ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อเล็ก (พระครูสมุทรการโกวิท) วัดบังปืน หรือ วัดสุธรรมาวุธาราม พระเกจิผู้เข็มขลังของสมุทรสงคราม
![]() |
| หลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน สมุทรสงคราม |
หลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน หรือ พระครูสมุทรการโกวิท อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมาวุธาราม ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
พระครูสมุทรการโกวิท ท่านมีนามเดิมว่า เล็ก อินทร์ยงค์ พื้นเพท่านเป็นชาวนางตะเคียน จังหวัดสมุทรสงคราม เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๒ ตรงกับวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีระกา ณ บ้านเลขที่ ๒๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
โยมบิดาชื่อนายยิ้ม อินทร์ยงค์ โยมมารดาชื่อนางเจิม อินทร์ยงค์ มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดาเดียวกัน ๔ คน ประกอบไปด้วย
๑. พระครูสมุทรการโกวิท (เล็ก ธมฺมิโย)
๒. นายนิ่ม อินทร์ยงค์
๓. นายเฉลิม อินทร์ยงค์
๔. นางเจียน อยู่ศรี
ในสมัยเด็กหลวงพ่อเล็ก ท่านเป็นเด็กที่ขยัน ชอบหาความรู้ รักการศึกษาเล่าเรียน เอาจริงเอาจังกับการงาน และฉลาดกว่าเด็กทั่วไป
ปี พ.ศ. ๒๔๖๔ ขณะที่ท่านมีอายุได้ ๑๒ ปี ท่านจึงสำเร็จการศึกษาวิชาสามัญชั้นประถมปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดลาดเป้ง ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ หลวงพ่อเล็กมีอายุได้ ๒๑ ปีบริบูรณ์ ท่านจึงเข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดลาดเป้ง ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๓ ตรงกับวันขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย เวลา ๑๒.๓๔ น. ได้รับฉายาว่า "ธมฺมิโย" โดยมี
พระอธิการกลึง วัดสวนแก้วอุทยาน เป็นพระอุปัชฌาย์
พระครูถาวรสมุทรสาร (หลวงพ่อโหนด) วัดลาดเป้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระครูเชื่อม วัดมณีสรรค์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พระครูทองพูล วัดน้อยแสงจันทร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังจากอุปสมบทแล้วท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดลาดเป้งเรื่อยมา เพื่อศึกษาวิชากับหลวงพ่อโหนด จนสำเร็จวิชาหลายอย่าง รวมทั้งยังได้ศึกษาภาษาบาลีจนแตกฉาน
ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ หลวงพ่อเล็กท่านได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดมณีสรรค์ ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ไม่ไกลกันนักเพื่อไปศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและปฏิบัติกิจพระศาสนากับพระอาจารย์เหาะ หรือ พระครูเชื่อม อินทรสุวณฺโณเจ้าอาวาสวัด
ปี พ.ศ. ๒๔๗๙ หลวงพ่อเล็กท่านได้ช่วยพระครูเชื่อม อินทรสุวณฺโณเจ้าอาวาสวัด ทำการย้ายเปลี่ยนแปลงย้ายตำแหน่งของวัดเสียใหม่ เพราะเดิมปลูกอยู่กลางลานวัด ทำให้วัดไม่มีสนามและลานหน้าวัด เพราะหันไปทางทิศใต้ทำให้สถานที่แคบ ทำการย้ายวัดไปปลูกในทิศตะวันตก หันหน้าวันไปมาทางทิศตะวันออก
ปี พ.ศ. ๒๔๘๐ หลวงพ่อเล็กสอบได้นักธรรมตรี จึงย้ายกลับไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมที่วัดลาดเป้งเป็นครูคนแรก
ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ พระครูเชื่อม เจ้าอาวาสวัดมณีสรรค์ได้ลาสิกขาไปเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑
ไวยาวัจกรของวัด มีนายม้วน เจียมเอย นายฮั้ว ธนิกุล นายม้วน สุขวิบูรณ์ นายจอน อยู่เมฆะ และประชาชนแถบนั้นได้พากันไปขอนิมนต์หลวงพ่อเล็ก จากวัดลาดเป้ง ให้มารักษาการเจ้าอาวาสวัดมณีสรรค์ ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑
และในปีเดียวกันนี้เองท่านสอบได้นักธรรมชั้นโท ณ สำนักเรียนวัดมณีสรรค์อีกด้วย
ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ หลังจากที่ท่านรักษาการเจ้าอาวาสวัดมณีสรรค์ได้ ๑ ปี ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดมณีสรรค์สืบแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งขณะนั้นท่านบวชได้ ๙ พรรษา
วัดมณีสรรค์ เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลท่าคา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
วัดมณีสรรค์ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๙ เดิมเป็นสำนักสงฆ์ตั้งอยู่กลางทุ่ง ประชาชนในแถวถิ่นนี้จัดสร้างกันขึ้นมาเอง แล้วช่วยกันทำนุบำรุง โดยมีนายนุ่มและนางพิมพ์ ได้ถวายที่ดินของตนให้สร้างวัด ร่วมกันสร้างโบสถ์ ศาลาการเปรียญ และกุฏิ ๒–๓ หลัง
ต่อมานายจิ๋ว ลิ้มกูล ซึ่งมีที่ดินติดต่อกับวัดได้ถวาย ให้วัดอีก ๑ แปลง แล้วให้ชื่อสำนักสงฆ์นี้ว่า วัดประชุมศรัทธาราษฎร์ แต่ประชาชนเรียกกันว่า วัดตากแดด เพราะอยู่กลางทุ่งตากแดด แต่เนื่องจากมีเนื้อที่จำกัด ไม่เหมาะที่จะขยับขยายสร้างวัดให้เจริญได้ อีกทั้งลำคลองวังเลนข้างวัดก็ตื้นเขินไปมาไม่สะดวก
จึงย้ายวัดมาอยู่ที่แห่งใหม่ ซึ่งนายจิ๋ว ลิ้มกุล ถวายไว้แล้วเปลี่ยนชื่อวัดว่า วัดแก้วมณีสรรค์ เพราะพระคุณพระมณีเทพกวีมหานายก อดีตเจ้าคณะมณฑลจากวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งเป็นญาติของนายจิ๋วมาเป็นองค์ประธานในการสร้างวัดครั้งนี้ด้วย ต่อมาเรียกชื่อใหม่ว่า "วัดมณีสรรค์"
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๗ มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนาม คือ
๑. หลวงพ่อแสง
๒. หลวงพ่อทอง
๓. หลวงพ่อแย้ม
๔. หลวงพ่อทับ
๕. หลวงพ่อเขียว
๖. หลวงพ่อพริ้ง
๗. หลวงพ่อหลิ่ม
๘. พระครูเชื่อม อินทรสุวณฺโณ พ.ศ. ๒๔๗๑ - ๒๔๘๑
๙. พระครูวินัยธร เล็ก ธมฺมิโย พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๒๔๙๙
๑๐. พระครูมณีสมุทรคุณ(ไสว ฐิโตภาโส) พ.ศ. ๒๔๙๙ - ๒๕๓๙
๑๑. พระครูสมุทรชัยคุณ (วิชัย วิชโย) พ.ศ. ๒๕๓๙ - ปัจจุบัน
หลังจากที่หลวงพ่อเล็กได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดมณีสรรค์ ท่านก็ได้พัฒนาวัดอย่างสุดความสามาร ท่านได้เริ่มจัดตั้งกรรมการเป็นผู้บริหารงานขึ้นชุดหนึ่ง ให้นายม้วน เจียมเอย นายฮั้ว ธนิกุล นายม้วน สุขวิบูลย์ นายจอน อยู่เมฆะ เป็นหัวหน้าใหญ่ ๔ คน
มีคณะกรรมการรองอีก ๒๐ นาย มีนายจอน อยู่เมฆะ เป็นประธานในวัด ตอนนี้ได้เริ่มจัดการก่อสร้างปฏิสังขรณ์กันเป็นการใหญ่ ดังมีรายการแจ้งต่อไปนี้
ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ได้ทำโรงเรียนประชาบาลที่อาจารย์เชื่อมทำค้างไว้นั้นจนแล้วเสร็จ แบบ ป. ๑ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๓๓ เมตร สิ้นค่าปฏิสังขรณ์เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาทเศษ เพราะมีของใช้ในการก่อสร้างจัดทำกันเองเป็นส่วนมาก
ปฏิสังขรณ์บำรุงกุฏิด้านตะวัน ออก ๑ แถว ๑๑ ห้อง ยาว ๓๓ เมตร กว้าง ๕ เมตร ๕๐ เซ็นต์ พร้อมทั้งนอกชานด้วย ยาว ๓๓ เมตร กว้าง ๒ เมตร ๕๐ เซ็นต์ รวมเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทเศษ (หนึ่งหมื่นบาทเศษ)
ใน พ.ศ. เดียวกันนี้ ได้จัดสร้างโกดังเก็บศพขึ้นอีก ๑ หลัง ยาว ๘ เมตร ๕๐ เซนติเมตร กว้าง ๔ เมตร ๗๕ เซนติเมตร ฐานล่างเทคอนกรีต เครื่องไม้จริง ฝาและหลังคาใช้สังกะสี เสร็จแล้วคิดเป็นเงิน ๗๕๗ บาท ๗๕ สตางค์
ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้จัดซ่อมกุฏิอีก ๑ แถว ยาว ๓๓ เมตร กว้าง ๕ เมตร ๕๐ เซนติเมตร นอกชานกว้าง ๒ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ยาว ๓๓ เมตร ราคาซ่อมคิดเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทเศษ (หนึ่งหมื่นบาทเศษ)
ใน พ.ศ. เดียวกันนี้ได้ปลูกกุฏิขึ้นอีก ๑ แถว ๗ ห้อง ยาว ๒๑ เมตร กว้าง ๓ เมตร หลังคามุงกระเบื้องแบบทรงโบราณ ทางด้านทิศเหนือ ชานกว้าง ๔ เมตร ยาวขนานตามกุฏิทำกันเอง คิดค่าเครื่องอุปกรณ์ก่อสร้างเป็นเงิน ๗,๐๐๐ บาทเศษ (เจ็ดพันบาทเศษ)
จัดทำซ่อมหอฉันอีก ๑ แถวชั้นเดียว ๑ แบบ ทรงโบราณ เครื่องบน พื้นไม้จริง หลังคามุงกระเบื้อง ยาว ๒๗ เมตร กว้าง ๔ เมตร ๙ ห้อง คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง เครื่องอุปกรณ์เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาทเศษ (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทเศษ)
ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้จัดการสร้างหอสวดมนต์ชั้นเดียวอีก ๑ หลัง ไม้สักล้วน ๘ ห้อง ทรงโบราณมีช่อฟ้าใบระกาเสร็จ หลังคามุงกระเบื้อง ยาว ๒๓ เมตร กว้าง ๗ เมตร มีชานยื่นออกมาอีก กว้าง ๖ เมตร และเสร็จเรียบร้อยเอาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๔ สิ้นค่าก่อสร้างทั้งหมดเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทเศษ (สามหมื่นบาทเศษ) โดยมีของเก่าปนบ้าง
ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้จัดการสร้างศาลาขวางหน้าศาลาการเปรียญอีก ๑ หลัง ชั้นเดียวทรงแบบโบราณ ยาว ๑๒ เมตร ๕๐ เซนติเมตร กว้าง ๖ เมตร พื้นไม้แดง เครื่องบนไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องซีเมนต์ สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาทเศษ (ห้าพันบาทเศษ)
ได้ซ่อมศาลาการเปรียญหลังใหญ่ เปลี่ยนลูกกรงเป็นฝาเพี้ยมไม้สักล้วนรวมราคาค่าซ่อมสิ้น เงิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาท) แล้วทำบันไดเทคอนกรีตสองบันไดที่ศาลา และถนนเทคอนกรีต จากบันไดศาลาลงท่าน้ำ ๑ สาย ยาว ๑๙ เมตร กว้าง ๑ เมตร ๒๕ เซนติเมตร สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๓,๕๐๐ บาทเศษ (สามพันห้าร้อยบาทเศษ)
ปลายปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้เริ่มวางรากฐานศิลาฤกษ์ พระอุโบสถอีก ๑ หลัง ดำเนินงานก่อสร้าง ทำด้วยเสาและคานเทคอนกรีต ฝาผนังเทด้วยอิฐปูนซีเมนต์ เครื่องบนไม้สักล้วน หลังคาสองชั้น มุขโถงมุงด้วยกระเบื้องไทย มีช่อฟ้าใบระกาพร้อม กว้าง ๗ เมตร ยาว ๒๓ เมตร สูงจากฐานล่างถึงชื่อ ๑๒ เมตร หลังคาต่างหาก
ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ จัดสร้างโรงครัววัด เรือนไม้สักแบบทรงโบราณชั้นเดียว ๒ หลังคู่ ฝากระดาน หลังคามุงกระเบื้องไทย กว้าง ๑๐ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ยาว ๑๔ เมตร มีของเก่าประสม สิ้นเงินค่าก่อสร้าง ๓,๕๐๐ บาทเศษ (สามพันห้าร้อยบาทเศษ)
แล้วได้ซ่อมศาลาน้ำขึ้นอีก ๒ หลัง โรงมหรสพ ๑ หลัง ศาลาท่าน้ำทิศตะวันตก ๑ หลัง ทิศใต้ ๑ หลัง สิ้นเงินค่าซ่อม ๓,๕๐๐ บาทเศษ (สามพันห้าร้อยบาทเศษ)
ใน พ.ศ. เดียวกันนี้ ท่านพระครูวินัยธร เล็ก ธมฺมิโย ได้ชักชวนให้นายยิ้ม นางเพิ่ม อินทร์ยงค์ ซึ่งเป็นโยมของท่าน สร้างสะพานข้ามคลองมาวัดทางทิศตะวันตก ๑ สาย ทำด้วยไม้ประดู่เสาเต็งรัง สิ้นค่า ก่อสร้างเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาทเศษ (สามพันบาทเศษ) ของเก่ามีอยู่บ้าง
ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ พระครูวินัยธร เล็ก ธมฺมิโย ได้จัดสร้างถังน้ำฝนขึ้น ๑ ถัง เทคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๒ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ส่วนลึก ๓ เมตรเศษ ยาว ๙ เมตร ตรงระหว่างกุฏิด้านเหนือ พื้นบนทำเป็นที่นั่งรับแขก สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๑๘,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นแปดพันบาท)
ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ สร้างพระอุโบสถวัดมณีสรรค์จนแล้วเสร็จ และทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ ๗ - ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ สิ้นเงินค่าก่อสร้าง ๓๗๕,๐๐๐ บาทเศษ (สามแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทเศษ)
ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ พระครูวินัยธร เล็ก ธมฺมิโย ได้จัดสร้างถนนคอนกรีตขึ้นอีก ๑ สาย จากศาลาการเปรียญถึงพระอุโบสถ กว้าง ๑ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ยาว ๑๕๐ เมตร สูง ๑ เมตร สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๒๕,๕๐๐ บาท (สองหมื่นห้าพันห้าร้อยบาท)
ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ท่านเป็นพระกรรมวาจาจารย์
ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้ชักชวนให้นายม้วน นางบู เจียมเอ๋ย สร้างสพานข้าม คลองด้านทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวัด เป็นทางเดินเข้าวัดระหว่างศาลาและโบสถ์ เสาเต็งรัง ตัวไม้ประดู่และแดง สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาทเศษ (สามพันบาทเศษ)
แล้วได้ชักชวนให้นายสั้น นางฮวย จันทร์เทียน สร้างสพานไม้จริงประดู่แดง ข้ามคลองไปโกดังเก็บศพ ด้านตะวันออกเฉียงใต้อีก ๑ สาย คิดค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาทเศษ
นายใช้ นางฮะ เติมธนศักดิ์ สร้างอีก ๑ สาย ข้ามคลองสาธารณะข้างวัด ด้านตะวันตกเฉียงใต้ สิ้นเงิน ๕,๐๐๐ บาทเศษ (ห้าพันบาทเศษ)
ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ พระครูวินัยธร เล็ก ธมฺมิโย ออกเงินเป็นส่วนตัวปิดทํานบกั้นน้ำเค็ม ช่วยราษฎรที่คลองบางปืน ได้จัดสร้างโรงเรียนประชาบาลชั่วคราวขึ้นอีก ๑ หลัง ทุนของรัฐบาล ราษฎร์ช่วยอุปการะร่วมกับนายนิ่ม อินทร์ยง ซึ่งเป็นน้องชายของพระครูวินัยธร เล็ก ธมฺมิโย มอบให้เป็นผู้จัดการ
จนสำเร็จให้เด็กศึกษาได้ มีเด็กนักเรียนถึง ๒๐๐ คนเศษ ครู ๕ คน ปัจจุบันตั้งอยู่หมู่ที่ ๑ ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ตัวโรงเรียนแบบ ป. ๑ ชั่วคราว กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๕ เมตร ค่าก่อสร้างสิ้นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทเศษ (สี่หมื่นบาทเศษ)
ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เป็นประธานและกรรมการจัดการหาเงินทุนสร้างโรงเรียน ประชาบาลนรราษฎร์บำรุง ศาลเจ้าแม่เนี้ย ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นอาคารถาวรแบบ ป. ๑ จนสำเร็จเรียบร้อย ค่าก่อสร้างประมาณเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทเศษ (หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทเศษ) เป็นที่ศึกษาเล่าเรียนแล้ว
ในปี พ.ศ. เดียวกันนี้ได้จัด สร้างสพานขึ้นอีก ๑ สาย เสาเทคอนกรีต รอดอาเส พื้นไม้ประดู่ล้วน จากกุฏิวัดมณีสรรค์ เรียบศาลาการเปรียญ ไปเชื่อมกับถนนคอนกรีต สายที่ไปพระอุโบสถ กว้าง ๑ เมตร ๗๕ เซ็นติเมตร ยาว ๔๘ เมตร สิ้นเงินค่าก่อสร้าง ๑๐,๒๐๐ บาทเศษ (หนึ่งหมื่นสองร้อยบาทเศษ)
ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้ไปจัดการสร้างวัดขึ้นอีก ๑ แห่ง ที่ตำบลนางตะเคียน หมู่ ๑ อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม มีนายผาด นางพงษ์ บุญรอด ได้ถวายที่ดินให้ ๑ แปลง เป็นเนื้อที่ ๒๒ ไร่
แล้วพระครูวินัยธร เล็ก ธมฺมิโย ได้ขอซื้อที่จากนายผาดเพิ่มเติมอีก ๒๒ ไร่ ราคาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท (หนึ่งพันบาท) รวมเป็นเงิน ๒๒,๐๐๐ บาท (สองหมื่นสองพันบาท) ได้จัดสร้างเป็นวัดขึ้นแล้ว ปัจจุบันมีกุฏิอยู่ ๕ หลัง ศาลาอาศัยชั่วคราว ๑ หลัง มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่ ๑๖ รูป สามเณร ๙ รูป รวม ๒๕ รูป
ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ หลังจากที่สร้างพระอุโบสถและเสนาสนะต่างๆของวัดมณีสรรค์เรียบร้อยแล้ว ท่านจึงได้ย้ายมาที่จำพรรษาที่ทุ่งบ้านบังปืน ซึ่งเป็นสถานที่ห่างไกลไม่มีวัดใช้ในการประกอบศาสนากิจ ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นสำนักสงฆ์ เพื่อทำการสร้างวัดเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยมอบหมายให้พระครูมณีสมุทรคุณ (หลวงพ่อไสว) ดูแลวัดมณีสรรค์แทน
![]() |
| วัดธรรมาวุธาราม (บังปืน) จังหวัดสมุทรสงคราม |
วัดธรรมาวุธาราม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลนางตะเคียน อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม วัดตั้งอยู่ริมคลองบังปืน ชาวบ้านจึงเรียกชื่อวัดว่า วัดบังปืน ตามชื่อคลอง
โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ ๒ นายบุญมา น้องชายหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี (รัชกาลที่ ๑) หนีพม่าผ่านคลองนี้ แล้วนำต้นตาลคู่มาบังกายเพื่อหลบกระสุนปืน จึงไปหาพี่ชายที่อัมพวาได้สำเร็จ
ชาวบ้านจึงเรียกคลองบังปืน วัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยพระครูวินัยธร (เล็ก) ธมมิโย ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์ตั้งอยู่กลางทุ่งนา
และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ในเวลาต่อมาท่านเจ้าคุณพระกวีวงศ์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ทำการเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่า "วัดธรรมาวุธาราม"
ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ท่านได้เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดธรรมาวุธาราม (วัดบังปืน) และในปีเดียวกันนั้นหลังจากที่รับการอนุญาตให้เป็นวัด หลวงพ่อเล็ก ท่านจึงขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดธรรมาวุธาราม (วัดบังปืน) รูปแรก
หลังจากที่ท่านได้เป็นเจ้าอาวาสวัดบังปืน ท่านได้พัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างเสนาสนะต่างๆ ภายในวัด จนวัดเจริญรุ่งเรืองขึ้นจากสำนักสงฆ์จนสามารถยกฐานะขึ้นเป็นวัดได้สำเร็จ
ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ เดือน ๔ ขึ้น ๘ ค่ำ ตรงกับ วันอังคารที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๘ โดยพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณธรรมคุณาภรณ์ สังฆมนตรีว่าการองค์การศึกษา สังฆมนตรีว่าการองค์การศึกษา เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พระนคร (สมัยนั้นเป็นพระเทพเวที) เป็นประธานในการวางศิลาฤกษ์ ร่วมกับอาจารย์บัณฑูรสิงห์ (เพิ่ม คุณาบุตร) บ้านบางโทรัด สมุทรสาคร ฯ
ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ เวลา ๒๔.๐๐ น. ได้ ทำพิธียกเสาศาลาการเปรียญ ซึ่งมีขนาดกว้าง ๖ วา ยาว ๑๖ วา ๒ ศอก ทําด้วยไม้จริง ทั้งเครื่องจัดเป็นอาคารถาวร ฯ
ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้จัดการยกกุฏิขึ้นหนึ่งหลัง โดยมีขนาดยาว ๑๖ วา ๒ ศอก กว้าง ๖ ศอกคืบ จัดเป็นห้องได้ ๑๑ ห้อง สร้างด้วยไม้แดงล้วน เสาไม้แก่น มุงกระเบื้องฯ
ในปีนั้น ท่านได้ร่วมกับทางราชการทําเขื่อนกั้นน้ำเค็มเพื่อประโยชน์ในการกสิกรรมของประชาชนขึ้น มีการปิดเปิดเพื่อกั้นและระบายน้ำได้สะดวก ฯ
ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ เดือน ๖ แรม ๑๓ ค่ำ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้ยกกุฏิอีกหนึ่งหลัง ยาว ๑๖ วา ๒ ศอก กว้าง ๖ ศอกคืบ ด้านเฉลียง ๕ ศอก จัดเป็นห้อง ๑๑ ห้อง สร้างด้วยไม้ประเภทถาวร
ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ สร้างกุฏิด้านสะกัดอีกหนึ่งหลัง มีสองแถวคู่ แถวละ ๘ ห้อง ขนาด กว้าง ๔ วาศอก ยาว ๑๒ วา ๓ ศอก สร้างด้วยไม้ประเภทถาวร
ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ เดือน ๑๒ ขึ้น ๖ ค่ำ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้สร้างอาคารโรงเรียน ในหนึ่งหลัง แบบ ป. ๑ ตามโครงการของกระทรวงศึกษาฯ
ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เดือน ๖ แรม ๔ ค่ำ ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้ยกหอสวดมนต์ขึ้นหนึ่งหลัง กว้าง ๓ วา ยาว ๑๒ วา ๓ ศอก มีชานข้างละ ๒ วา พื้นเครื่องบนไม้ประดู่แดง เสาไม้แก่น หลังคามุงกระเบื้องลอนของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ประมาณค่าก่อสร้างรวมทั้งเครื่องอุปกรณ์ทั้งสิ้นคิดเป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)
ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ จัดสร้างโรงครัวของวัดขึ้น ๓ หลัง ส้วม ๑ หลัง โรงเก็บเครื่องยนต์ไฟฟ้า ๑ หลัง และจัดสร้างถนนคอนกรีต ๑ สาย
ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ จัดสร้างเตาเผาศพ ๑ เตา ศาลาธรรมสังเวช ๑ หลัง
ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ สร้างโกดังเก็บศพของวัด ๑ หลัง
ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ สร้างพระประธานพุทธชินราช
![]() |
| ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน สมุทรสงคราม |
ปี พ.ศง ๒๕๑๐ เริ่มสร้างพระอุโบสถ และท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่ พระครูสมุทรการโกวิท เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ เล่ม ๘๔ ตอนที่ ๑๒๘
นอกจากนี้ท่านยังเล็งเห็นคุณค่าของการศึกษา จึงได้สร้างโรงเรียนวัดธรรมาวุธารามเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาของบุตร-ธิดาของชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย
ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลลาดใหญ่
ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นพระอุปัชฌาย์
ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยใช้ราชทินนามเดิม
ปี ฑ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นพระครูสัญญาบตรและเจ้าคณะตำบลชั้นเอก เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยใช้ราชทินนามเดิม
หลวงพ่อเล็ก ท่านเป็นพระที่สมถะ มีบรรพบุรุษที่สืบเชื้อสายมาจากหลวงปู่เอี่ยม วัดปากลัด หลวงปู่ส่วน วัดบางใหญ่ อัมพวา ท่านเป็นพระเกจิที่เก่งกาจด้านคาถาอาคม แต่ท่านมักไม่แสดงออก นอกจากนี้ท่านยังเก่งในการดูฤกษ์ยาม การลงอักขระของขลัง รวมทั้งยังเก่งในด้านเชิงช่าง และยาสมุทรไพรต่างๆอีกด้วย
หลวงพ่อเล็ก ปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคชราเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ เวลา ๑๘.๔๐ น. นับรวมสิริอายุได้ ๘๑ ปี ๖ เดือน ๒๗ วัน ๖๐ พรรษา.
วัตถุมงคลของหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน
เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปกรงจักรวงกลมแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้ออัลปาก้า และเนื้ออัลปาก้ากระไหล่ทอง จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน สมุทรสงคราม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เนื้ออัลปาก้ากระไหล่ทอง |
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน สมุทรสงคราม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เนื้ออัลปาก้า |
ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อเล็กครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ขอบเหรียญเป็นรูปกงจักรที่กงจักรมีอักขระขอม ที่รูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวินัยเล็ก วัดธรรมมาวุธาราม"
ด้านหลัง ไม่มีขอบเหรียญ ที่พื้นเหรียญมีอักขระยันต์ต่างๆ เต็มพื้นเหรียญ มีอักขระเลขไทยเขียนว่า "๒๕๐๙" ซึ่งคือปีที่สร้างเหรียญ
เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน รุ่นสอง
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อบ้านแหลม วัดบังปืน สมุทรสงคราม รุ่น ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เนื้อกระไหล่ทอง |
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อบ้านแหลม วัดบังปืน สมุทรสงคราม รุ่น ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เนื้ออัลปาก้า |
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อบ้านแหลม วัดบังปืน สมุทรสงคราม รุ่น ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า
เป็นรูปจำลองหลวงพ่อเล็กนั่งสมาธิเต็มองค์ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิรัดประคต ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูสมุทรการโกวิท วัดธรรมมาวุธาราม(บังปืน) ๕ ธ.ค. ๒๕๑๐"
ด้านหลัง มีขอบเหรียญ ตรงกลางเหรียญมีรูปพัดยศ ล้อมรอบด้วยอักขระยันต์ต่างๆ
เหรียญหลวงพ่อบ้านแหลม วัดบังปืน รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปพัดยศแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองเหลืองเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้![]() |
| เหรียญหลวงพ่อบ้านแหลม วัดบังปืน สมุทรสงคราม ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เนื้อทองเหลือง |
ด้านหน้า
เป็นรูปจำลองหลวงพ่อบ้านแหลม พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองแม่กลอง ข้างองค์พระมีอักขระยันต์อ่านได้ว่า "นะ มะ ระ อะ " ซึ่งเป็นพระคาถาที่สลักอยู่บนพระหัตถ์ขวาของหลวงพ่อ ใต้รูปหลวงพ่อบ้านแหลมมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "หลวงพ่อบ้านแหลม วัดบางปืน ๒๕๐๙"
ด้านหลัง ไม่มีขอบเหรียญ ที่พื้นเหรียญมีอักขระยันต์ต่างๆ เต็มพื้นเหรียญ ใต้อักขระยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "วัดธรรมาวุธาราม ๒๕๐๙" ซึ่งคือปีที่สร้างเหรียญ
เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน รุ่นฉลองตราตั้ง
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน สมุทรสงคราม รุ่นฉลองตาตั้ง ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า
เป็นรูปจำลองหลวงพ่อเล็กนั่งสมาธิเต็มองค์ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิรัดประคต ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูสมุทรการโกวิท"
ด้านหลัง มีขอบเหรียญ ตรงกลางมีอักขระยันต์ ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ที่ระลึกงานฉลองตราตั้งเจ้าคณะตำบล และพระอุปัชฌาย์ วัดธรรมาวุธาราม (บังปืน) สมุทรสงคราม ๒๕๑๘"
เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน หลังยันต์หนุมานเชิญธง
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน หลังหนุมานเชิญธง ปี พ.ศ. ๒๕๒๐กว่าๆ เนื้อทองแดงกระไหล่ทอง |
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน หลังหนุมานเชิญธง ปี พ.ศ. ๒๕๒๐กว่าๆ เนื้อทองแดง |
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน หลังหนุมานเชิญธง ปี พ.ศ. ๒๕๒๐กว่าๆ เนื้อผงพุทธคุณ |
ด้านหน้า
เป็นรูปจำลองหลวงพ่อเล็กครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ
ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูสมุทรการโกวิท เจ้าอาวาส องค์ที่ ๑ สร้างวัดปี ๒๔๙๙ วัดธรรมมาวุธาราม (บังปืน) สมุทรสงคราม รุ่นที่ ๑"
ด้านหลัง มีอักขระยันต์หนุมานเชิญธง
เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน รุ่นสาม
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดบังปืน สมุทรสงคราม รุ่น ๓ ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า
เป็นรูปจำลองหลวงพ่อเล็กครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ
ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูสมุทรการโกวิท วัดธรรมมาวุธาราม (วัดบังปืน) จ.สมุทรสงคราม ๒๕๒๓"
ด้านหลัง เป็นรูปจำลองหลวงพ่อบ้านแหลม พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองแม่กลอง ใต้รูปหลวงพ่อบ้านแหลมมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "หลวงพ่อบ้านแหลม"
ข้อมูล : หนังสือประวัติหลวงพ่อเล็กฯ ของคุณเกษม ดีรอด
โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุนให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-**














ไม่มีความคิดเห็น