โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดราชบุรี เจ้าของเหรียญดีพิธีเข้มขลังของราชบุรี

ภาพถ่ายหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี
หลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี

         หลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุ หรือ พระเทพวิสุทธิโมลี (ช้อย มหาธีโร ป.ธ.๙) อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

         พระเทพวิสุทธิโมลี (ช้อย มหาธีโร ป.ธ.๙) ท่านมีนามเดิมว่า ช้อย เจียมจํารัส พื้นเพท่านเป็นชาวบ้านคลองเล็ก ตําบลจอมประทัด อําเภอปากท่อ (ปัจจุบันขึ้นกับ อําเภอวัดเพลง ซึ่งได้แยกพื้นที่ตั้งเป็นกิ่งอําเภอ และยกฐานะเป็นอําเภอในภายหลัง) จังหวัดราชบุรี

         เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น ๒ ค่ํา เดือน ๖ ปีฉลู ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๘ โยมบิดาชื่อนายพลอย เจียมจำรัส โยมมารดาชื่อนางจู เจียมจํารัส

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๙ หลวงพ่อช้อยมีอายุได้ประมาณ ๑ ขวบ โยมมารดาได้ถึงแก่กรรมด้วยอหิวาตกโรค กล่าวถึงนายพลอย เจียมจำรัส โยมบิดาของหลวงพ่อช้อยกับพระราชธรรมเสนานี (สุข) อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ จึงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน จึงมีศักดิ์เป็นอาของหลวงพ่อช้อย

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ท่านได้เข้าศึกษาในโรงเรียนประชาบาลวัดปากท่อ (ปากท่อวิทยาคาร) ตำบลปากท่อ อําเภอ ปากท่อ จังหวัดราชบุรี (ตามประวัติที่พระเทพวิสุทธิโมลีเขียนไว้เอง) เรียนจบชั้นประถมบริบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ หลวงพ่อช้อย ขณะนั้นเด็กชายช้อยมี อายุได้ ๑๓ ปี จึงได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ พัทธสีมาวัดปากท่อ ตำบลปากท่อ อําเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ โดยมี

         พระราชธรรมเสนานี (สุข สุภทฺโท) ซึ่งขณะนั้นมีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรสรูจี เจ้าคณะอําเภอปากท่อ วัดปากท่อ เป็นพระอุปัชฌาย์

         หลังจากบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ท่านได้อยู่ศึกษาวิชาที่วัดปากท่อเรื่อยมา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยที่สำนักวัดปากท่อ

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ หลวงพ่อช้อยมีอายุได้ ๑๓ ปี สอบได้นักธรรมชั้นตรี

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ สอบได้นักธรรมชั้นโท

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ สอบได้นักธรรมชั้นเอก 

         โดยท่านเป็นนักธรรมชั้นเอกรูปที่ ๔ ของอำเภอปากท่อ นับตั้งแต่เปิดสนามสอบประจำอำเภอในปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา

         เมื่อสอบนักธรรมชั้นเอกได้แล้ว หลวงพ่อช้อยซึ่งยังเป็นสามเณรน้อยก็เริ่มเรียนบาลีต่อ สันนิษฐานว่า พระมหาสมบูรณ์ (ซึ่งต่อมาคือพระพิบูลธรรมเวที เจ้าคณะอำเภอปากท่อ) น่าจะเป็นครูสอน รวมทั้งพระครูธรรมรสรูจี ก็อาจจะได้เป็นครูร่วมสอนให้ ด้วยอีกท่านหนึ่ง

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๖ หลวงพ่อช้อยมีอายุได้ ๑๘ ปี สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ สอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค ในปีนั้นท่านได้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ณ สำนักวัดปากท่อ ราชบุรี

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ สอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค (รวมความว่า ขณะเป็นสามเณรอยู่นั้น สอบได้ ๕ ประโยค) 

         ในปีนั้นท่านได้เป็นครูใหญ่สอนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ณ สำนักวัดปากท่อ ราชบุรี และเป็นกรรมการตรวจนักธรรมสนามหลวง

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ หลวงพ่อช้อยมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดปากท่อ ตำบลปากท่อ อําเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เมื่อวันพฤหัสบดี แรม ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ตรงกับวันที่ ๓๑  พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ เวลา ๑๔.๓๕ น. ได้รับฉายาว่า "มหาธีโร" โดยมี

         พระครูขันตยาภิรัต (ป่อง) วัดหนองกระทุ่ม เป็นพระอุปัชฌาย์

         พระครูสมุทรวิริยกิจ (เที่ยง) วัดช่องลม สมุทรสงคราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์

         พระพิบูลธรรมเวที (เส็ง หรือ สมบูรณ์) วัดปากท่อ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

         หลังจากที่อุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู๋จำพรรษาที่วัดปากท่อเรื่อยมา เพื่อศึกษาพระธรรมและภาษาบาลี เพิ่มเติม

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ สอบได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ สอบได้เปรียญธรรม ๗ ประโยค

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ เมื่อพระครูธรรมรสรูจี(สุข) ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระธรรมเสนานี(สุข) และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ทางคณะสงฆ์มีบัญชาให้ พระธรรมเสนานีย้ายจากวัดปากท่อ มาสถิต ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร

         พระธรรมเสนานี(สุข) จึงมีบัญชาให้พระมหาช้อยในฐานะครูใหญ่สอนปริยัติธรรม แผนกบาลีประจำสำนักเรียนวัดปากท่อ ย้ายสำนักเรียนวัดปากท่อทั้งคณะครูและนักเรียนทั้งหมดมาดำเนินการสอน ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยได้ย้ายเมื่อวันเพ็ญ เดือน ๑๒ ปีฉลู พ.ศ. ๒๔๙๒

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นครูใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรมประจำจังหวัด ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี 

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ พระมหาช้อย ก็ได้สอบเปรียญธรรม ๘ ประโยค

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็นกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เป็นกรรมการสงฆ์จังหวัดราชบุรี ตำแหน่งศึกษาจังหวัด

         เมื่อกําลังศึกษาชั้นเปรียญธรรม ๘ ประโยคนั้น พระมหาช้อยได้ไปเข้ารับการศึกษาอบรมที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของคณะสงฆ์ ณ วัดสามพระยา กรุงเทพฯ โดยมีนาวาอากาศเอกแย้ม ประพัฒน์ทอง เป็นผู้สอนวิชาแต่งฉันท์ 

         ในจํานวนนักเรียนชั้น ป.ธ.๘ ทั้งหมด มีอยู่ ๕ รูป ที่ท่านอาจารย์แย้มมีความเมตตายกย่องหลวงพ่อช้อยเป็นพิเศษในฐานะเป็นนักเรียนที่มีความตั้งใจเรียนอย่างสูงและมีปฏิปทาน่าเคารพ

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระศรีธีรพงศ์ 

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ พระราชธรรมเสนานี (สุข สุภทโท)ได้มรณภาพลง คณะสงฆ์จึงมีมติแต่งตั้งให้หลวงพ่อช้อยทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ หลังจากที่หลวงพ่อช้อยรักษาการเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหารได้ ๑ ปี จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง

ภาพถ่ายหลวงพ่อสุข วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี
หลวงพ่อสุข วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี

         วัดมหาธาตุวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๗ ถนนเขางู ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง ราชบุรี ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๕๗ ไร่ ๕๙ ตารางวา

         วัดมหาธาตุ ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๓ เป็นวัตถุโบราณนิยมเรียกว่า "วัดหน้าพระธาตุ" แต่ปรากฏชื่อใน หนังสือสมุดราชบุรีของนายตรี อมาตยกุล ว่า "วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ" โดยถือพระศรีรัตนมหาธาตุ (พระพุทธปรางค์) เป็นสัญลักษณ์ 

         แต่สันนิษฐานด้านโบราณวัตถุ พอจะอนุมานได้ว่า วัดมหาธาตุเดิมตั้งอยู่ในตัวเมืองราชบุรี มีคูเมือง และซากเนินดินให้เห็นอยู่ภายในตัวเมืองเดิมนับว่าค่อนข้างกว้าง มีเสาประตูเมืองเก่าอยู่ตรง หน้าวัดเขาเหลือ

          ปัจจุบันเนินดินที่ล้อมตัวเมืองได้สร้างเป็นถนนติดต่อระหว่างตัวเมืองถึงเขางู ภายในกำแพงเมือง มีวัดเก่าๆ เช่น วัดเขาเหลือ วัดตารอด วัดเพลง วัดลั่นทม และวัดมหาธาตุ 

         ปัจจุบันเหลือวัดที่มีพระสงฆ์ เพียง ๒ วัด คือ วัดเขาเหลือ และวัดมหาธาตุ นอกนั้นกลายสภาพเป็นวัดร้าง เหลือแต่ซากเจดีย์ปรากฏให้เห็นว่า เคยเป็นวัดมาก่อน

         ในสมัยขอมเรืองอำนาจ เมืองราชบุรีได้ตกอยู่ในอำนาจขอม พวกขอมได้สร้างพระศรีรัตนมหาธาตุไว้ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ครั้นเมื่อขุนผาเมืองและขุนบางกลางหาว ได้ขับไล่ขอมออกจากสุโขทัย และตั้งอาณาจักร สุโขทัยขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๐๐ เมืองราชบุรีก็อยู่ในอํานาจของกรุงสุโขทัย

         ดังปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคําแหง กษัตริย์องค์ที่ ๓ ของกรุงสุโขทัย กรมศิลปากรได้ขุดค้นสํารวจในบริเวณคูเมือง ได้พบโบราณวัตถุสมัยทวาราวดีและสมัยศรีวิชัย โดยมากเป็นปูนปั้นและดินเผา ได้เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมืองราชบุรี

         ได้มีการย้ายเมืองเพียง ๒ ครั้ง ในสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและในสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในราว

         ตอนปลายรัชกาลที่ ๓ ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นชาวบางน้อย อำเภอคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม ท่านชื่อ "พระบุญมา" ได้สมาทานธุดงควัตร ผ่านทุ่งตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมืองราชบุรี ได้เห็นองค์พระปรางค์ ซึ่งตั้งสูง ตระหง่าน 

         จึงพำนักปักกลดบริเวณองค์พระปรางค์ พบว่ามีเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรม แต่เป็นสถานที่ร่มรื่นและ สงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงได้ชักชวนราษฎรที่มีจิตศรัทธาช่วยกันซ่อมแซม เสนาสนะและหักร้างถกถาง ให้อยู่ในสภาพที่พอพำนักได้

         ท่านได้เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดต่อมา วัดมหาธาตุได้รับการบูรณะและพัฒนามา จนถึงปัจจุบัน มีสถานที่ร่มรื่นและสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป และยังมีศิลปะ วัตถุโบราณให้ชมเพื่อเป็นทัศนศึกษาแก่อนุชนรุ่นหลัง

         ภายในวัดมีปูชนียวัตถุที่สำคัญคือ พระประธานประจำอุโบสถ ๑ องค์ พร้อมพระอัครสาวก สร้างด้วยหินทรายสีชมพู ศิลปะอยุธยา

         นอกจากนั้นมีพระปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้น บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปปูนปั้นนาม "พระมงคลบุรี" เป็นศิลปะอู่ทอง พระพุทธรูปปูนปั้นปางไสยาสน์ ศิลปะอยุธยา ๑ องค์ 

         พระพุทธรูปต่างๆ สร้างด้วยหินทรายสีชมพู หินทรายสีขาว สร้างด้วยปูน ศิลปะอู่ทอง ศิลปะอยุธยา ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานในระเบียงคต จำนวน ๑๑๕ องค์

         พระพุทธรูปปูนปั้น หินทรายสีชมพู ศิลปะสมัยอยุธยา จำนวน ๙ องค์ ระฆังหินสมัยทวาราวดี ๑ ใบ หัวบันได รูปนารายณ์ทรงครุฑและมีหัวนาค ๗ หัว จํานวน ๒ ชั้น สลักด้วยหินทรายสีชมพู พระอัครสาวก จำนวน ๑๑ องค์ สร้างด้วยไม้จันทร์

         พระอุโบสถฐานศิลปะ สมัยอยุธยา หลังคาเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ มณฑป ๑ องค์ ศิลปะสมัยอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทรอยนูน สร้างด้วยหินทรายสีชมพู เจดีย์เก่าศิลปะอยุธยา จำนวน ๔ องค์

         สันนิษฐานว่าภายในบรรจุอัฏฐิเจ้าเมือง เจดีย์ท่าน้ำ ๓ องค์ พระพุทธรูปหินทราย ๑ องค์ ศิลปะอยุธยา ตอนต้น หอสวดมนต์ทรงไทยขนาดใหญ่ ๕ ห้อง

         วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๓ มีรายนามเจ้าอาวาสวัดปกครองวัดเท่าที่ทราบนาม คือ

         ๑. พระบุญมา พ.ศ. ๒๓๘๘ - ๒๔๒๙

         ๒. พระตัน วชิโร พ.ศ. ๒๔๒๙ - ๒๔๗๑

         ๓. พระแพ ปุณณชาโต พ.ศ. ๒๔๗๑ - ๒๔๙๔

         ๔. พระราชธรรมเสนานี (สุข สุภทโท) พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๐๓

         ๕. พระเทพวิสุทธิโมลี (ช้อย มหาธีโร) พ.ศ. ๒๕๐๔ - ๒๕๓๘

         ๖. พระธรรมปัญญาภรณ์ (ไพบูลย์ ชินวํโส) พ.ศ. ๒๕๓๘ - ปัจจุบัน

         หลังจากที่หลวงพ่อช้อยได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้พัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถ ทั้งการสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุต่างๆ จนวัดเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชวิสุทธิโสภณ

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวิสุทธิโมลี

         หลวงพ่อช้อย ปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคลม ณ โรงพยาบาลราชบุรี เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ นับรวมสิริอายุได้ ๖๙ ปี ๔๙ พรรษา.

วัตถุมงคลของหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร

         เหรียญเสมาหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร รุ่นแรก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ โดยคณะลูกเสือชาวบ้าน รุ่น ๘๐๒/๔ สร้างถวายหลวงพ่อ เพื่อแจกให้กับผู้บริจาคทรัพย์พระวิหาร "หลวงพ่อไป-แล้วกลับ" (พระพุทธรูปโบราณ หันหลังชนกัน) ที่หน้าองค์พระพุทธปรางค์ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปไข่แบบมีหูในตัว 

         ทำพิธีพุทธาพิเศกครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐ เวลา ๑๙.๐๐ น. โดยมี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ หลวงพ่อบุญ วัดวังมะนาว หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี หลวงพ่อหุ่น วัดเขาวัง หลวงพ่อสุด วัดกาหลง หลวงพ่อเกลี้ยง วัดเขาใหญ่ หลวงพ่ออบ วัดถ้ำแก้ว และหลวงพ่อคลี่ วัดประชาโฆสิตาราม ร่วมปลุกเสก เหรียญมีการสร้างขึ้นด้วยเนื้อโลหะต่างๆ ดังนี้

         เนื้อทองตำ จำนวนการสร้าง ๕๓ เหรียญ

         เนื้อเงิน จำนวนการสร้าง ๙๙ เหรียญ

         เนื้อนวโลหะ จำนวนการสร้าง ๙๙๙ เหรียญ

         เนื้อทองแดง จำนวนการสร้าง ๙,๙๙๙ เหรียญ

เหรียญหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี รุ่นแรก 2519 ทองคำ
เหรียญหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เนื้อทองคำ ของพระครูธรรมธรรัตนะ วัดใหม่ต้นกระทุ่ม

เหรียญหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี รุ่นแรก 2519 นวโลหะ
เหรียญหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เนื้อนวโลหะ ของพระครูธรรมธรรัตนะ วัดใหม่ต้นกระทุ่ม

เหรียญหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี รุ่นแรก 2519 ทองแดง
เหรียญหลวงพ่อช้อย วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เนื้อทองแดง

         ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อช้อยครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ใต้รูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระเทพวิสุทธิโมลี(ช้อย ป.๙)"

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์ ที่ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ลส.ชบ. สร้างถวาย พ.ศ. ๒๕๑๙ วัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมือง จ.ราชบุรี"




ข้อมูล : พระครูธรรมธรรัตนะ วัดใหม่ต้นกระทุ่ม
โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้