ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม อีกหนึ่งพระเกจิดังของบ้านบางนกแขวก สมุทรสงคราม
![]() |
| หลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม สมุทรสงคราม |
หลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม หรือ พระครูวัตตโกศล อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์งาม ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ท่านเป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงในพื้นที่บางนกแขวกเป็นอย่างมาก
พระครูวัตตโกศล พื้นเพเดิมท่านเกิดที่บ้านดอนเซ่ง ตำบลบางแพ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๑ โยมบิดาชื่อนายปลอด โยมมารดาชื่อนางแป๋ว แต่เดิมผู้เป็นบิดามารดาเรียกขานนามท่านว่า "เจ๊ก" มาเปลี่ยนเป็นชื่อ "วิไล" ในภายหลัง
ในวัยเด็กได้ศึกษาเล่าเรียนวิชากับหลวงตาน้อย และหลวงพ่อแช่ม พรหมสโร วัดดอนเซ่ง ตำบลบางแพ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ซึ่งทั้งสองมีสายสัมพันธ์เป็นญาติกับหลวงพ่อวิไล
ซึ่งหลวงพ่อแช่ม วัดดอนเซ่งนั้นได้ชื่อในเรื่องของ "ตะกรุด" และวิชา "ต่อกระดูก" ที่ได้ใช้ในการรักษาชาวบ้านที่ประสบอุบัติเหตุแขนหัก ขาหัก โดยใช้น้ำมันมะพร้าวเคี่ยวทา พร้อมบริกรรมคาถาเสกสมานกระดูก
| หลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม สมุทรสงคราม |
ส่วนเรื่องตะกรุดของหลวงพ่อแช่ม ท่านจะเดินไปริมคลองด้านหน้าวัดแล้วระเบิดน้ำลงไปม้วนตะกรุด ซึ่งท่านเคยกล่าวไว้ว่า ถึงไม่มีแม่น้ำลำคลองก็สามารถใช้ม้วนตะกรุดได้ ขอเพียงให้มีจิตสมาธิมั่นอย่างเดียวก็สำเร็จ
ส่วนหลวงตาน้อยก็ได้ชื่อในรื่องของ "น้ำมันเบิกฟ้า" หรือที่บางคนเรียกว่า "น้ำมันโป" น้ำมันนี้ถ้าทาบริเวณหนังตาแล้วจะสามารถมองเห็นลูกเต๋าในถ้วย แต่มีข้อกำหนดไว้ว่า วันนี้จะแทงกี่ครั้งก็ได้ตามที่กำหนดไว้เท่านั้น ส่วนเรื่องเมตตามหานิยม และแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ก็ไม่บันเบาทีเดียว
ปี ๒๔๖๓ หลวงพ่อวิไล ได้เข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดดอนเซ่ง ตำบลบางแพ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้รับฉายาว่า "ปุญฺญสิริ" โดยมี
หลวงพ่อแช่ม วัดดอนเซ่ง เป็นพระอุปัชฌาย์
หลวงพ่อโต๊ะ วัดทำนบ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
หลวงพ่ออินทร์ วัดท่าราบ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังจากอุปสมบทได้อยู่จำพรรษาที่วัดดอนเซ่ง และได้ศึกษาวิชาเพิ่มเติมจากหลวงพ่อโต๊ะ วัดทำนบ ซึ่งมีชื่อในเรื่องคงกระพันชาตรี และหลวงพ่ออินทร์ วัดท่าราบ ที่มีชื่อในเรื่องเมตตามหานิยมอีกด้วย
![]() |
| หลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม สมุทรสงคราม |
หลังจากจำพรรษาที่วัดดอนเซ่งได้ระยะหนึ่งแล้ว จึงได้เดินทางไปศึกษาวิชาต่อกับหลวงพ่อเจียง วัดเจริญสุขาราม ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านคาถาอาคม เสกน้ำมนต์เดือด และสามารถปลุกเสกวัตถุมงคลเคลื่อนไหวได้ โดยอยู่ศึกษาวิชาและจำพรรษาที่วัดเจริญสุขาราม พร้อมทั้งยังช่วยเหลืองานทางวัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการช่วยสอนธรรมะ ช่วยเหลือในการก่อสร้างซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆ
ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ พระอธิการจุ้ย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์งามได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์งาม
ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ชาวบ้านและคณะกรรมการนำโดย นายเล็ก พริ้มพราย และนายเภา อินทชัย จึงได้พากันมากราบหลวงพ่อเจียง เจ้าอาวาสวัดเจริญสุขาราม ซึ่งท่านเป็นพระเกจิที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก
เพื่อนิมนต์หลวงพ่อวิไลไปเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์งาม
ที่ขณะนั้นกำลังทรุดโทรมเป็นอันมาก
และเห็นว่าหลวงพ่อวิไล มีความรู้ทางช่างพอสมควร
เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์งาม
| หลวงพ่อเจียง วัดเจริญสุขาราม สมุทรสงคราม อาจารย์ของหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม |
วัดโพธิ์งาม เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๒๕ บ้านโพธิ์งาม หมู่ที่ ๒ ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๒ งาน ๙๑ ตารางวา
วัดโพธิ์งาม ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๖ โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองฝั่งตะวันออก เดิมขึ้นอยู๋กับตำบลสี่หมื่น อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง จึงมาอยู่ในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นวัดเก่าแก่
วัดโพธิ์งาม เป็นวัดโบราณ ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด ผ่านกาลเวลามาทั้งแบบที่ทรุดโทรม และเจริญรุ่งเรือง โดยมีผู้ที่ปฏิสังขรณ์วัดสืบต่อกันมาก็เป็นเจ้าอาวาสประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นวัดเล็กๆ
นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก ตระกูลชุณหะวัณ ซึ่งได้รับการอุปถัมป์ค้ำชู ทั้งวัดเจริญสุขาราม และวัดโพธิ์งาม อยู่เสมอ โดยมีหลักฐานคือเจดีย์ใหญ่ ภายในวัดที่บรรจุอัฐิ ของบรรพบุรุษของคนใน ตระกูลชุญหะวัณ ตั้งอยู่ในวัดโพธิ์งามแห่งนี้
ภายในวัดประดิษฐานพระประธานประจำอุโบสถหลังเก่าชื่อว่า “หลวงพ่อย้อย” เป็นพระปางมารวิชัย ทำด้วยศิลาแดง หน้าตัก ๑๔๕ ซ.ม. สูงจากพื้นฐานที่รองประทับนั่งถึงพระเกตุจุฬา ๒๐๐ ซ.ม.
ส่วนพระปางมารวิชัยที่สร้างขึ้นใหม่เมื่อประมาณ ๕๐ ปีเศษหล่อด้วยโลหะต่างๆ เพื่อประจำอุโบสถหลังใหม่อีกรูปหนึ่ง
วัดได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๐ มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนามดังนี้
๑. พระอธิการเงิน (นิมนต์มาจากวัดราชคาม) พ.ศ. ๒๔๒๖ - ๒๔๗๔
๒. พระอธิการอด พ.ศ. ๒๔๗๔ - ๒๔๗๘
๓. พระครูธรรมรัตนาภิรักษ์ ( ไฮ้ รตฺนลาโภ ) (นิมนต์มาจากวัดจันทคาม) พ.ศ. ๒๔๗๘ - ๒๔๘๕ (ย้ายไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจันทคามและต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ "พระครูธรรมรัตนาภิรักษ์" เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ และในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ "พระสนุทรรัตนาภิรมย์")
๔. พระอธิการจุ้ย (นิมนต์มาจากวัดพิกุลเรียง) พ.ศ. ๒๔๘๖ - ๒๔๙๑
๕. พระครูวัตตโกศล (วิไล ปุญฺญสิริ) พ.ศ. ๒๔๙๒ - ๒๕๕๕
๖. พระใบฎีกานครชัย ธมฺมวโร พ.ศ. ๒๕๕๕ - ปัจจุบัน
เมื่อหลวงพ่อวิไล มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์งามแล้วนั้น ท่านได้ทำนุบำรุงวัดจนมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างสุดความสามารถ ทั้งการสร้างเสนาสนะ และถาวรวัตถุต่างๆ นอกจากนี้ท่านยังเป็นที่พึ่งพาของชาวบ้านในพื้นที่
ท่านได้ซ่อมแซมสิ่งที่ชํารุด ทรุดโทรมให้ดีขึ้น เช่น กุฏิ ถนน ศาลาการเปรียญ ศาลาท่าน้ำ สร้างโรงครัว ๑ หลัง
ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ อุบาสิกาศรี พึงใจ ตำบลคุ้งน้ำวน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี สร้างธรรมาสน์ พระปาติโมกข์ ถวายไว้ ๑ ธรรมาสน์ ราคา ๑,๐๐๐ บาทเศษ
ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ศาลาการเปรียญถูกภัยธรรมชาติคุกคามชำรุดทรุดโทรมมาก สุดความสามารถที่จะซ่อมแซมได้ พณ ฯ จอมพลผิน ชุณหวัน และญาติได้อุทิศเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท) เพื่อเป็นค่าก่อสร้างศาลาการเปรียญ
ศาลาการเปรียญจึงได้สําเร็จเรียบร้อยลงได้ ดังปรากฏอยู่ ณ บัดนี้ และมีประชาชนในตําบลนี้ และตําบลอื่นมาร่วมการกุศลอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท รวมค่าแรงและค่าก่อสร้าง ๑๐๐,๐๐๐ บาทเศษ (หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาทเศษ)
ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ศาลาท่าน้ำก็ถูกภัยธรรมชาติคุกคามอีกเช่นกัน พณฯ จอมพลผิน ชุณหวัน กับญาติจึงได้สร้างศาลาท่าน้ำถวายอีก ๑ หลัง สิ้นค่าก่อสร้าง ๔๐,๐๐๐ บาทเศษ (สี่หมื่นบาทเศษ) โดยมีพระครูธรรมรัตนาภิรักษ์ วัดจันทคาม กับหลวงพ่อวิไล เจ้าอาวาส เป็นผู้ดําเนินการสร้างจึงเสร็จเรียบร้อย
และในปีนั้น พณฯ จอมพลผิน ชุณหวัน ได้สร้างโต๊ะทองหมู่ ๗ ถวาย ไว้ ๑ ชุด ราคา ๒,๕๐๐ บาท
ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ พณฯ จอมพลผิน ชุณหวัน ได้สร้างเก้าอี้เหล็ก ถวายไว้ ๑๐๐ ตัว และโต๊ะหมู่รับแขก ๒ ชุด รวมราคา ๑๑,๕๐๐ บาท
ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ นายประเสริฐ นางอารีย์ ประยูรหงษ์ บ้านบางคณฑี ตำบลกระดังงา อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม ได้สร้างพระไตรปิฎก ๑๕๐๐ กัณฑ์ พร้อมด้วยตู้ ถวายไว้ ๑ ชุด ราคา ๒,๐๐๐ บาท
ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ พณฯ จอมพลผิน ชุณหวัน ได้สร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด ๑๐ แรงม้า ถวายไว้ ๑ เครื่อง ราคา ๑๕,๐๐๐ บาท
ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พระครูใบฏีกาวิไล ฐานานุกรมของเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม
ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลบางนกแขวก
ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ นายตู้ ถาวรรัตน์ หมู่ ๒ ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม ได้สร้างโต๊ะทองหมู่ ๙ ถวายไว้ ๑ ชุด ราคา ๓,๕๐๐ บาท
ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ นางสาวทองหยิบ ทองเชื่อ หมู่ ๒ ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม ได้สร้างธรรมาสน์เทศน์ ถวายไว้ ๑ ชุด ราคา ๒,๖๐๐ บาท
ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ นางเจ๋ง เรื่องประเสริฐ และญาติ ร้านช่างทองตลาดบางนกแขวก ได้สร้างโต๊ะทองหมู่ ๖ เพื่อตั้งศพพร้อมด้วยลูกหีบปิดทอง ถวายไว้ ๑ ชุด ราคา ๗,๕๐๐ บาท
ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ นายฮัว นางปล้อง ศรีประทุม หมู่ ๒ ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคณฑี จังหวัดสมุทรสงคราม สร้างโต๊ะทอง หมู่ ๗ (หมู่เล็ก) ถวายไว้ ๑ ชุด ราคา ๑,๖๐๐ บาท .
ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่ พระครูวัตตโกศล เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖ เล่ม ๘๐ ตอนที่ ๓
ท่านนิยมชมชอบให้ชาวบ้านในพื้นที่รักษาศีลและเจริญในธรรมมะ นอกจากนี้ท่านยังนำวิชาความรู้ต่างๆของท่านมาพัฒนาวัดในทุกๆด้านอีกด้วย
หลวงพ่อวิไล ท่านปกครองวัดโพธิ์งามเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคชราเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ นับรวมสิริอายุได้ ๙๓ ปี ๑๑ เดือน ๒๕ วัน ๗๒ พรรษา.
วัตถุมงคลของหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม
เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่นแรก (พิมพ์ใหญ่)
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปไข่แบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงรมดำเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่นแรก (พิพม์ใหญ่) ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อวิไลนั่งสมาธิเต็มองค์ ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิรัดประคต มีอักขระยันต์ มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวัตตโกศล วัดโพธิ์งาม ล.๑๖"
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ดวงและยันต์สาม มีอักขระเลขไทยเขียนว่า "๑๖" ซึ่งคือปีที่สร้างเหรียญ
เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่นแรก (พิมพ์เล็ก)
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปไข่แบบมีหูในตัว เหรียญจะมีขนาดเล็กกว่าพิมพ์ใหญ่ (หายาก) มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงรมดำเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
| เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่นแรก (พิพม์เล็ก) ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อวิไลครึ่งองค์ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ที่สังฆาฏิมีอักขระยันต์ตัว "นะ" ด้านบนรูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวัตตโกศล วัดโพธิ์งาม"
ด้านหลัง มีอักขระยันต์หัวใจธาตุทั้ง ๔ มีอักขระเลขไทยเขียนว่า "ล. ๑๖" ซึ่งคือปีที่สร้างเหรียญ
เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่น ๒
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปไข่แบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
| เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่น ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อวิไลนั่งสมาธิเต็มองค์ ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิรัดประคต มีอักขระยันต์ มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวัตตโกศล วัดโพธิ์งาม"
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ดวงและยันต์สาม มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ล. ๒๓ จ.สมุทรสงคราม" ซึ่งคือปีที่สร้างเหรียญ
เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่น ๒ (พิมพ์เล็ก)
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปไข่แบบมีหูในตัว เหรียญจะมีขนาดเล็กกว่าพิมพ์ใหญ่ มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่น ๒ (พิมพ์เล็ก) ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อวิไลครึ่งองค์ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ มีอักขระยันต์ ด้านบนรูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวัตตโกศล วัดโพธิ์งาม"
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ดวงและยันต์สาม มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ล. ๒๓ จ.สมุทรสงคราม" ซึ่งคือปีที่สร้างเหรียญ
เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่น ๓ นั่งม้า (เสาร์ห้า)
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ไว้สำหรับแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ปลุกเสกในพิธีเสาร์ห้าของปีนั้น ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปไข่แบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อทองแดง จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่น ๓ นั่งม้า (เสาร์ห้า) ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เนื้อทองคำ |
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่น ๓ นั่งม้า (เสาร์ห้า) ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เนื้อเงิน |
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่น ๓ นั่งม้า (เสาร์ห้า) ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อวิไลนั่งสมาธิเต็มองค์บนอาสนะ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ที่สังฆาฏิมีอักขระยันต์ตัว "นะ" ใต้องค์หลวงพ่อมีรูปม้า ที่พื้นเหรียญมีการตอกโค้ด
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ดวงและยันต์สาม มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวัตตโกศล วัดโพธิ์งาม" ที่ยันต์สามมีเลขไทย "๓๖" ซึ่งคือปีที่สร้างเหรียญ
เหรียญพรหมสี่หน้าหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ไว้สำหรับแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ปลุกเสกในพิธีเสาร์ห้าของปีนั้น ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปข้าวหลามตัดแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อด้วยเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญพรหมสี่หน้าหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม พิธีเสาร์ห้า ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เนื้อทองแดง |
ด้านหน้า เป็นรูปอักขระยันต์พระพรหมสี่หน้า
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ ตรงกลางยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "วัดโพธิ์งาม"
เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่นสร้างศาลา ๕๐ ปี
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อแจกในคราวสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ และเนื่้อในวโรกาสที่ในหลวง ร.๙ ครองราชครบ ๕๐ ปี ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปวงกลมแบบมีหูใน มีการสร้างด้วยเนื้อเงินเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่นสร้างศาลา ๕๐ ปีวัดโพธิ์ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ เนื้อเงิน |
ด้านหน้า เป็นรูปจำลองหลวงพ่อวิไลครึ่งองค์ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ มีอักขระยันต์ตัว "นะ" ที่สังฆาฏิ ด้านบนรูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูวัตตโกศล" ที่พื้นเหรียญมีการตอกโค้ด
ด้านหลัง มีอักขระยันต์อยู่ตรงกลางเหรียญ ขอบเหรียญมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "วัดโพธิ์งาม บางคนที สมุทรสงคราม สร้างศาลา ๕๐ ปี"
สมเด็จหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ลักษณะเป็นพระสมเด็จสี่เหลี่ยมเนื้อผงพุทธคุณ โดยหลวงพ่อท่านนำผงพุทธคุณที่ท่านรวบรวมไว้รวมกับผงที่ท่านลบเอง เป็นส่วนผสมในการสร้าง จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() | |
| สมเด็จหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม สมุทรสงคราม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ |
ด้านหน้า เป็นรูปจำลองเป้นรูปพระประธานบนฐาน ๓ ชั้น ที่ฐานมีอักขระเลขไทย "๑" ข้างองค์พระมีอักขระยันต์และครอบแก้วสวยงามมีเอกลักษณ์
ด้านหลัง เรียบ ไม่มีอักขระยันต์ใดๆ บางองค์มีรูปใบโพธิ์อยู่ที่ด้านหลัง
ตะกรุดหนังเสือ หลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ในโอกาสที่หลวงพ่อมีครบอายุ ๘๐ ปี เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด โดยสร้างจากแผ่นหนังเสือโคร่งที่ลุกศิษย์ใกล้ชิดนำมาถวาย ซึ่งหลวงพ่อท่านจารอักขระยันต์ตามตำรามหาอำนาจที่ท่านร่ำเรียนมาด้วยตัวท่านเองทั้งหมด เสร็จแล้วนำใส่หลอดตะกรุดปิดหัวท้ายด้วยแผ่นแสตนเลสแบบมีหูด้านบนในตัว พุทธคุณเน้นหนักไปทางอำนาจบารมี คลาดแคล้วและคงกระพัน ซึ่งตะกรุดจะมีด้วยกัน ๒ ขนาดคือขนาดสั้นยาว ๑.๕ นิ้ว และขนาดยาว ๓ นิ้ว จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| ตะกรุดหนังเสือหลวงพ่อวิไล วัดโพธิ์งาม รุ่นอายุ ๘๐ ปี (ขนาดยาว-สั้น) ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ |
ด้านบน มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ล. ๕๒" ซึ่งย่อมาจากชื่อของหลวงพ่อและปีที่สร้าง
ด้านล่าง ในขนาดยาวมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "วัดโพธิ์งาม ส.ส." ขนาดสั้นมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ว.พ.ง. ส.ส." ซึ่งคือชื่อวัดและชื่อจังหวัด
สำหรับพุทธคุณของหลวงพ่อนั้นมีเรื่องเล่าถึงกันมากมาย หนึ่งในนั้นคือมีเรื่องเล่ากันว่า มีชาวบ้านและทหารจำนวนหนึ่งได้เดินทางมาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทราบว่าหลวงพ่อวิไลมีชื่อเสียงในด้านแคล้วคลาดคงกระพันชาตรีมาแต่ครั้งสมัยสงครามเวียดนามใต้และลาว
จึงได้ไปเช่าเหรียญหลวงพ่อวิไลพร้อมนำไปเลี่ยมห้อยคอ ระหว่างเดินทางกลับบ้านมีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุตะลุมบอนกัน มีการยิงปืนมาถูกหนึ่งในพวกเขาถึง ๔ นัดแต่ไม่เข้า ทำให้วัตถุมงคลของหลวงพ่อเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาทันที.
โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- พระในตำนานเหรียญหล่อชินราช หลวงพ่อเงิน วัดโพธิ์งาม บางนกแขวก พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง
***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุนให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***











ไม่มีความคิดเห็น