โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านแหลม

ภาพถ่ายหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

          หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทรประดิษฐานอยู่ที่วัดต้นสน ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไปทั้งในเขตอำเภอบ้านแหลม และอำเภอใกล้เคียง รวมทั้งชาวจังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้มาเสี่ยงทายบนบานอยู่มิได้ขาด 

          เดิมหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน นั้นประดิษฐานอยู่ ณ ศาล "หลวงพ่อสัมฤทธิ์" ก่อด้วยอิฐถือปูน ณ วัดต้นสน อำเภอบ้านแหลม ด้านริมแม่น้ำเพชรบุรี มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ในศาลแห่งนี้

          เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ สูงประมาณ ๘๐ เซ็นติเมตร ความกว้างที่พระอุระได้ ๓๐ เซนติเมตร ประชาชนทั้งไทยและจีนในอำเภอบ้านแหลมและอําเภอใกล้เคียง 

          ตลอดจนชาวจังหวัดสมุทรสงคราม พากันเคารพนับถือเป็นอันมาก มีผู้เซ่นไหว้ เสียงทาย บนบาน อยู่ เนืองนิจ และมีงานนมัสการเป็นเทศกาลประจำปีกลาง เดือน ๕ และกลางเดือน ๑๒ ทุกปี

          พระสัมฤทธิ์องค์นี้ มีรูปลักษณะเป็นแบบสมัยลพบุรี แต่เป็นฝีมือมอญสร้าง จึงมีเรื่องเล่ากันสืบต่อๆ มาว่า "กษัตริย์รามัญแห่งกรุงหงสาวดีเป็นผู้ทรงสร้างพระองค์นี้ เมื่อสมัยชาติขอมเป็นใหญ่ในเขตสุวรรณภูมิ ซึ่งขอมกับมอญมี สัมพันธ์ภาพทางเชื้อสายอยู่อย่างใกล้ชิด อันเชื่อมโยงมาแต่สมัยทวาราวดีนั้นแล้ว"

          เหตุนี้กระมัง จึงผูกเรื่องปรัมปราเข้าผสมรอยเป็นประวัติที่มาของพระสัมฤทธิ์องค์นี้ขึ้น แต่กระไรก็ดีอาจมีเค้าความจริงอยู่บ้างในบางแห่ง จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังไว้ในโอกาสนี้ด้วย

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

          ประวัติของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ มีเรื่องเล่าลือกันต่อมาว่า เมื่อสงครามมอญรบกับพม่า เห็นจะเป็นสมัยแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอนุรุทธมหาราช (อโนรธามังช่อ) ราวปี พ.ศ. ๑๖๐๐ 

          ต้นเหตุแห่งสงครามก็โดยพม่าขอพระธรรมคัมภีร์ไตรปิฎก และพระคณาจารย์ผู้ทรงสมณาภิญาณ เพื่อนำไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในพม่า ซึ่งถูกเปลี่ยนแปรไปในทางเสื่อมเสียโดยมาก 

         แต่ทางมอญขัดข้อง อ้างว่าพระคณาจารย์ยอมไปเข้าบุกมอญพม่าจึงกรีธาทัพใหญ่ ในครั้งนั้นพระสงฆ์ฝ่ายรามัญประเทศจึงขนย้าย และซุกซ่อน พระธรรม คัมภีร์ กับพระพุทธรูปเป็นการใหญ่ 

          เพราะพระเจ้าอนุรุทธมหาราชทรงมีอานุภาพมาก เกรงว่ามอญจะรบสู้พม่าไม่ได้ และก็สู้ไม่ได้จริงๆ ชะรอยจะเนื่องด้วยกรณีนี้ หลวงพ่อสัมฤทธิ์วัดต้นสน จึงถูกซุกซ่อนอยู่ในโพรงมะกอกใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองหงสาวดี 

          ต่อมามีชีปะขาวหรือชีผ้าขาว (พวกถือคล้อยตามศาสนาชิน) ตนหนึ่งไปนั่งพักที่โคนมะกอก ซึ่งซ่อนพระพุทธรูปสัมฤทธิ์องค์นี้ไว้ จึงเกิดอัศจรรย์ปาฏิหาริย์เป็นแสงสว่างพุ่งออกมา

          ชีผ้าขาวตนนั้นเห็นเข้า จึงเอาผ้าหุ้มพระแบกขึ้นบ่า เดินรอนแรมเข้ามาจนถึง สุโขทัย บังเอิญขณะจะข้ามแม่น้ำเกิดเรือล่ม พระองค์นี้ก็จมหายในแม่น้ำ หาไม่พบ เพราะที่น้ำนั้นไหลเชี่ยวมาก

          ต่อมากล่าวว่า พระปาฏิหาริย์ลอยขึ้นมากระทบเรือพ่อค้าพลูเข้า (อาจจะเป็นหน้าฤดูแล้งน้ำน้อยก็ได้) พ่อค้าพลูจึงนำเอาไปกับเรือพลู ใช้ใบตองปิดคลุมไว้ เที่ยวล่องเรือซื้อขายไปจนถึงเมืองสมุทรสงคราม

         ภายหลังพระ (หลวงพ่อสัมฤทธิ์)ไปเข้าฝันชาวบ้าน ชาวบ้านผู้นั้นจึงนำของไปแลกเปลี่ยนพระสัมฤทธิ์ แล้วนำไปประดิษฐานไว้ ณ วัดจันทรศิริผล จังหวัดสมุทรสงคราม  (ปัจจุบันไม่ปรากฏวัดนี้ในพื้นที่สมุทรสงครามแล้ว)

          กาลต่อมา มีคนร้ายลักพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดจันทรศิริผล นำไปให้เช่า (ขาย) พ่อค้าเรือแขกตานี ซึ่งเป็นเรือใบบรรทุกสินค้าทางปักษ์ใต้นำมาขายในอ่าวแม่กลอง และอ่าวบ้านแหลม ทุกฤดูแล้ง 

          ขาล่องที่นำสินค้าทางนี้ไปขายปักษ์ใต้ ได้รับซื้อพระ(หลวงพ่อสัมฤทธิ์)ไว้ เรือออกจากอ่าวแม่กลอง ก็เข้าไปขายสินค้าที่อ่าวบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี 

          เรือจอดที่หน้าวัดต้นสน ซึ่งในสมัยก่อนโน้น ยังเป็นวัดอยู่ริมปากอ่าวบ้านแหลม พระสัมฤทธิ์ได้ไปเข้าฝันท่านสมภาร ท่านสมภารจึงไปขอซื้อจากเรือแขก พ่อค้าเรือแขกตานีก็ถวายท่าน พระองค์นี้จึงมาตกอยู่ที่วัดต้นสนเป็นเวลาช้านาน 

          ครั้นถึงปี พ.ศ. ๒๓๘๕ มีคนร้ายลักพระพุทธรูป องค์นี้ไปขายจีนในจังหวัดพระนคร พระสัมฤทธิ์ศักดิ์ สิทธิ์องค์นี้ก็มาเข้าฝันท่านสมภารชื่อพระอธิการยัง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดต้นสนในขณะนั้นอีก 

          ท่านอธิการยังจึงพยายามไปติดตามเสาะหาซื้อคืนกลับมาได้ เป็นเงินถึง ๓๔๐ บาท ซึ่งค่าเงินของสมัยนั้น ย่อมเป็นราคาที่สูงลิ่ว 

          แต่นั้นมาหลวงพ่อสัมฤทธิ์จึงได้ประดิษฐานอยู่ ณ วัดต้นสนจนถึงปัจจุบัน อันเป็นเรื่องที่เล่าต่อ ๆ มาด้วยประการฉะนี้ แต่ก็ย่อมมีคนเล่าผิดแผกแตกต่างกันบ้างเป็นธรรมดา ส่วนท่านจะเชื่อด้วยเหตุผลกลใดหรือไม่ เพียงไรนั้น ก็สุดแต่สติปัญญาหรืออารมณ์ของท่าน เทอญ

          หมายเหตุ : ประวัติที่แท้จริงไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้แน่ชัด อาศัยเพียงหลักฐานทางพระพุทธศาสนากรรม และประวัติศาสตร์มาอ้างอิง เพื่อให้สอดคล้องใกล้เคียงกันเท่านั้น 

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

          วัดต้นสน เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตําบลบ้านแหลม อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ที่ดินตั้ง วัดมีเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๖ งาน ๐๓ ตารางวา

          วัดต้นสน ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๖ เดิมชื่อวัดสนธยา ซึ่งต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดต้นสน ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๖ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน 

          ภายในวัดมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ประทับยืนบนฐานสูง ๘๐ เซนติเมตร ๑ องค์ พระพุทธรูปสมัยลพบุรีหล่อด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ สร้างประมาณปี พ.ศ. ๑๖๐๐

          วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๖ เมตร ยาว ๔๐ เมตร มีเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนามดังนี้

          ๑. พระอธิการคล้ำ พ.ศ. ๒๓๒๖ - ๒๓๔๒

          ๒. พระอธิการคลิ้ง พ.ศ. ๒๓๔๘ - ๒๓๖๒

          ๓. พระอธิการยัง พ.ศ. ๒๓๖๘ - ๒๔๑๔

          ๔. พระอธิการสุด พ.ศ. ๒๔๑๙ - ๒๔๕๕

          ๕. พระอธิการ (ไม่ทราบนาม) พ.ศ. ๒๔๕๖ - ๒๔๖๗

          ๖. พระครูสังฆรักษ์(ท้วม) พ.ศ. ๒๔๖๘ - ๒๔๗๘

          ๗. พระครูปัญญาคุณากร พ.ศ. ๒๔๗๙ - ๒๕๐๗

          ๘. พระมหาปัญญา พ.ศ. ๒๕๐๘ - ๒๕๐๙

          ๙. พระอธิการไป้ พ.ศ. ๒๕๑๐ - ๒๕๑๗

          ๑๐. พระอธิการนิรัญย์ พ.ศ. ๒๕๑๘ - ๒๕๒๒

          ๑๑. พระครูโสภณวัชรธรรม พ.ศ. ๒๕๒๓ - ๒๕๓๕

          ๑๒. พระครูพัชรคุณาทร พ.ศ. ๒๕๓๕ - ปัจจุบัน

วัดต้นสน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

          จากประวัติมีข้อขัดแย้งกันในเรื่องลักษณะของพระพุทธรูป หลวงพ่อสัมฤทธิ์ว่าเป็นพระสมัยใดกันแน่ หลายท่านบอกว่าเป็นสมัยปลายลพบุรี แต่ก็มีอีกหลายท่านยืนยันว่าเป็นพระสมัยอยุธยา

          ในเรื่องของยุคสมัยนี้ชาวบ้านแหลมไม่ติดอยู่กับสมัยของพระหรือความเก่าใหม่ประการใด ยังคงศรัทธาในองค์หลวงพ่อ มิเว้นวายและเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ 

          ดังมีหลักฐานมากมายเป็นต้นว่า ในสมัยนายจรูญ โลกะกลิน เป็นนายอำเภอบ้านแหลม ท่านเป็นประธานจัดงานประจำปี หลวงพ่อสัมฤทธิ์

          ซึ่งในงานนี้ เป็นประเพณีว่าต้องแห่องค์หลวงพ่อไปตามลำน้ำเพชรบุรี ซึ่งกระทำเป็นประจำไม่ได้ขาดในตอนใกล้พิธีอัญเชิญองค์หลวงพ่อ ชาวบ้านก็มาช่วยกันยกองค์ท่านไปลงเรือ

          แต่ปีนั้นเกิดอาเพศอย่างไรไม่ทราบ เพราะชาวบ้านหลายคนช่วยกันยกหลวงพ่อไม่ขึ้น ธรรมดาองค์หลวงพ่อก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรใช้คนเพียง ๒-๓ คนก็ยกได้สบาย แต่อัศจรรย์ที่หลายคนยกก็ไม่สามารถยกให้เคลื่อนที่ไปได้ 

           จนนายอำเภอจรูญ โลกะกลิน ต้องจุดธูปเทียนบูชาขอขมา ลาโทษ และขอให้งานแห่ผ่านไปได้โดยเรียบร้อย พอขอขมาเสร็จ ท่านก็ตรงเข้ามายกองค์หลวงพ่อ ปรากฏว่าท่านเพียงผู้เดียวก็สามารถยกหลวงพ่อขึ้นได้อย่างง่ายดาย 

          เรื่องนี้จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ชาวบ้านในที่นั้นมีจำนวนนับเป็นพันๆคนที่เห็นเหตุการณ์ หรือหากจะลองสอบถามนายอำเภอจรูญ ดูก็ได้ ซึ่งปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว. 

          สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีได้ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมขึ้น โดยมีหลวงสวัสดิ์สรยุทธ เป็นรัฐมนตรี หลวงวิเชียรแพทยาคม เป็นอธิบดี ได้นำละครของกรมศิลป์มาเผยแพร่ ที่อำเภอบ้านแหลม และตั้งแสดงที่วัดต้นสน 

          สมัยนั้นเป็นฤดูฝนฝนตกทุกวันและตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันละครกำหนดแสดง ๓ วัน ต่างก็กลัวกันว่าจะไม่ได้แสดง ท่านรัฐมนตรีต้องการจะพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ 

          จึงได้บนบานขอให้ฝนหยุดตกสัก ๓ วัน ๓ คืน หากฝนไม่ตกจะถวายปัจจัยในการสร้างศาลาการเปรียญ เป็นจำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

          นับเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ฝนได้ตกรอบหมดทุกทิศเว้นแต่บริเวณงานเท่านั้นที่ฝนไม่ตกเลย ถึง ๓ วัน ๓ คืน ที่มีการแสดงละคร เมื่อเลิกงานแล้วฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก 

          ท่านรัฐมนตรีและคณะประจักษ์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ จึงได้ขอเงินมาสร้างศาลาการเปรียญ ซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ทุกวันนี้

          เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เวลา ๑๕:๐๐ น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร (นามขณะนั้น) ได้เสด็จโดยการส่วนพระองค์ จากพระราชวังไกลกังวลหัวหินมานมัสการหลวงพ่อสัมฤทธิ์ 

          และทรงเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนชาวบ้านแหลม ในโอกาสวันเดียวกันนี้ คณะกรรมการวัดต้นสนได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์แด่พระองค์ เป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง.

วัตถุมงคลหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน
                  
         วัตถุมงคลที่ทางวัดจัดสร้างไว้เป็นเครื่องหมายแทนองค์หลวงพ่อ มีอยู่มากมายหลายชนิด อาทิเช่น รูปหล่อจำลองขนาดบูชา รูปจำลองขนาดเล็กแขวนบูชาได้ เหรียญทองแดง ทองแดงชุบทอง ลงยาทองขาว แหวนรูปหลวงพ่อลงยาสี พระผงผสมเกสรฯ 

          ประสบการณ์และความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญและพระเครื่องตลอดจน วัตถุมงคลของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ในรูปรอื่นๆก็มีปรากฏอยู่มากมายหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน เช่น เด็กตกน้ำไม่จมบ้าง คาดแคล้วจากอุบัติเหตุ อุบัติภัย ทั้งบนบกและทางทะเลบ้างโดยเฉพาะบรรดาเรืออวนรากจะมีรูปหลวงพ่อติดไว้บูชาอยู่เรือทุกลำ.

         พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก 

         องค์พระจำลองมาจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน เชื่อกันว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นพระที่หล่อ ๒ ชิ้นมาประกอบกัน โดยหล่อแยกระหว่างองค์พระกับฐานบัวหงาย สร้างด้วยเนื้อทองเหลือง ก้นมีดินไทย มีความสูง ๙ นิ้ว บางองค์มีตามุข

พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก

พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก

พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก


         ที่ฐานบัวมีการแกะข้อความว่า "หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน"  จำนวนการสร้างประมาณ ๑,๐๐๐ องค์

         พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง

         สร้างขึ้นหลังปี พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยองค์พระจำลองมาจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน เป็นพระที่หล่อ ๒ ชิ้นมาประกอบกัน โดยหล่อแยกระหว่างองค์พระกับฐานบัวหงาย สร้างด้วยเนื้อทองเหลือง มีดินไทย

พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง

พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง

พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง

         ที่ฐานมีป้ายแปะกำกับไว้ข้อความว่า "หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน อ.บ้านแหม จ.เพชรบุรี" (บางองค์ไม่มีป้ายกำกับ แต่แกะตัวอักษรไว้ก็มี) มีความสูง ๑๒.๘ นิ้ว ฐานกว้าง ๔.๕ นิ้ว  

          เหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก

          สร้างในราวปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ลักษณะเป็นเหรียญพิมพ์พุ่มข้าวบิณทร์ มีหูในตัว เหรียญมีการสร้างด้วยเนื้อเงินลงยา อัลปาก้า และทองแดง และทองแดงกระไหล่ทอง จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุไว้ จุดสังเกตุเหรียญรุ่นแรกนี้ให้จดจำยันต์ตัว นะ ให้แม่นยำ

เหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก

         ด้านหน้า มีรูปจำลองหลวงพ่อสัมฤทธิ์ องค์พระชัดเจนมีหน้ามีตา มีลายกนกล้อไปกับขอบเหรียญ
         ด้านหลัง มีอักขระยันต์ นะ อรหัง อ่านได้ว่า "นะ อะ ระ หัง สัม มา สัม พุท โธ" ไม่มีตัวอักษรไทยบนพื้นเหรียญ

          เหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง

         สร้างขึ้นหลังปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ลักษณะคล้ายเหรียญรุ่นแรกแต่ขาดความคมชัดขององค์พระและยันต์ด้านหลังจะขาด ลักษณะเป็นเหรียญพิมพ์พุ่มข้าวบิณทร์ มีหูในตัว เหรียญมีการสร้างด้วยเนื้ออัลปาก้า และทองแดง จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุไว้ จุดสังเกตุเหรียญรุ่นแรกนี้ให้จดจำยันต์ตัว นะ ให้แม่นยำ ซึงจะแตกต่างกับรุ่นแรก

เหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง

         ด้านหน้า มีรูปจำลองหลวงพ่อสัมฤทธิ์ องค์พระขาดความชัดเจน มีลายกนกล้อไปกับขอบเหรียญ
         ด้านหลัง มีอักขระยันต์ นะ อรหัง อ่านได้ว่า "นะ อะ ระ หัง สัม มา สัม พุท โธ" ไม่มีตัวอักษรไทยบนพื้นเหรียญ ตัวยันต์ "สัม" ขาดกลาง และยันต์ขาดความชัดเจน


นิ้ว ก้นดินไทย รุ่นแร พร
โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง

บทความที่เกี่ยวข้อง


***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***
หิ้งๆ สูง ๙นิ้ว ก้นดินไทย รุ่นแร

ไม่มีความคิดเห็น

ค้นหาบล็อกนี้