วัดประดู่ฉิมพลี เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระเทพโมลี (ช้อย ฐานทตฺต) วัดมหาธาตุ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดประดู่ฉิมพลีเรื่อยมา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และเรียนบาลี
ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ เจ้าอธิการเปี่ยม เจ้าอาวาสวัดบางนางลี่ใหญ่ต้องอธิกรณ์ต่างๆ จึงถูกคณะสงฆ์ให้ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว ท่านได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดภุมรินทร์ฯ และต่อมามรณภาพที่วัดภุมรินทร์นั้น ราวปี พ.ศ. ๒๔๘๓
ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ คณะสงฆ์โดยพระพิมลธรรม (เฮง เขมจารี) วัดมหาธาตุ ได้มีคำสั่งให้หลวงพ่อบรรพตไปรักษาการเจ้าอาวาสปกครองวัดบางนางลี่ใหญ่ แทนตำแหน่งที่ว่าง
ปี พ.ศ. ๒๔๗๙ หลังจากที่หลวงพ่อบรรพตรักษาการเจ้าอาวาสวัดได้ ๑ ปี ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง
วัดบางนางลีใหญ่ เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๕๑ หมู่ที่ ๓ ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๙ ไร่ ๑ งาน ๔๔ ตารางวา
วัดบางนางลีใหญ่ ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๒๓ เป็นวัดโบราณ เข้าใจว่าสร้างในสมัยกรุงสุโขทัย เพราะวัตถุศิลปะแสดงว่าเป็นสมัยนั้น เช่น พระอุโบสถ สร้างเป็นแบบสําเภา มีประตูเข้าด้านหน้าพระอุโบสถทางเดียว ที่ประดิษฐานพระประธานทำเป็นคูหา
ถ้ายืนอยู่ที่หน้าพระอุโบสถจะมองเห็นพระประธานเพียงพระศอ ต้องนั่งลงจึงจะเห็นพระพักตร์ บานหน้าต่างทำเป็นช่องเล็ก ๆ ด้านละ ๓ ช่อง พัทธสีมา ๒ ใบซ้อน แสดงว่าได้ผูกอีกครั้งหนึ่ง สมัยลังกาวงศ์ ตามประวัติพุทธศาสนาสมัยลังกาวงศ์เข้ามาเจริญในประเทศไทย
ท่านเจ้าคุณพระพิมลธรรม (เฮง ฐานทตฺต) อดีตสังฆมนตรีองค์การปกครองและเจ้าคณะตรวจการภาค ได้มาตรวจเยี่ยมวัด ท่านให้ความเห็นไว้ว่า วัดนี้เป็นวัดโบราณสมัยสุโขทัย ลักษณะพระอุโบสถเป็นแบบเดียวกันกับที่ท่านได้พบเห็นมาที่จังหวัดอยุธยาและบอกว่าเป็นวัดที่ ๒ ที่ท่านได้พบเห็นมา ขอให้ช่วยรักษาไว้ด้วย
แต่ทางวัดจะรักษาไว้ไม่ได้ เพราะกําลังถูกภัยธรรมชาติรุกราน น้ำเซาะตลิ่งพังเข้ามาใกล้จะถึงพระอุโบสถนี้อยู่แล้ว ได้พยายามสอบถามท่านผู้ใหญ่ ที่มีอายุมาก ๆ ก็ไม่มีใครทราบว่าวัดนี้ใครเป็นผู้สร้างและสร้างกันมาแต่เมื่อไร เห็นเป็นวัดเก่าแก่อยู่อย่างนี้
วัดบางนางลี่ เดิมมีอยู่ ๒ วัด เข้าใจว่าจะสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน คือ วัดบางนางลี่ใหญ่ และ วัดบางนางลีน้อย วัดทั้ง ๒ ตั้งอยู่ในตำบลเดียวกันไม่ห่างกันเท่าไร วัดบางนางลีน้อย ตั้งอยู่แง้มบนของปากคลองบางนางลี่
ปัจจุบันวัดภุมรินทร์ ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ อยู่หลังวัดบางนางน้อยออกไปได้มาอยู่ปากคลองบางนางลี่แทนที่
แม้ประชาชนก็ยังหลงเรียก วัดภุมรินทร์ ว่า วัดบางนางลี่อยู่อีกเป็นส่วนมาก ซึ่งความจริงวัดบางนางลีน้อยได้พังลงน้ำหมดไปประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๕๐ กว่าๆแล้ว
วัดบางนางลี่ใหญ่ และน้อย ที่ได้ชื่อว่าบางนางลี่เพราะตั้งอยู่ที่ตำบลบางนางลี่ ตามปกติประชาชนในอดีตมักเรียกวัดตามชื่อของตำบลที่วัดตั้งอยู่
และวัดนี้ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอย่างอื่นเลย แต่ชื่อของตำบลได้ถูกชื่อเป็นตำบลสวนหลวงในปัจจุบัน ตําบลบางนางลี่จึงได้หายไป
วัดบางนางลี่ใหญ่ อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ใครจะบูรณะกันมาอย่างไรบ้างไม่ปรากฎ มีกุฏิเก่าๆ อยู่ ๔ หลัง กุฏิใหม่ ๑ หลัง นางเงิน นางเชย ปลอดโปร่ง เป็นผู้สร้างสิ้นเงิน ๙๓๑ บาท หอสวดมนต์ ๑ หลัง หอฉัน ๑ หลัง ศาลาการเปรียญ ๑ หลัง พระอุโบสถ ๑ หลัง ศาลาดิน ๑ หลัง ศาลาท่าน้ำ ๒ หลัง หอไตร ๑ หลัง
ทุกอย่างอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมทั้งสิ้น เว้นแต่กุฏิที่นางเงิน นางเชย สร้างขึ้นใหม่เท่านั้น สอบถามได้ความว่า ไม่ได้รับการบำรุงมานานแล้ว
ภายในวัดมีพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตร ทําด้วยไม้ตะเคียน สูงประมาณ ๑๙๓ ซ.ม. ลงรักปิดทอง มีชื่อว่า หลวงพ่อตะเคียน เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประชาชนเคารพนับถือ ทางวัดได้จัดให้ มีงานสมโภชปิดทองเป็นประจํามาแต่โบราณในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ทุกปี
พระพุทธรูปปางมารวิชัย สานด้วยหวายลงรักปิดทอง หน้าตักกว้างประมาณ ๒ ศอกคืบ ชื่อว่า หลวงพ่อสาน เป็นของเก่า ๑ องค์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และดินสังเวชนียสถาน เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๘ กว้าง ๖ วา ยาว ๑๒ วา มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนามคือ
๑. พระอธิการเปี่ยม (ถูกปลด พ.ศ. ๒๔๗๘ เพราะต้องอธิกรณ์)
๒. พระครูปัญญาสมุทรคุณ (บรรพต ปวิตโต) พ.ศ. ๒๔๗๘ - ๒๕๑๙
๓. พระครูวิสุทธิ์สมุทรคุณ (ขาว ) พ.ศ. ๒๕๑๙ -
๔. พระมหาวิรัช มหาวีโร (ปัจจุบัน)
หลังจากที่หลวงพ่อบรรพตได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้พัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถ ทั้งการสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุต่างๆ จนวัดเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ
ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ท่านได้เป็นเจ้าคณะตำบลสวนหลวง ปลายโพงพาง และเขายี่สาร
ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ท่านได้รักษาการเจ้าคณะตำบลอัมพวา บางช้าง และท่าคา
ปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ท่านได้เป็นศึกษาอำเภออัมพวา
ปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์
ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ สร้างกุฏิขึ้น ๒ หลัง โดยใช้ของเก่าปรับปรุงใหม่
ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ท่านได้เป็นพระปลัดบรรพต ฐานานุกรมของเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ในปีนั้นท่านได้สร้างกุฏิ ๓ หลัง โดยใช้ของเก่าปรับปรุงใหม่
ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ สร้างกุฏิขึ้น ๓ หลัง นางประดิษฐ์ บุญลือ ถวายบ้านเก่า ๑ หลัง ผาติกรรมกุฏิเก่าของวัดบางเกาะเทพศักดิ์ มา ๒ หลัง หาของใหม่เพิ่มเติมปรับปรุงก่อสร้างขึ้นเสร็จ และสร้างหอฉันอีก ๑ หลัง
![]() |
| ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อบรรพต วัดบางนางลี่ใหญ่ สมุทรสงคราม |
ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่ พระครูปัญญาสมุทรคุณ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ตอนที่ ๗๔ เล่ม ๖๘
ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ นางทองคํา สถาพรวจนา บริจาคทรัพย์เป็นจํานวนเงิน ๗๙,๒๘๑ บาท สร้างหอสวดมนต์ชั้นครึ่ง ๑ หลัง
ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ สร้างศาลาท่าน้ำ ๑ หลัง สร้างถนนอิฐ ๑ สาย กว้าง ๒ เมตร ยาว ๕๒ เมตร
ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ สร้างศาลาการเปรียญ ๑ หลัง
ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโท พิเศษ โดยใช้ราชทินนามเดิม
ในปีนั้น ท่านได้สร้างศาลาขวางต่อท้ายศาลาการเปรียญอีก ๑ หลัง สร้างถนนอิฐหน้าศาลาการเปรียญอีก ๑ สาย กว้าง ๒ เมตร ยาว ๓๘ เมตร
ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ สร้างหอระฆังพร้อมถังน้ำ ๑ หลัง
รวมเงินจตุปัจจัยค่าก่อสร้างแต่เริ่มต้นมาจนบัดนี้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาทเศษ จำนวนนี้ได้จากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคได้ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ บาทเศษ เงินทางวัดจัดหาได้จากงานชักพระประจำปี ประมาณ ๑๒๕,๕๑๓ บาทเศษ
นางทองคํา สถาพรวจนา บริจาคเงินสร้าง หอสวดมนต์ ๗๒,๒๘๑ บาท เบิกเงินผลประโยชน์ของวัด ๑๙,๑๐๐ บาท เงินที่ทางวัดยังเป็นหนี้สินอยู่ ๔๕,๐๐๐ บาท นอกนั้นเป็นเงินส่วนตัวของเจ้าอาวาส
ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ สร้างศาลาการเปรียญ เป็นอาคารทรงไทยสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๙ เมตร
ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ สร้างพระอุโบสถ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๙ เมตร
หลวงพ่อบรรพต ปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ นับรวมสิริอายุได้ ๖๓ ปี ๔๓ พรรษา.
วัตถุมงคลของหลวงพ่อบรรพต วัดบางนางลี่ใหญ่
ล็อกเก็ตหลวงพ่อบรรพต วัดบางนางลี่ใหญ่ รุ่นแรก
สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นล็อกเก็ตแบบมีหูในตัว สร้างด้วยเนื้ออลูมิเนียมกระไหล่ทองเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนกาสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| ล็อกเก็ตหลวงพ่อบรรพต วัดบางนางลี่ใหญ่ สมุทรสงคราม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เนื้ออลูมิเนียมกระไหล่ทอง |
ด้านหน้า มีภาพถ่ายหลวงพ่อบรรพตครึ่งองค์ห่มจีวรคลุมไหล่ ใต้รูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูปัญญาสมุทรคุณ"
ด้านหลัง เรียบ มีอักขระภาษาอังกฤษเขียนว่า "GERMANNY"
โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง
บทความที่เกี่ยวข้อง



ไม่มีความคิดเห็น