โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อกมล (พระครูวิชัยศีลคุณ) วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี

ภาพถ่ายหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี
หลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี

         หลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม หรือ พระครูวิชัยศีลคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนาราม ตำบลศรีสุราษฏร์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

         พระครูวิชัยศีลคุณ ท่านมีนามเดิมว่า เม่งฮวด แซ่ลิ้ม ต่อมาได้ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น มน และได้เปลี่ยนชื่อใหม่อีกครั้งเป็น กมล โยมบิดาของท่านชื่อนายป้อ แซ่ลิ้ม โยมมารดาของท่านชื่อนางเทศ แซ่อึ้ง ต่อมา ได้เปลี่ยนจากแซ่ มาเป็นนามสกุล ตรุยานนท์ 

         พระครูวิชัยศีลคุณ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๑ ตรงกับวันแรม ๑๑ ค่ำ เดือนยี่ ปีวอก ณ หมู่บ้านที่ ๑๕ ตําบลหลักหก คือบ้านเลขที่ ๒๓ หมู่ที่ ๗ คลองโรงเรียนอภิบาลกุลบุตร (คลองนกกระจอก) หรือ คลองซินเฮง ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

         มีอาชีพทางเกษตรกรรม การทําสวน คือปลูกพืชผักต่างๆ แล้วเก็บผลิตผลนั้นเป็นขาย ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวดําเนินสะดวกในสมัยนั้น ท่านมีพี่น้องรวมด้วยกัน ๑๕ คน คือ

         ๑. นางทองดี เกษตรสิน 

         ๒. นางสาวแย้ม ตรุยานนท์ 

         ๓. นางยิม อินทรสกุล 

         ๔. นายเม่งฮก ตรุยานนท์ 

         ๕. อุบาสิกาทองอยู่ วงศ์เกษตรชัย

         ๖. นางจิ๋ว กี้เจริญ 

         ๗. พระครูวิชัยศีลคุณ (กมล ตรุยานนท์)

         ๘. นางเน่ยฮวย มังกรศักดิ์สิทธิ์ 

         ๙. นางเน่ยเซี๊ยะ แซ่เอี๊ยะ 

         ๑๐. นายกิตติ (เม่งฮง) ตรุยานนท์ 

         ๑๑. นายสถาพร (หนู) ตรุยานนท์ 

         ๑๒. นางกิมไล้ ธงชัย 

         ๑๓. นางเน่ยจี๊ แคล้วภัยพาล 

         ๑๔. นายวิทยา(อู๋) ตรุยานนท์ 

         ๑๕. นายสุจิต ตรุยานนท์ 

         ปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ในสมัยเมื่อพระคุณท่านหลวงพ่อยังเป็นเด็กชายเม่งฮวด (มน) แซ่ลิ้ม อายุ ๖ ขวบ โยมบิดาและโยมมารดาของท่านได้นําไปฝากไว้เป็นศิษย์วัด (เด็กวัด) วัดหลักหกรัตนาราม กับพระอาจารย์เป้า 

         เมื่อได้มาอยู่ วัดได้ทําการศึกษาภาษาบาลี เรียนมูลกัตจายณสูตร (เรียนสนธิ์ เรียนนาม บาลีสมัยโบราณ) 

         ต่อมาพระอาจารเป้าได้ย้ายไปอยู่ที่วัดดอนงิ้ว และท่านก็ได้ตามพระอาจารย์เป้าไปอยู่ที่วัดดอนงิ้ว การที่ได้ไปอยู่ที่วัดดอนงิ้ว ท่านก็อยู่ได้ไม่นาน ก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้านเดิมของท่าน 

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ เมื่อท่านมีอายุได้ ๑๑ ขวบ โยมบิดามารดาของท่านได้นำ ไปฝากอยู่กับพระอาจารย์เป้า วัดคูหาสวรรค์ (คนละองค์กับพระอาจารย์เป้า วัดดอนงิ้ว) ตำบลสี่หมื่น อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

         ณ สถานที่นี้ท่านได้มี โอกาสได้เรียนหนังสือจนจบประโยคชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เป็นการเรียนจบชั้นสูงสุดของโรงเรียนวัดคูหาสวรรค์ ในสมัยนั้น 

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ เมื่อท่านมีอายุได้ ๑๖ ปี หลังจากจบการศึกษา ม. ๒ แล้วก็ได้ กลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อช่วยบิดามารดาทําสวน ในสมัยครั้งกระนั้น 

         การทําสวนในอําเภอดําเนินสะดวก นิยมปลูกพืชไม้ล้มลุกมากกว่า ไม้ยืนต้น พืชไม้ล้มลุก คือ พืชที่ปลูกแล้วได้ผลิตผลเก็บได้เร็วประมาณ ๒ หรือ ๓ เดือน ก็เก็บของได้แล้ว พืชไม้ยืนต้นต้องปลูกเป็นปีหรือหลาย ๆ ปี จึงเก็บผลิตผลไปขายได้ 

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๑ หลวงพ่อกมลมีอายุครบอุปสมบท คืออายุย่าง ๒๑ ปี โยมบิดามารดาของท่านก็เตรียมให้ท่านอุปสมบทในงานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตวัดหลักหกรัตนาราม ซึ่งกําหนดงานวันที่ ๔-๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๑ รวม ๗ วัน ๗ คืน โดยทําการอุปสมบทในวันพุธที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๑ แรม ๗ ค่ํา เดือน ๕ ปีมะโรง 

         ท่านเล่าว่ามีจํานวนด้วยกัน ๔ นาค พอใกล้กําหนด ๑ วัน ท่านไม่ยอมบวช ก็คงบวชเพียง ๓ นาค เป็นการปฐมฤกษ์ในการฉลองอุโบสถหลังใหม่ ที่ใหญ่ที่สุดสวยงามมากที่สุดใน อำเภอดําเนินสะดวก ในสมัยนั้น 

         และโยมบิดามารดาของ ท่านก็ซื้อของใช้เกี่ยวกับงานปิดทองลูกนิมิตเพื่อเข้าวัดหลายอย่างที่ท่านเล่า และข้าพเจ้าจําได้ก็มีกระถางธูปยังใส่ใบใหญ่ ดูภาพได้จากหนังสือเล่มนี้ เป็นกระถางธูปที่ใช้ปักธูปบูชาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๑ เป็นต้นมา จนถึง พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นระยะเวลาถึง ๖๐ ปี ข้าพเจ้าจึงเก็บเอาไว้ที่กุฏิ เนื่องจากที่โบสถ์ ไม่มีพระเฝ้ากลัวว่าจะหายก็เลยเอาขึ้นมาเก็บไว้ที่บนกุฏิเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ อีก ๑ ปีต่อมา โยมบิดามารดาของท่านก็จัดงานอุปสมบทให้ท่านอีก ท่านบอกว่า ท่านชอบเที่ยวมากกว่า ตามประสาหนุ่ม ๆ สมัยนั้นแต่ขัดโยมท่านไม่ได้เพราะว่าท่านไม่ยอมบวชมาครั้งหนึ่ง ในคราวงานผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต 

         มาปีนี้ท่านจึงยอมบวชให้โยมท่านกําหนดงานบวชให้ท่าน ณ พัทธสีมาวัดหกหลักรัตนาราม ตำบลศรีสุราษฏร์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๒ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเส็ง สําเร็จญัติจตุตถ กรรมวาจาเป็นพระภิกษุเมื่อเวลา ๑๔.๒๕ น. ได้รับฉายาว่า "คุณสีโล" โดยมี

         พระครูธรรมสุนทร (ตั๋ว นนฺทสาโร) วัดคูหาสวรรค์ ราชบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์

         พระครูวัตตโกศล (เจียง) วัดเจริญสุขาราม สมุทรสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์

         พระอธิการบุญเทพ (บุญเก่ง โชติปาโล) วัดหลักหกรัตนาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

         หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดหลักหกรัตนารามเรื่อยมา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย บทสวดมนต์ และเวทมนต์คาถาต่างๆ จากพระอธิการบุญเท่ง

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ สอบได้นักธรรมชั้นตรี ณ สำนักวัดหลักหกรัตนารา

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ หลังจากที่ท่านสอบนักธรรมชั้นตรีได้แล้ว ท่านก็ได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสให้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ประจําสํานักเรียนวัดหลักหกรัตนาราม 

         ท่านก็ได้รับหน้าที่เป็นครูสอนนักธรรมตลอดมา ในสมัยนั้นพระที่ มีความรู้ของภูมินักธรรมนั้นมีน้อยท่านจึงต้องรับหน้าที่เป็นครูสอนนักธรรม และท่านเองก็เรียนนักธรรมไปด้วย

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ สอบได้นักธรรมชั้นโท ณ สํานักเรียนวัดหลักหกรัตนาราม

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ หลวงพ่อกมลได้ร่วมมือกับ พระครูบุญเทพ (บุญเก่ง) โชติปาโล เจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนาราม จัดสร้างโรงเรียนประชาบาล ถาวร ๑ หลัง (โรงเรียนประชานุเคราะห์) ยาว ๑๖ วา สิ้นเงิน ๖,๘๘๘.๑๖ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๗ สอบได้นักธรรมชั้นเอก ณ สํานักเรียนวัดหลักหกรัตนาราม และได้เป็นพระกรรมวาจาจารย์

         จากการเรียนนักธรรมพร้อมทั้งเป็นครูสอนของพระคุณท่านหลวงพ่อ ท่านยังไปแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอีก โดยไปศึกษาบาลีไวยากรณ์ ที่สํานักเรียนวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ กรุงเทพมหานคร ในสมัยเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารีมหาเถร ป.ธ.๙) 

         ท่านเรียนบาลีอยู่หลายปี จนมีความสามารถสอบ ป.ธ.๓ ได้ในสนามวัด แต่ในสนามหลวงคือสอบไล่ เมื่อถึงคราวสอบบาลี พอดีท่านอาพาธ (ป่วย) ท่านเลยไม่ได้สอบ ป.ธ.๓ เป็นที่น่าเสียดายโอกาสที่จะได้เป็น พระมหา ท่านก็เลยพลาดโอกาสไป 

         ต่อมาท่านก็เรียนบาลี ป.ธ.๓ ซ้ำอีก ท่านเล่ามาไม่ได้บอก พ.ศ. ก็ เลยไม่ทราบว่าเป็น พ.ศ.ใดท่านเล่าว่าการเรียนก็เป็นไปด้วยดี แต่มาถึง คราวอาจารย์ผู้สอนบาลี เป็นสามเณร ป.ธ.๖ มาสอน ท่านแปลบาลีผิด สามเณรได้ให้ท่านมายืนหน้าชั้นแล้วก็กลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม 

         ด้วยเหตุนี้ ทําให้ท่านคิดมากในเรื่องการเรียนบาลี ท่านก็เลยไม่เรียนต่อและได้กลับมาอยู่วัดหลักหกรัตนาราม ท่านบอกว่ามีความรู้ได้ น.ธ.เอก และความรู้ ป.ธ.๓ แม้จะไม่ได้สอบ ป.ธ.๓ ท่านก็เห็นว่าเพียงพอแล้ว สําหรับพระที่อยู่ในชนบทบ้านนอก ไกลปืนเที่ยงเช่นนี้

         พระคุณท่านหลวงพ่อ เมื่อกลับมาอยู่วัดหลักหกรัตนาราม ก็ได้รับภาระหน้าที่กิจการงานต่างๆ ในวัดเป็นการช่วยเหลือและภาระต่าง ๆ ของพระครูบุญเทพ โชติปาโล เจ้าอาวาสได้เป็นอย่างมาก เพราะท่านเป็นช่างไม้ ช่างปูน การคํานวนต่าง ๆ 

         ประกอบทั้งทางวัดหลักหกรัตนาราม กำลังพัฒนาก่อสร้างสิ่งของต่างๆ ภายในวัดเป็นอย่างมาก อีกทั้งการปกครอง การสอนพระปริยัติธรรม พระภิกษุสามเณรภายในวัดเชื่อฟังท่านด้วยดี เป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเจ้าอาวาสได้มาก 

         หลวงพ่อกมล ท่านเล่าว่าท่านเคยเป็น เด็กวัดมาก่อน และเป็นเด็กวัดอยู่นานหลายปี เรียกว่ารู้หน้าที่ของเด็กวัด ของพระภิกษุสามเณรได้เป็นอย่างดี ท่านบวชพระได้วันเป็นหัวหน้าสวดมนต์ หรือเจริญพระพุทธมนต์ได้แล้ว และรู้ทัน รู้เล่ห์ของเด็กวัดที่ จะหลบหลีกหน้าที่การงาน 

         ตลอดจนพระภิกษุสามเณรจะมาแบบไหน ทางไหนท่านเป็นรู้ทันหมด และบุคคลิกของท่านพร้อมเสมอที่จะเป็นผู้นำ มีอํานาจ ทําให้ผู้อื่น เกรงและกลัว ไปในตัวด้วย จึงสะดวกต่อการปกครอง และการสอนพระปริยัติธรรม มีพระภิกษุสามเณรขึ้นเรียนโดยพร้อมกัน ไม่มีใครกล้าที่หลีกเลี่ยงการเรียนนักธรรม 

         แต่ที่ไม่ยอมเรียนจริง ๆ ก็มี แต่ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนคือไม่เรียนก็ต้องทํางาน ตามหน้าที่ที่มอบหมาย ให้ทำ พระที่บวชแล้วเอาแต่จำวัด (นอน) จึงไม่มีในสมัยท่าน 

         แม้จะไม่ได้ เป็นเจ้าอาวาสแต่พระที่มีพรรษาน้อยกว่าท่านให้ความเคารพ ในฐานะเป็น ครูสอนนักธรรม ให้ความเกรง ในฐานะเป็นผู้ที่มีความรู้และอาวุโสกว่า ให้ความกลัว เพราะท่านพูดแล้วเอาจริง

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ เป็นกรรมการตรวจปัญหานักธรรมสนามหลวง

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ หลวงพ่อกมลได้ร่วมมือกับท่านพระครูประสิทธิ์สารคุณ (พิณ อินทสาโร ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดอุบลวรรณาราม จัดสร้างโรงเรียนประชาบาลดอนฟักทอง ตำบลขุนพิทักษ์ อำเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ขึ้น ๑ หลัง

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ พระครูบุญเทพ (บุญเก่ง) โชติปาโล เจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนารามได้ลาสิกขา เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๘ แรม ๑ ค่ำ เดือนยี่ ทําให้ว่างจากเจ้าอาวาส ทางคณะสงฆ์จึงมีมติเห็นชอบที่จะมอบให้พระคุณท่านหลวงพ่อ พระกมล คุณสีโล อายุ ๓๗ ปี ๑๖ พรรษา น.ธ.เอก เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนาราม

         เมื่อพระคุณท่านได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนาราม ท่านก็พัฒนาปรับปรุงกิจกาจของวัดหลักหกรัตนาราม เป็นที่ ศรัทธาปสาทะของญาติโยมและสาธุชนทั้งหลายเป็นอันมาก 

         ปลายปี พ.ศ. ๒๔๘๘ นั้น ท่านก็ได้รับการคัดเลือกด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ ให้ พระคุณท่านหลวงพ่อพระกมล คุณสีโล เป็นเจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนาราม ต่อจาก พระครูบุญเทพ (บุญเก่ง) โชติปาโล พระคุณท่านหลวงพ่อได้รับ ตราตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหลักหกรัตนาราม เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๘

         วัดหลักหกรัตนาราม เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๙๘ หมู่ที่ ๔ ตำบลศรีสุราษฏร์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๓๖ ไร่ ๒ งาน ๓๒ ตารางวา

         วัดหลักหกรัตนาราม ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๔ เดิมชื่อ "วัดราษฎร์ปรีดาราม" โดยมูลเหตุในการสร้างวัดนั้นเริ่มจากพระยาจาตุรงค์สงคราม ได้ยกที่ดินให้พระอาจารย์สิงห์ สิริปญโญ เพื่อสร้างเป็นสำนักสงฆ์ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๐ เพื่อให้สะดวกแก่ชาวบ้านในพื้นที่ได้ใช้ประกอบศาสนกิจ

         หลังจากนั้นพระอาจารย์สิงห์ ได้พัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้มีความเจริญมากขึ้น จึงได้ทำหนังสือเพื่อขอยกสำนักสงฆ์หลักหก ขึ้นเป็นวัดในพระพุทธศาสนา และได้ตั้งเป็นวัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๔  ตรงกับ ร.ศ. ๑๑๐ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีเถาะ ขึ้นเป็นวัดมีชื่อว่า "วัดราชปรีดาราม" หมายถึงประชาชนส่วนใหญ่มีความยินดีที่จะมีวัด โดยมีพระอธิการสิงห์ สิริปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาสองค์ปฐม

         หลังจากที่พระอธิการสิงห์ สิริปญฺโญ ปกครองวัดท่านได้พัฒนาวัดให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา ชาวบ้านในสมัยนั้นนิยมเรียกวัดราชปรีดาราม ว่า วัดใหม่ วัดหลักหก วัดสร้างใหม่ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ในสมัยของพระอธิการบุญ ปภสฺสโร แซ่อึ้ง เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัด

         ต่อมากาลเวลาล่วงไปถึงปี พ.ศ.๒๔๗๑ พระอธิการบุญเทพ (บุญเท่ง) โชติปาโล เห็นว่าชาวบ้านนิยมเรียกชื่อวัดว่า วัดหลักหก ซะส่วนใหญ่ จึงได้ปรึกษาหารือคณะสงฆ์กับคณะกรรมการวัดและชาวบ้านก็ได้เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า วัดหลักหก ตามหลักเสาหินที่อยู่ใกล้วัด 

        เนื่องจากคลองดำเนินสะดวกมีหลักเสาหินสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ๘ คูณ ๘ นิ้ว ปักเรียงรายอยู่ จำนวน ๘ หลัก ห่างกันหลักละ ๑๐๐ เส้น (๔ กิโลเมตร) แต่ละหลักจะมีตัวเลขบอกเป็นสัญลักษณ์ให้ทราบ ซึ่งหลักที่หกจะตั้งอยู่ใกล้วัดแต่คนละฝั่งคลอง 

         แต่ด้วยชื่อนั้นสั้นเกินไปจึงเพิ่มคำว่า "รัตนาราม" และใช้ชื่อ "วัดหลักหกรัตนาราม" มาจนถึงทุกวันนี้ 

         วัดได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๒ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๘๐ ยาว ๑๒๐ เมตร มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนาม ดังนี้

         ๑. พระอธิการสิงห์ สิริปญฺโญ แซ่จึง พ.ศ. ๒๔๓๔ - ๒๔๕๐

         ๒. พระอธิการเล้ง สุทฺธจิตฺโต แซ่แต้ พ.ศ. ๒๔๕๐ - ๒๔๖๐ (ลาสิกขา)

         ๓. พระอธิการบุญ ปภสฺสโร แซ่อึ้ง พ.ศ. ๒๔๖๐ - ๒๔๖๙ (ย้ายไปวัดหลักสาม)

         ๔. พระครูบุญเทพ (บุญเถ่ง โชติปาโล) แซ่ตัน พ.ศ. ๒๔๖๙ - ๒๔๘๘ (ลาสิกขา)

         ๕. พระครูวิชัยศีลคุณ (กมล คุณสีโล) แซ่ลิ้ม พ.ศ. ๒๔๘๘ - ๒๕๑๘ 

         ๖. พระครูสิริวรรณวิวัฒน์ (วรรณะ วณฺโณ) พ.ศ. ๒๕๑๘ - ๒๕๖๓

         ๗. พระปลัดมนต์ดก สุวโจ พ.ศ. ๒๕๖๔ - ปัจจุบัน

ภาพถ่ายหลวงพ่อโต วัดหลักหก ราชบุรี
หลวงพ่อโต พระประธานวัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี

         หลังจากที่หลวงพ่อกมลได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้พัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถ ทั้งการสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุต่างๆ จนวัดเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ

          ท่านก็ได้สืบสานงานต่อจากพระครูบุญเทพ โชติปาโล มาตามลําดับ ทําให้วัดหลักหกรัตนาราม เจริญรุ่งเรือง มีพระภิกษุสามเณรเข้ามาทําการ บรรพชาอุปสมบทปีละมาก ๆ ท่านได้รับภาระของทางคณะสงฆ์ที่มอบหมายมา เป็นภาระกิจหน้าที่ให้กิจการพระพุทธศาสนาเจริญมาด้วยดี

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้จัดสร้างศาลาการเปรียญ ๑ หลัง เป็นไม้เนื้อแข็งทั้งหลัง หลังคามุงกระเบื้องยาว ๑๒ วา ๒ ศอก ๒ ห้อง สิ้นเงิน ๒,๓๖๙ บาท 

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ได้จัดสร้างหอระฆัง ๑ หลัง เป็นไม้เนื้อแข็ง หลังคามุง กระเบื้อง สิ้นเงิน ๒๒,๕๐๐ บาท 

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ได้จัดสร้างสะพานเชื่อมระหว่าง กุฏิ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ เป็นไม้เนื้อแข็ง สิ้นเงิน ๒,๕๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้จัดสร้างศาลาท่าน้ำ เป็นไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงกระเบื้อง สิ้นเงิน ๒๗,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นพระฐานานุกรมที่พระครูสังฆวิชัย ของพระเทพสุธี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๒

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้จัดสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงกระเบื้อง ยาว ๑๓ วา ๒ ศอก มีมุข ๒ ข้าง ๑ หลัง สิ้นเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท 

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ หลวงพ่อกมล ท่านได้ร่วมมือกับท่านพระครูเนตร พุทธปาโล เจ้าอาวาส วัดเวฬุวนาราม (วัดแช่ให) สร้างโรงเรียนประชาบาล ตําบลดอนไผ่ อำเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ขึ้น ๑ หลัง

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้จัดสร้างส้วมซึมทางกุฏิด้านตะวันออก ๑ หลัง ฐานล่าง เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ห้องส้วมไม้เนื้อแข็ง หลังคามุง กระเบื้อง ๑ หลัง ๓ ห้อง สิ้นเงิน ๗, ๓๑๘ บาท 

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้จัดสร้างโรงไฟฟ้าด้วยไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงกระเบื้อง หลัง สิ้นเงิน ๖,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้จัดสร้างเครื่องกําเนิดไฟฟ้า ไว้ใช้ประจําที่วัด ๑๕ เค.วี.เอ. ๑๕ กิโลวัตต์ ๑ เครื่อง สิ้นเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นพระวินัยธร ประจําจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๐ 

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้จัดสร้างกุฏิขึ้นอีก ๔ ห้อง เป็นไม้เนื้อแข็งหลังคามุงกระเบื้อง สิ้นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้จัดสร้างเขื่อนคอนกรีตคลองหน้าวัดหลักหกรัตนาราม ริมคลองดําเนินสะดวก ยาว ๑๐๓ วา ๒ ศอก สิ้นเงิน ๗๓,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้จัดสร้างเขื่อนคอนกรีตในคลองวัดหลักหกรัตนาราม ด้านตะวันออกอีกยาว ๕๒ วา สิ้นเงิน ๓๒,๕๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้จัดซ่อมแซมกุฏิ ๑ หลัง และสร้างส้วมซึม ประจำกุฏิ ทางด้านทิศตะวันตกอีก ๑ หลัง ๓ ห้อง ฐานล่างเป็นตัวถัง คอนกรีต ห้องส้วมเป็นไม้เนื้อแข็งหลังคามุงกระเบื้องสิ้นเงิน ๑๙,๘๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้จัดสร้างสะพานท่าน้ำ ๓ แห่ง และซ่อมสร้างสะพานขึ้น อีกเป็นไม้เนื้อแข็ง เพราะสะพานเก่าที่เชื่อมระหว่างกุฏิ อุโบสถ และศาลาการเปรียญได้สร้างมานานชำรุดมาก จึงสร้างขึ้นใหม่ ยาวทั้งสิ้น ๑๙๘ วา สิ้นเงิน ๓๘,๐๐๐

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้จัดสร้างโรงเรียนประชาบาลวัดหลักหกรัตนาราม แบบ ๐๐๘ ขนาด ๑๐ ห้องเรียน ยาว ๘๖ เมตร กว้าง ๙ เมตร สิ้นเงิน ๓๒๘,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ สร้างพื้นคอนกรีตรอบอุโบสถ (เดิมปูพื้นด้วยอิฐ) บริเวณรอบอุโบสถ สิ้นเงิน ๒๒,๐๐๐ บาท

ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี
ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นตรี ที่ พระครูวิชัยศีลคุณ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ เล่ม ๘๐ ตอนที่ ๑๒๒

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ สร้างกุดังสถานที่เก็บศพส่วนรวม เทคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นไม้เนื้อแข็ง เครื่องแบบเป็นไม้ เนื้อแข็ง มุงสังกะสี ข้าง ฝาตีสังกะสีกว้าง ๗ เมตร ยาว 4 เมตร สิ้นเงิน ๑๘,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ สร้างที่บรรจุศพด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก อยู่ใกล้กับกุดัง ด้านปลายสวนที่ของวัด จำนวน ๒ หลัง เก็บศพได้ ๖ ที่ ๒ หลังรวม ๑๒ ที่ (๑๒ ศพ) สิ้นเงิน ๒๔,๖๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ สร้างเชิงตะกอนเผาศพ เทคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ใช้อิฐทนไฟ สิ้นเงิน ๑๔,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ สร้างสะพานทางเท้า สําหรับทางเดินนำศพเข้าเก็บที่กุดัง และบำเพ็ญกุศลที่ศาลาปรก สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง กว้าง ๒ เมตร ยาว ๑๒๙ เมตร สิ้นเงิน ๒๔,๖๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ สร้างศาลาปรกที่บำเพ็ญการกุศลศพ ขนาดกว้าง ๔ วา ๓ ศอก ยาว ๗ วา สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงกระเบื้อง สีเขียวลอนคู่ สิ้นเงิน ๔๘,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ สร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เค.วี.อี. ๑ เครื่อง ราคา ๑๗,๕๐๐ บาท 

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ซ่อมกุฏิเปลี่ยนพื้นกระดานที่ชํารุด สิ้นค่าไม้และค่าแรงงาน ๑๐,๓๑๕ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ 

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ซ่อมเครื่องไฟฟ้าที่ใช้ประจำวัด และซื้อเครื่องตัดหญ้า ๒ ตัว สิ้นเงิน ๑๓,๐๐๕ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ สร้างแท้งน้ำสังกะสี จํานวน ๑๑ ใบ ๆ ละ ๕๕๐ บาท พร้อมทั้งสร้างที่ตั้งแท้งน้ำด้วยไม้เนื้อแข็ง สิ้นเงินรวม ๑๐,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ซ่อมเครื่องไฟฟ้า (เพลาหัก) และอุปกรณ์ไฟฟ้า ซื้อรถตัด หญ้าอีก ๑ คัน สิ้นเงิน ๑๓,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ สร้างอาคารรัฐประชานุเคราะห์ แบบ ๐๐๔ กว้าง ๐๙.๕๐ เมตร ยาว ๓๓ เมตร เป็นโรงเรียนเด็กนักเรียน ๒ ชั้น ชั้นล่างเทคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นไม้ชั้นบนใช้ไม้เนื้อแข็ง มุงด้วยกระเบื้องลอนคู่สีเขียว สิ้นเงินค่าก่อสร้าง ๓๐๕,๒๕๕ บาท 

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ สําเร็จการศึกษา จากโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค หมดอายุ 03/05/25 จังหวัดราชบุรี เป็นรุ่นที่หนึ่ง

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ สร้างฌาปนสถาน (เตาอบ) เทคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๑๘ เมตร และก่อฐานตัวเตาสูง ๔ เมตร สิ้นค่าก่อสร้าง ๑๒๔,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ สร้างโรงฝึกงานแบบ ๓๑๓ เอ. เสาเทคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารเป็นไม้เนื้อแข็งชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้องลอนคู่ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๗.๕๐ เมตร เป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ สร้างเครื่องกําเนิดไฟฟ้า อีซูซุ ไว้ใช้สําหรับวัด ๒ เครื่อง ขนาด ๔ สูบ ๖๕ แรงม้า เป็นจํานวนเงิน ๒๘,๐๐๐ บาท

         ซ่อมและติดอุปกรณ์ไฟฟ้า เปลี่ยนเสากุฏิบางต้นที่ชํารุด เป็นเงินจํานวน ๑๐,๗๐๐ บาท สร้างสะพานที่หน้าวัด สําหรับขึ้นลง สิ้นค่าไม้และค่าแรงงาน ๑๐,๔๐๐ บาท 

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นพระธรรมทูต เผยแพร่ในเขตจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ 

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ที่พระครูวิชัยศีลคุณ ใน ราชทินนามเดิม เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ 

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ซ่อมเครื่องไฟฟ้า และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ซ่อมเปลี่ยน เสากุฏิบางต้นที่ชํารุด ซื้อรถตัดหญ้า ๑ คัน สิ้นเงิน ๑๘,๙๕๓ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สร้างศาลฌาปนสถาน กว้าง เมตร ยาว ๔๔ เมตร โดยตอกเสาเข็มที่สร้าง โดยเทเสาด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เอาไว้ก่อน สิ้นเงิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท 

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ซ่อมกันสาดมุงด้วยสังกะสีใหม่ที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม (โรงเรียนสําหรับพระภิกษุสามเณรเรียนนักธรรม) สร้างที่ เก็บแท้งน้ำ ซื้อรถตัดหญ้า ๑ คัน สิ้นเงิน ๒๑,๗๕๒ บาท

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างศาลาฌาปนสถาน โดยเทพื้นศาลาด้วยคอนกรีต เสริมเหล็ก กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๔ เมตร สิ้นเงิน ๑๙๐,๐๐๐ บาท

         หลวงพ่อกมล ปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อวันที่  ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ นับรวมสิริอายุได้ ๖๘ ปี ๔๗ พรรษา.

วัตถุมงคลของหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม

         เหรียญหลวงพ่อกลม วัดหลักหกรัตนาราม รุ่นแรก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เพื่อแจกให้กับผู้บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปโล่แบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดง และเนื้ออัลปาก้าเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี รุ่นแรก 2516 อัลปาก้า
เหรียญหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เนื้ออัลปาก้า

เหรียญหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี รุ่นแรก 2516 ทองแดง
เหรียญหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เนื้อทองแดง

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อกมลครึ่งองค์ ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ เหนือรูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวิชัยศีลคุณ"

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์ มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "วัดหลักหกรัตนาราม"

         เหรียญหลวงพ่อกลม วัดหลักหกรัตนาราม รุ่นพระราชทานเพลิงศพ

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ในสมัยที่พระครูสิริวรรณวิวัฒน์ (วรรณะ วณฺโณ) เป็นเจ้าอาวาส เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงพ่อ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปไข่แบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี รุ่น แจกงานศพ 2520 ทองแดง
เหรียญหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี รุ่น แจกงานศพ ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เนื้อทองแดง

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อกมลนั่งสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ ใต้รูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวิชัยศีลคุณ"

         ด้านหลัง ตรงกลางเหรียญมีอักขระยันต์สาม ที่ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ วัดหลักหกรัตนาราม ๑๐ เม.ย. ๒๕๒๐"

         เหรียญหลวงพ่อกลม วัดหลักหกรัตนาราม รุ่น มรณภาพครบ ๑๐ ปี

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ในสมัยที่พระครูสิริวรรณวิวัฒน์ (วรรณะ วณฺโณ) เป็นเจ้าอาวาส เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานทำบุญครบ ๑๐ ปีแห่งการมรณภาพของหลวงพ่อ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปเสมาแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี แจกงานศพ 2518 ทองแดง
เหรียญหลวงพ่อกมล วัดหลักหกรัตนาราม ราชบุรี รุ่น ครบ ๑๐ ปี แห่งการมรณภาพ ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เนื้อทองแดง

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อกมลนั่งสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวิชัยศีลคุณ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๘ (๑๐ ปี) ๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๘"

         ด้านหลัง ตรงกลางเหรียญมีอักขระยันต์ ที่ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "วัดหลักหกรัตนาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี"



โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้