โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลพระใบฎีกาเห่ง วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม พระผู้สร้างวัดปากสมุทรจากวัดร้างสู่วัดที่เจริญในปัจจุบัน

หลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม
หลวงพ่อเห่ง วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม

         หลวงพ่อเห่ง วัดปากสมุทร หรือ พระใบฎีกาเห่ง อดีตเจ้าอาวาสวัดปากสมุทร ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ท่านเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๔ ของวัด ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "หลวงพ่อเฮง"

         พระใบฎีกาเห่ง ท่านมีนามเดิมว่า เห่ง อินทรประเสริฐ พื้นเพท่านเป็นชาวเพชรบุรี มีภูมิลำเนาอยู่ ตำบลบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี แต่ไม่ปรากฏว่าท่านเกิดเมื่อไหร่ อุปสมบทที่วัดไหน ได้รับฉายาว่าอะไร 

         ปี พ.ศ. ๒๔๕๖ หลวงพ่อเห่ง ได้ออกธุดงค์โดยพายเรือมากับคณะสงฆ์จำนวนหนึ่ง เมื่อเดินทางผ่านมาถึงจังหวัดสมุทรสงคราม บริเวณพื้นที่วัดปากสมุทรในปัจจุบัน ซึ่งในสมัยนั้นเป็นเพียงวัดร้าง ที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "วัดลิงโจน" 

         เมื่อมาถึงที่วัดปากสมุทรเดี๋ยวนี้ ซึ่งเวลานั้นกำลังเป็นวัดร้างอยู่ ได้มองขึ้นไปบนฝั่งและเห็นหลังคากุฏิของวัดที่ร้างอยู่นั้นมีต้นไม้ เถาวัลย์ปกคลุมรุงรังอยู่บนหลังคา 

         จึงได้แวะเข้าไปดูก็ทราบว่าเป็นวัดร้าง และได้พิจารณา ตามบริเวณของวัดจนทั่วแล้ว มีความเห็นว่าถ้าได้บูรณะขึ้นใหม่ต่อไปคงจะเจริญเป็นแน่ จึงทำให้พระภิกษุเห่งบังเกิดศรัทธาปสาทะขึ้น

         ครั้นเมื่อพระภิกษุเฮงกลับไปถึงวัดอันเป็นภูมิลำเนาของตนแล้ว อยู่มาไม่นานก็ได้มาสืบถามถึงเจ้าของเดิมว่าใครเป็นผู้จัดการก่อสร้างวัดนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก 

         เมื่อทราบว่าผู้ที่ริเริ่มก่อสร้างขึ้นได้มรณภาพไปแล้ว จึงได้สืบถามถึงทายาทของเจ้าของวัดจนได้พบกับนายแย้ม นางพุ่ม คชรัตน์ ซึ่งเป็นบุตรของนายพัก นางอัน คชรัตน์ เจ้าของวัดที่ได้เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้น

         เมื่อพระภิกษุเห่งได้พบกับนายแย้ม นางพุ่ม คชรัตน์แล้ว ก็เริ่มปรารภกับนายแย้มขึ้นว่าการมาหาครั้งนี้ ฉันมีความประสงค์จะมาขอบูรณะวัดที่ร้างอยู่นั้นให้กลับคืนเป็นวัดขึ้นอีก และขอให้นายแย้ม นางพุ่ม คชรัตน์ ร่วมจิตร่วมใจในการที่จะปฏิสังขรณ์วัดคราวนี้ด้วย

         เมื่อนายแย้ม นางพุ่ม คชรัตน์ ได้ฟังพระภิกษุเห่งกล่าวดังนั้นแล้ว ในขั้นแรก นายแย้ม นางพุ่ม คชรัตน์ มีความฉงนสนเท่ในใจ เพราะเห็นพระภิกษุเห่งยังหนุ่มอยู่กลัวจะทำไม่สําเร็จ 

         ซึ่งเวลานั้นพระภิกษุเห่งมีอายุราว ๒๓ หรือ ๒๔ ปีเท่านั้น เมื่อได้พูดจาปราศรัยกันอยู่สักหน่อย นายแย้ม นางพุ่มเห็นว่าพระภิกษุเห่งตั้งใจจะมาทำการบูรณะจริงแล้ว นายแย้ม นางพุ่มก็ตกลงใจ ที่จะให้ความอุปการะทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่จะช่วยเหลือได้ 

         หลังจากการสนทนาปราศัยกันอยู่พอสมควรแก่เวลาแล้ว พระภิกษุเห่งก็อำลากลับ พออยู่มาได้ ๒- ๓ วัน พระภิกษุเห่งก็ได้ตระเตรียมเครื่องมือในการก่อสร้าง พร้อมกับสะเบียงอาหารลงเรือฉลอม มีประทุนแจวมาจอดอยู่ที่หน้าวัดซึ่งจะทำการปฏิสังขรณ์ขึ้นนั้น แล้วได้ให้คนไปบอกนายแย้ม นางพุ่ม 

         เมื่อนายแย้ม นางพุ่มทราบว่าพระภิกษุเห่งมาแล้ว ตอนนี้ทำให้นายแย้ม นางพุ่ม รู้สึกดีอกดีใจขึ้นมาก คิดเห็นว่าพระภิกษุเห่งคงจะทำการบูรณะวัดนี้เป็นการสำเร็จอย่างแน่นอน 

         เริ่มต้นแต่นั้นมานายแย้ม นางพุ่มก็ตั้งอกตั้งใจเอาเป็นธุระในการแผ้วถางหญ้าเถาวัลย์ที่ขึ้นรกรุงรังอยู่นั้นและได้ขอแรงบรรดาชาวบ้านที่ใกล้เคียงและลูกหลานของนายแย้ม นางพุ่มมาช่วยกันทำการถากถางหญ้า และรื้อถอนของเก่าที่ยังเหลืออยู่บ้างจนหมดสิ้นไปแล้ว

         พระภิกษุเห่งก็ได้เก็บรวบรวมเครื่องไม้กุฏิเก่าๆ ที่ยังพอใช้ได้บ้าง แล้วก็จัดการปลูกเป็นกุฏิขึ้น ๑ หลังพอเป็นที่พักอาศัยชั่วคราว 

         ต่อจากนั้นนายแย้ม คชรัตน์ ก็พาพระภิกษุเห่งออกเที่ยวบอกบุญเรี่ยไรตามญาติพี่น้องและชาวบ้านในท้องถิ่นที่อยู่ใกล้เคียงกับวัด มีในคลองบางจะเกร็ง คลองมอปลัด คลองด่าน 

         เมื่อชาวบ้านทั้งหลายซึ่งอยู่ใกล้เคียงได้มองเห็นพระภิกษุเห่งมีความอุสาหะวิริยะในอันที่จะบูรณะวัดนี้จริงๆ ทั้งได้แลเห็นการปลูกสร้างทำกุฏิขึ้นบ้างแล้ว ต่างก็มีความยินดีขึ้นทุกคน และช่วยกันบริจาคทรัพย์ตามสติกำลังศรัทธาของตน จนทำให้พระภิกษุเห่งทำการก่อสร้างวัดนี้ได้อย่างรวดเร็ว

         จนทําให้ประชาชนในท้องถิ่น และต่างถิ่นได้มองเห็นแล้ว บังเกิดปิติเลื่อมใสในความสามารถของพระภิกษุเห่งเป็นอย่างยิ่ง 

         นับแต่พระภิกษุเห่งได้เริ่มทําการปฏิสังขรณ์วัดนี้มาเพียงช่วงระยะเวลา ๓ - ๔ ปี เสนาสนะที่อาศัย ก็มี พอให้ภิกษุสามเณรจำพรรษาอยู่ได้ไม่น้อยกว่า ๑๐ รูป 

         ในเมื่อกุฏิและสถานที่บําเพ็ญกุศลมีพอสมควรแล้ว พระภิกษุเห่งพร้อมกับทายกทายิกาได้ทําหนังสือยื่นขอพระราชทานวิสุงคามสีมาขึ้น 

         ครั้นได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว ก็เริ่มจัดการสร้างพระอุโบสถขึ้น ๑ หลัง ทำเป็นโบสถ์ฝากระดานหลังคามุงกระเบื้อง ๔ ห้อง

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ เมื่อสร้างพระอุโบสถเสร็จแล้ว จึงได้จัดการทําพิธีผูกพัทธสีมาขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ ต่อแต่นั้นพระภิกษุเห่งก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสปกครอง ดูแลวัดนี้เรื่อยมา

         วัดปากสมุทร เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๒ งาน

         วัดปากสมุทร ตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๐๐ เดิมเป็นวัดโบราณ ผู้ที่ทำการบูรณะคือ นายฟัก นางอัน คชรัตน์ ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม โดยทำการนิมนต์พระพึ่ง มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

         แต่ด้วยที่วัดมีพระบวชน้อยมาก เพราะสมัยนั้นประชาชนแถบนี้ยังไม่หนาแน่นมากนัก พระที่มาดูแลรับช่วงกันประมาณ ๓ รูป สุดท้ายวัดไม่มีผู้ดูแลก็เสื่อมไปทุกวัน ในที่สุดก็กลายเป็นวัดร้าง ต้นไม้และเถาวัลย์ปกคลุมแทบมองไม่เห็นหลังคากุฏิ 

         เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่า โดยเฉพาะลิงแสมและเป็นที่ซ่องสุมของพวกโจรปล้นสะดม ชาวบ้านจึงเรียกว่า วัดลิงโจร 

         ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๐ - ๒๔๕๗ ได้มีหลวงพ่อเฮ็งและพระภิกษุจำนวนหนึ่ง ได้พายเรือมาจากบางตะพูน จังหวัดเพชรบุรี และได้ชักชวนชาวบ้านพัฒนาวัดขึ้นใหม่ จนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๒ โดยใช้นามวัดว่า "วัดปากสมุทร" มาจนทุกวันนี้ 

        ในสมัยพระครูสมุห์มนตรีสุมังคโล เจ้าอาวาสรูปที่ ๕ กุฏิมีสภาพทรุดโทรม จึงได้ดำเนินการสร้างกุฏิขึ้นมาเพื่อทดแทนหลังเก่า ปูชนีย์วัตถุสำคัญของวัดคือ ท้าวเวสสุวรรณ ตั้งอยู่หน้าเขื่อน 

         และมีหลวงพ่อดำ เป็นพระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์ศิทธิ์ หล่อด้วยทองเหลือง ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๓๐ เซนติเมตร สูง ๑๘๒ เซนติเมตร โดยพระครูมหาสิทธิการ(ถม) เจ้าคณะจังหวัด อัญเชิญมาจากวัดบพิตรพิมุขวรวิหาร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๒

         วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๑ มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดที่สามารถสืบค้นได้ดังนี้

         ๑. พระพึ่ง

         ๒. พระพราหมณ์

         ๓. พระเขียน

         ๔. พระใบฎีกาเฮง (เห่ง อินทรประเสริฐ)

         ๕. พระครูสมุทรนวการ (หลวงพ่อเณร)

         ๖. พระครูสมุทรจันทคุณ (หลวงพ่อน้อม)

         ๗. พระครูปลัดเยื้อน สิริจนโท

         ๘. พระครูสมุห์มนตรีสุมังคโล

         หลังจากที่หลวงพ่อเฮงได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแล้ว ท่านได้พัฒนาวัดเรื่อยมาทั้งการสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุต่างๆจนวัดเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๓ หลวงพ่อเฮง ท่านได้รับหน้าที่พระอนุสาวนาจารย์ อุปสมบทให้กับหลวงพ่อเณร ที่ตอนนั้นอุปสมบท ที่วัดอมรญาติสมาคม ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

ภาพถ่ายหลวงพ่อเณร วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม
หลวงพ่อเณร วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม ศิษย์หลวงพ่อเฮง

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๔ หลวงพ่อเณรได้ย้ายมาจำพรรษากับหลวงพ่อเฮงผู้เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เพื่อศึกษาวิชาอาคมและศึกษาพระธรรมวินัย จนสามารถสอบได้นักธรรมตรี

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ หลวงพ่อเฮง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระใบฎีกาเฮง ฐานานุกรมในตําแหน่งของพระครูมหาสิทธิการ (ถม) วัดอัมพวันเจติยาราม เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม 

         อยู่ต่อมาพระใบฎีกาเฮงก็เอาใจใส่ในการก่อสร้างศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์และกุฏิเพิ่มเติมขึ้นอีก ตลอดจนทําถนน ศาลาท่าน้ำ เพื่อเป็นที่พักและสัญจรไปมาได้สะดวก

         อนึ่งในการก่อสร้างวัดปากสมุทรขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นการเจริญได้อย่างรวดเร็วนี้ ก็ด้วยความพากเพียรมานะอดทนทุนของพระใบฎีกาเฮง คือเมื่อคิดจะทำสิ่งใดแล้วต้องพยายามทำจนให้สำเร็จจนได้ 

         จึงทำให้ประชาชนทั้งหลายเกิดความนิยมชมชื่นไปตามๆ กัน ผู้ที่ยังไม่มีศรัทธาก็ทำให้เกิดศรัทธาขึ้น ผู้ที่มีศรัทธาอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มศรัทธาปสาทะยิ่งขึ้น ถึงกับบางคนได้มีจิตศรัทธาสละทรัพย์สร้างถาวรวัตถุขึ้นเฉพาะของตนคนเดียวก็มีอยู่หลายท่าน คือ

         ๑. นายปอ นางซิ้ว ยิ้มเปี่ยม บ้านตำบลบางจะเกร็ง ได้สร้างศาลาท่าน้ำขึ้น ๑ หลัง ศาลาหน้าการเปรียญ ๑ หลัง สินทรัพย์ประมาณ ๒,๐๐๐ บาทเศษ

         ๒. นางกิ๊ด รักร่วม บ้านตำบลบางจะเกร็ง สร้างศาลาท่านน้ำ ๑ หลัง ราคา ๘๐๐  บาทเศษ

         ๓. นางอิ่ม บ้านตำบลคุ้งลมทวน สร้างหอสวดมนต์ ๑ หลังราคา ๔,๐๐๐ บาทเศษ และได้ถวายบ้านฝากระดานปลูกกุฏิ ๑ หลังราคา ๘๐๐ บาทเศษ

         ๔. นายเขียว นางแข บ้านตำบลบางจะเกร็ง ได้สร้างธรรมาสน์ ๑ ธรรมาสน์ ราคา ๑,๐๐๐ เศษ และยังมีผู้มีศรัทธาเป็นส่วนร่วมสร้างเสาและฝาศาลาการเปรียญคนละต้นคนละฝา 

         นอกจากนี้ยังมีผู้บริจาคทรัพย์อีกมาท่านด้วยกันไม่สามารถจะบอกนามให้ทั่วถึงได้ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการก่อสร้างวัดปากสมุทร ซึ่งเคยเป็นวัดร้างมานาน กลับคืนสภาพขึ้นมาจนเจริญรุ่งเรืองได้อย่างรวดเร็วนี้ ก็ด้วยความสามารถของพระใบฎีกาเฮง จึงเห็นสมควรจะยกย่องไว้ในที่นี้ด้วย

         และยังมีบุคคลสําคัญอีกคนหนึ่ง ซึ่งจะเว้นกล่าวเสียมิได้ คือนางเบี้ยเป็นเชื้อรามัญตั้งบ้านเรือนอยู่ในคลองบางเรือหัก ตําบลแหลมใหญ่ (บัดนี้ได้สิ้นชีวิตไปแล้ว) 

         นางเบี้ย ผู้นี้ถือเป็นบุคคลที่เป็นกำลังของพระใบฎีกาเฮงในการช่วยบอกบุญเรี่ยไรทรัพย์จากท่านผู้มีจิตศรัทธา ทั้งหลายโดยทั่วไปทุกหนทุกแห่งในจังหวัดสมุทรสงคราม เพราะแกเป็นคนกว้างขวางมีคนรู้จักมาก

         ถ้ารู้ว่าบ้านไหนเป็นคนมีทรัพย์มาก ก็ขึ้นไปหาพูดจาชักชวนให้ผู้นั้นบริจาคทรัพย์ทำบุญจนได้ ถึงแม้ผู้นั้นยังไม่เคยมีศรัทธาทำบุญเลย 

         ถ้าแกได้เข้าไปหาพูดจาปราศัยชักชวนให้ทำบุญแล้วไม่มากก็น้อยเป็นต้องได้ทุกราย เพราะแกเป็นคนมีกิริยาวาจาอ่อนหวาน และมีหัวใจหนักแน่น ถึงใครจะกล่าววาจาหยาบคายต่อแกอย่างไร แกก็ไม่โกรธ ฉะนั้นจึงทำให้ประชาชนทั้งหลายนับหน้าถือตาแก

         พระใบฎีกาเฮงจะรู้จักกับบุคคลที่มั่งมีในจังหวัดสมุทรสงครามนี้ได้ดี ก็เพราะแกเป็นผู้ชักนำไปให้รู้จักเป็นส่วนมาก

         จึงทำให้พระใบฎีกาเฮงเป็นผู้กว้างขวางในทางที่หาทรัพย์มาก่อสร้างวัดนี้ได้มีความเจริญโดยรวดเร็ว นับตั้งแต่พระใบฎีกาเฮงเริ่มทำการก่อสร้างปฏิสังขรณ์ วัดนี้เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๖๘ ได้ปลูกสร้างถาวรวัตถุขึ้น คือ

         ๑. กุฏิ ๕ ห้องจำนวน ๒ หลัง และกุฏิ ๓ ห้อง จำนวน ๔ หลัง

         ๒. หอสวดมนต์ ๑ หลัง

         ๓. พระอุโบสถฝากระดาน ๑ หลัง

         ๔. ศาลาการเปรียญ ๑ หลัง

         ๕. ศาลาท่าน้ำ ๒ หลัง

         ๖. หอฉัน ๑ หลัง

         ๗. ถนนหนทางอีกหลายแห่ง

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ พระใบฎีกาเฮงท่านได้คิดจะสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ เพราะเห็นว่าพระอุโบสถเก่าคับ แคบ เพราะเป็นอุโบสถฝากระดาน คิดจะทำใหม่เพื่อให้เป็นตัวตึก 

         พอดีนางทองคำ ซิวเคย บ้านตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคณฑี ที่ได้ซื้อที่ถวายดังกล่าวแล้ว บังเกิดศรัทธาอย่างแรงกล้า รับธุระเป็นผู้จะสร้างเองโดยใช้ทุนทรัพย์เฉพาะของตนคนเดียว ซึ่งไม่ข้องเกี่ยวแก่ทรัพย์อื่นแต่อย่างไร 

         เมื่อนางทองคํา ซิวเคย รับเป็นเจ้าของในการสร้างอุโบสถหลังใหม่นี้ ทำให้พระใบฎีกาเฮงมีความปราบปลื้มปิติอย่างยิ่งเพราะไม่ต้องเป็นกังวนในการหาทรัพย์ เมื่อพระใบฎีกาเฮงกับนางทองคําตกลงพร้อมใจกันแล้ว

         นางทองคําก็จ่ายทรัพย์มอบให้พระใบฎีกาเฮงเอามาใช้จ่ายในการซื้อเครื่องอุปกรณ์ เช่น ไม้เสาเข็ม หินทรายเหล็ก และปูนซีเมนต์ พอเริ่มตอกเข็มฝังรากเทเข็มเสร็จแล้วก็พอหมดทรัพย์ที่นางทองคํามอบให้มา

         เป็นที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง คือต่อจากที่ได้ลงมือทํารากฐานอุโบสถยังไม่ทันจะก่อตั้งรูปโบสถ์พอดีนางทองคำได้ล้มป่วยลงมีอาการอย่างหนักอยู่มาในไม่กี่วันนางทองคำก็ได้ถึงอนิจกรรมลงทันที 

         เวลานั้นฝ่ายสามีของนางทองคำ คือนายอากร ซิวเคย ก็ยังไม่รับรองว่าจะก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ให้สำเร็จต่อไป

         ฉะนั้นจึงทำให้พระใบฎีกาเฮงต้องหมดหวังในการที่จะสร้างอุโบสถใหม่นี้ เมื่อกิจการงานในเรื่องสร้างอุโบสถหลังใหม่ได้หยุดชะงักลงกลางคันเช่นนี้ 

         จึงทำให้พระใบฎีกาเฮงคิดท้อถอยกำลังใจหรือจะเป็นด้วยเหตุผลประการใดไม่มีใครทราบ ต่อมาประมาณปีหนึ่ง

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ พระใบฎีกาเฮงก็เลยลาสิกขาไปเสียโดยที่ไม่มีใครรู้ ทำให้ประชาชนทั้งหลายรู้สึกมีความเสียดายกันมาก เพราะพระใบฎีกาเฮงไม่ได้บอกเล่าให้ใครรู้เลยสักคนว่าตนจะขอลาสิกขา

         พระใบฎีกาเฮงปกครองวัดเรื่อยมาจึงลาสิกขาไปในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ นับรวมระยะเวลาที่ปกครองวัด ๘ ปี และใช้เวลาปฏิสังขรณ์วัดปากสมุทรนาน ๑๗ ปี

         ภายหลังนายอากร ซิวเคย ได้กลับใจออกทรัพย์สร้างพระอุโบสถที่ภรรยาทำค้างคาไว้ จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ สมัยหลวงพ่อเณรเป็นเจ้าอาวาส.

วัตถุมงคลของหลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร

         พระโคนสมอหลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร

         สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. ๒๔๖๗ โดยชาวบ้านอำเภอเสนา พระนครศรีอยุธยา นำมาถวายหลวงพ่อเฮง เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นพระเนื้อดินเผาพิมพ์พระโคนสมอ สร้างด้วยเนื้อดินเผาแบบสีหม้อใหม่ จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

พระโคนสมอหลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม 2467 เนื้อดิน
พระโคนสมอหลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ เนื้อดิน

พระโคนสมอหลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม 2467 เนื้อดิน
พระโคนสมอหลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ เนื้อดิน

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปพระพุทธปางป่าเลไลย์ประทับนั่งบนฐานชุกชีแบบพระโคนสมอ ขอบองค์พระลงชาดสีแดงปิดทอง องค์พระมีเอกลักษณ์

         ด้านหลัง เรียบไม่ปรากฏอักขระใดๆ

         พระพุทธเนื้อดินหลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร

         สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. ๒๔๖๗ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นพระเนื้อดินผงสี่เหลี่ยม สร้างด้วยเนื้อดินผสมผงเผาออกสีดำ จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

พระพุทธฐานบัวหลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม 2467 เนื้อดิน
พระพุทธฐานบัวหลวงพ่อเฮง วัดปากสมุทร สมุทรสงคราม ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ เนื้อดิน

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปพระพุทธปางสมาธิประทับนั่งบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย ๕ คู่

         ด้านหลัง เรียบไม่ปรากฏอักขระใดๆ


หมายเหตุ : ภายหลังนายอากร ซิวเคย ได้กลับใจทำออกทรัพย์สร้างพระอุโบสถที่ภรรยาทำค้างคาไว้ จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ สมัยหลวงพ่อเณร เป็นเจ้าอาวาส

โดย : สารานุกรม​พระเครื่อง​ลุ่ม​น้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้