โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร) วัดบางโทรัด ฆราวาสผู้เรืองเวทย์

ภาพถ่ายท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร)
ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร) วัดบัณฑูรสิงห์ สมุทรสาคร

         ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต หรือ เจิม คุณาบุตร ท่านพ่อเกิดเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๔ ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีเถาะ เป็นชาวบางโทรัด สมุทรสาคร เกิดที่หมู่ ๘ ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 

         หมู่บ้านเกิดของท่านเรียกว่า "บ้านบน" เพราะอยู่เหนือศูนย์กลางคือวัดขึ้นไปข้างบน ท่านพ่อเป็นบุตรคนที่ ๒ ของปู่แพ คุณาบุตร และย่านุ่ม คุณาบุตร มีพี่และน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๖ คน คือ

         ๑. นางสาวเจือ คุณาบุตร
         ๒. ท่านพ่อบัณฑูรย์สิงห์ (เจิม คุณาบุตร)
         ๓. แม่เจียม คุณาบุตร หรือบุญเลี่ยม
         ๔. พ่อแถบ คุณาบุตร (โยมบิดาของหลวงพ่อวัดเกตุมดีฯ)
         ๕. พ่อพ้อง คุณาบุตร
         ๖. พ่อยอด คุณาบุตร

         ชีวิตเมื่อตอนยังเยาว์วัย ตามคำบอกเล่าของพ่อแถบ คุณาบุตร ว่าท่านสงบเสงี่ยม และมีความอดทนอดกลั้นต่ออารมณ์ต่างๆ ได้ดีเป็นเยี่ยม 

         เมื่ออายุได้ ๑๑ ปี ได้ไปเรียนหนังสืออยู่กับหลวงพ่อเพชร เจ้าอาวาสวัดตรีจินดาราม (วัดสามจีน) อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม พออายุได้ ๑๔ ปี จึงได้ย้ายไปอยู่กับหลวงพ่อสมุห์เทศ วัดใหญ่บ้านบ่อ สมุทรสาคร เพื่อเรียนหนังสือต่อในชั้นสูงขึ้นไปอีก

ภาพถ่ายหลวงพ่อเพชร (ปุญญวชิโร) วัดไทรโยค หรือ วัดตรีจินดาวัฒนาราม
หลวงพ่อเพชร (ปุญญวชิโร) วัดไทรโยค หรือ วัดตรีจินดาวัฒนาราม

         เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี จึงได้บวชเป็นสามเณร เมื่อท่านเรียนหนังสือได้สูงขึ้นหลวงพ่อเห็นว่าเป็นเด็กดีมีแวว ทั้งสติปัญญาก็เฉลียวฉลาดกว่าเพื่อน หมดความรู้ที่อาจารย์จะสอน จึงได้แนะนำให้มาศึกษาต่อกับอาจารย์ทองดี (เปรียญ) ที่วัดบางพลีใหญ่ เหนือบ้านเกิดขึ้นไปอีกตำบลหนึ่ง ท่านพ่อได้ศึกษาภาษามคธ-บาลี ทั้งเรียนหนังสือขอมไปด้วย

         ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์บวชเป็นสามเณรอยู่จนอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงจัดการอุปสมบทให้เป็นพระภิกษุ ณพัทธสีมา วัดบางพลีใหญ่ โดยมี 

         หลวงพ่อนิล วัดตึก เป็นพระอุปัชฌาย์

         หลวงพ่อเทศ วัดใหญ่บ้านบ่อ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

         หลวงพ่อนิตย์ วัดใหญ่บ้านบ่อ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

         เมื่อท่านพ่ออุปสมบทแล้ว ญาติโยมได้นิมนต์ให้มาอยู่ที่สำนักสงฆ์บางโทรัด เพราะใกล้บ้าน โปรดญาติโยมได้สะดวก สำนักสงฆ์บางโทรัด ปู่แพ ย่านุ่ม คุณาบุตร ซึ่งเป็นโยมบิดามารดา เป็นผู้สร้าง จึงต้องการให้ท่านพ่อมาดูแลและบูรณะให้ดีขึ้นไปอีก

ภาพถ่ายท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร) วัดบัณฑูรสิงห์ สมุทรสาคร
ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร) วัดบัณฑูรสิงห์ สมุทรสาคร

         เมื่อท่านพ่อย้ายมาอยู่ตามความตั้งใจของโยมบิดามารดา สำนักสงฆ์แห่งนี้มีพระอยู่ ๒ หรือ ๓ รูปเท่านั้น กุฏิก็โย้เย้แทบจะพังมิพังอยู่แล้ว โบสถ์ที่จะใช้ทำสังฆกิจก็ไม่มี เมื่อท่านพ่อมาอยู่สำนักนี้ ท่านก็ได้สร้างหรือซ่อมสิ่งที่ชำรุดทรุดโทรม ให้ดีขึ้นและใช้การได้ต่อไป

         เมื่ออยู่ได้ ๓ พรรษา ก็ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า และได้ดำเนินการขอพระราชทานวิสุงคามสีมา และได้สร้างพระอุโบสถขึ้น เป็นแบบเรือนไทยเตี้ยๆ สำเร็จพร้อมทั้งปรับปรุงกุฏิที่โย้เย้ให้ดีเหมือนเดิมจนใช้การได้ นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีโบสถ์สำหรับสงฆ์ทำสังฆกิจได้ในวัด โดยไม่ต้องไปอาศัยวัดอื่น ทั้งศาลาการเปรียญและเสนาสนะอื่นๆ ก็ซ่อมให้ดีขึ้น

         ในสมัยนั้นท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ ได้ไปเรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อหรุ่น วัดช้างเผือก อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และขอเดินธุดงค์ร่วมกับหลวงพ่อหรุ่นทุกปีได้เข้าอยู่ปริวาสกรรมก่อนเดินธุดงค์ ได้บรรลุธรรมในขณะอยู่ปริวาส

ภาพถ่ายหลวงพ่อหรุ่น วัดช้างเผือก สมุทรสงคราม
หลวงพ่อหรุ่น วัดช้างเผือก สมุทรสงคราม

         ตามคำบอกเล่าของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ ว่าได้เห็นในร่างกายโปร่งชัดเจน เหมือนกระจกแก้วในไปทั้งร่าง ครั้งแรกแปลกใจ แต่เก็บความรู้สึกไว้สอบสวนอยู่ทุกคืน และโอกาศที่ได้นั่งกรรมฐาน จนแน่ชัดแล้วจึงคิดว่าเมื่อเราเห็นในตัวชัดแจ้งอย่างนี้แล้ว ในดินตรงหน้านี้มีอะไรบ้าง ก็เห็นในพิ้นดินแจ้งไปหมด สงสัยที่ตรงไหนตรงนั้นก็เห็น ไม่มีสิ่งใดบังกั้นเลยเป็นเวลานาน

         ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์บวชได้ ๕ พรรษา พิจารณาว่าต่อไปจะเริ่งสร้างบารมี ถ้าจะอยู่ในสมณเพศก็จะคับแคบ เพราะจะต้องสงเคราะห์ญาติด้วยอาการต่างๆ จะทำให้พระธรรมวินัยของพระสมณโคดมแปดเปื้อนเป็นมลทิน ทั้งจะทำให้ผู้ที่เพ้อเจ้อโง่เขลาเบาปัญญาต้องมีโทษต่างๆ อีกด้วย

         ท่านก็เลยปลงจิตลาสิกขาบทจากสมณเพศมาปฏิบัติธรรมในฐานะฆราวาส  โดยตั้งอยู่ในศีล ๕ เป็นปกติ วันพระก็รับศีลอุโบสถเป็นประจำ ส่วนอาชีพอื่นๆ ตามบรรพบุรุษก็ถือแบบทำมาโดยตลอดเยี่ยงบุคคลสามัญทั้งหลาย

         บิดามารดาเห็นสมควรให้ครองเรือนโดยสู่ขอแม่เรียบ รสทองให้แต่งงานอยู่กินแบบบุคคลทั่วไป ท่านก็อนุโลมตาม ลาสิกขาบทมาได้ ๕ ปี ก็แต่งงานอายุ ๓๐ ปี แต่ยังมิได้บอกใครว่าได้บรรลุธรรมอันใด

         ท่านมีอาชีพทำนาเกลือเมื่อหน้าแล้ง พอหน้าฝนท่านก็ข้ามมาฝั่งตรงข้ามคือ วัดเกตุมดีฯ ในปัจจุบัน แต่สมัยก่อนเหมือนยังอยู่ในป่าห่างจากบ้านเดิมประมาณ ๒ กิโลเมตร ท่านได้มาแผ้วถางที่บริเวณพระธาตุองค์เก่าที่เหลือแต่ซากหักพังบริเวณใกล้ๆ 

         เมื่อท่านอายุได้ ๓๕ ปี ท่านก็ได้เปิดเผยการปฏิบัติธรรมจะขอเริ่มสร้างบารมี โดยครั้งแรกท่านได้ไปกราบบิดามารดาของท่านที่เท้า แล้วบอกว่าได้รู้เห็นธรรมอย่างนั้นๆ มาตั้งแต่บวช ต่อไปนี้สมควรที่จะสร้างบารมีต่อไปแล้ว ขอให้พ่อแม่ตั้งทุนขึ้นเพื่อสร้างเสริมองค์พระธาตุเก่าแก่นี้ก่อนเป็นคนแรก 

         เมื่อสมบูรณ์ขึ้นแล้วก็ให้พ่อแม่ปลูกต้นโพธิ์อธิษฐานไว้ข้างองค์พระธาตุคนละต้น (ขณะที่ขยายองค์พระธาตุจึงได้ขอตัวตัดออกไป) แต่ส่วนหนึ่งที่แตกจากรากลอดองค์พระธาตุ ดูเหมือนกับมือจะซ้อนองค์พระธาตุข้างที่ทรุดไว้ ปัจจุบันนี้ต้นโพธิ์ส่วนที่แตกออกมานี้ก็ยังอยู่

         ท่านเริ่มสอนกรรมฐานตามแบบที่เรียนมาจากหลวงพ่อหรุ่น วัดช้างเผือกสืบมา แต่ถ้าเป็นคฤหัสถ์จะต้องให้สมาทานศีลห้า ข้อใดข้อหนึ่งตามที่ตนจะรักษาได้ตลอดชีวิตก่อน แล้วท่านจะบอกให้เรียนกรรมฐาน ต่อจากนั้นท่านก็บูรณะวัดบางโทรัด แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นวัดบัณฑูรย์สิงห์ในปัจจุบัน โดยสืบต่อจากพ่อแม่ของท่านได้สร้างมา และเปลี่ยนจากเดิมทุกอย่าง จากไม้มาเป็นคอนกรีตทั้งหมด

         ท่านได้สอนธรรมมาโดยตลอด และสถานที่เกตุมดีฯท่านให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมของลูกศิษย์  ที่มุ่งสู่ความสงบโดยแท้จริง  และสามารถมาพักเพื่อปฏิบัติธรรมติดต่อ

         ด้วยคุณงามความดีของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ ทำให้ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย ( ต.ม. ) เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ ๒๕๐๓

         ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ ได้สร้างบารมีโดยตลอดมาถึงอายุ ๗๒ ปี เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๖ ท่านได้ถึงแก่กรรมทิ้งขันธ์ละโลกนี้ไป เหลือไว้ให้แต่อาณาเขตบริเวณพระธาตุเกตุมวดีย์ พร้อมทั้งอธิษฐานจิตไว้ ๓ ประการ ณ เกตุมวดีย์มงคลสถานแห่งนี้

         ๑. ผู้ใดเคยเป็นญาติมาแต่อดีต เมื่อเกิดขึ้น ขอจงมาสร้างกุศลบารมีอธิษฐานต่อไป ณ สถานที่นี้

         ๒. ผู้ใดได้ทำบุญสร้างกุศลมามาก ขอจงมาสร้างบารมีและอธิษฐานต่อไป ณ สถานที่นี้

         ๓. ผู้ใดได้สร้างบารมีอธิษฐานเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ขอจงอธิษฐานสร้างบารมีต่อไป ณ สถานที่นี้

วัตถุมงคลของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์

         เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ รุ่นแรก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๘๗ เพื่อแจกให้ผู้ที่ร่วมทำบุญสร้างโบสถและบูรณะวัดบางโทรัด ลักษณะเป็นเหรียญรูปหยดน้ำไม่มีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อดีบุก เนื้อดิน เนื้อผงใบลาน และเนื้อผงพถุทธคุณ จัดเป็นวัตถุมงคลของพ่อท่านบัณฑูรสิงห์ที่หายาก จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ วัดบางโทรัด รุ่นแีรก ปี พ.ศ. 2487 เนื้อดีบุก
เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ วัดบางโทรัด รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ เนื้อดีบุก

เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ วัดบางโทรัด ปี พ.ศ. 2487 เนื้อดีบุก
เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ วัดบางโทรัด รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ เนื้อดีบุก

         ด้านหน้า เป็นรูปจำลองท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ครึ่งองค์ห่มผ้าแบบฆราวาส ใต้ของรูปท่านมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "อาจารย์เจิม" รอบเหรียญมีลายกนกล้อมรอบ

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์ใต้ยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พ.ศ. ๒๔๘๗"

         เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ รุ่นสอง

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ เพื่อแจกในงานผูกพัทธสีมาวัดบางโทรัด ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่แบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงกระไหล่ทอง เนื้อทองแดงกระไหล่เงิน และเนื้อทองแดง จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ รุ่นแรก 2493
เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ วัดบางโทรัด ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ เนื้อทองแดงกระไหล่ทอง

เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ วัดบางโทรัด ปี พ.ศ. 2493 เนื้อทองแดงกระไหล่เงิน
เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ วัดบางโทรัด ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ เนื้อทองแดงกระไหล่เงิน

         ด้านหน้า เป็นรูปจำลองท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ครึ่งองค์ห่มผ้าแบบฆราวาส ด้านบนของรูปท่านมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "บัณฑูรสิงห์" รอบเหรียญมีจุดไข่ปลาล้อม

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์พระเจ้าห้าพระองค์อ่านได้ว่า "นะ โม พุท ธา ยะ" รอบๆยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "งานผูกพัทธสีมาวัดบางโทรัด สมุทรสาคร ๒๔๙๓"


โดย : สารานุกรมลุ่มน้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อ

***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้