ประวัติและวัตถุมงคลของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านแหลม
![]() |
| หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี |
หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทรประดิษฐานอยู่ที่วัดต้นสน ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไปทั้งในเขตอำเภอบ้านแหลม และอำเภอใกล้เคียง รวมทั้งชาวจังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้มาเสี่ยงทายบนบานอยู่มิได้ขาด
เดิมหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน นั้นประดิษฐานอยู่ ณ ศาล "หลวงพ่อสัมฤทธิ์" ก่อด้วยอิฐถือปูน ณ วัดต้นสน อำเภอบ้านแหลม ด้านริมแม่น้ำเพชรบุรี มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ในศาลแห่งนี้
เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ สูงประมาณ ๘๐ เซ็นติเมตร ความกว้างที่พระอุระได้ ๓๐ เซนติเมตร ประชาชนทั้งไทยและจีนในอำเภอบ้านแหลมและอําเภอใกล้เคียง
ตลอดจนชาวจังหวัดสมุทรสงคราม พากันเคารพนับถือเป็นอันมาก มีผู้เซ่นไหว้ เสียงทาย บนบาน อยู่ เนืองนิจ และมีงานนมัสการเป็นเทศกาลประจำปีกลาง เดือน ๕ และกลางเดือน ๑๒ ทุกปี
พระสัมฤทธิ์องค์นี้ มีรูปลักษณะเป็นแบบสมัยลพบุรี แต่เป็นฝีมือมอญสร้าง จึงมีเรื่องเล่ากันสืบต่อๆ มาว่า "กษัตริย์รามัญแห่งกรุงหงสาวดีเป็นผู้ทรงสร้างพระองค์นี้ เมื่อสมัยชาติขอมเป็นใหญ่ในเขตสุวรรณภูมิ ซึ่งขอมกับมอญมี สัมพันธ์ภาพทางเชื้อสายอยู่อย่างใกล้ชิด อันเชื่อมโยงมาแต่สมัยทวาราวดีนั้นแล้ว"
เหตุนี้กระมัง จึงผูกเรื่องปรัมปราเข้าผสมรอยเป็นประวัติที่มาของพระสัมฤทธิ์องค์นี้ขึ้น แต่กระไรก็ดีอาจมีเค้าความจริงอยู่บ้างในบางแห่ง จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังไว้ในโอกาสนี้ด้วย
![]() |
| หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี |
ประวัติของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ มีเรื่องเล่าลือกันต่อมาว่า เมื่อสงครามมอญรบกับพม่า เห็นจะเป็นสมัยแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอนุรุทธมหาราช (อโนรธามังช่อ) ราวปี พ.ศ. ๑๖๐๐
ต้นเหตุแห่งสงครามก็โดยพม่าขอพระธรรมคัมภีร์ไตรปิฎก และพระคณาจารย์ผู้ทรงสมณาภิญาณ เพื่อนำไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในพม่า ซึ่งถูกเปลี่ยนแปรไปในทางเสื่อมเสียโดยมาก
แต่ทางมอญขัดข้อง อ้างว่าพระคณาจารย์ยอมไปเข้าบุกมอญพม่าจึงกรีธาทัพใหญ่ ในครั้งนั้นพระสงฆ์ฝ่ายรามัญประเทศจึงขนย้าย และซุกซ่อน พระธรรม คัมภีร์ กับพระพุทธรูปเป็นการใหญ่
เพราะพระเจ้าอนุรุทธมหาราชทรงมีอานุภาพมาก เกรงว่ามอญจะรบสู้พม่าไม่ได้ และก็สู้ไม่ได้จริงๆ ชะรอยจะเนื่องด้วยกรณีนี้ หลวงพ่อสัมฤทธิ์วัดต้นสน จึงถูกซุกซ่อนอยู่ในโพรงมะกอกใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองหงสาวดี
ต่อมามีชีปะขาวหรือชีผ้าขาว (พวกถือคล้อยตามศาสนาชิน) ตนหนึ่งไปนั่งพักที่โคนมะกอก ซึ่งซ่อนพระพุทธรูปสัมฤทธิ์องค์นี้ไว้ จึงเกิดอัศจรรย์ปาฏิหาริย์เป็นแสงสว่างพุ่งออกมา
ชีผ้าขาวตนนั้นเห็นเข้า จึงเอาผ้าหุ้มพระแบกขึ้นบ่า เดินรอนแรมเข้ามาจนถึง สุโขทัย บังเอิญขณะจะข้ามแม่น้ำเกิดเรือล่ม พระองค์นี้ก็จมหายในแม่น้ำ หาไม่พบ เพราะที่น้ำนั้นไหลเชี่ยวมาก
ต่อมากล่าวว่า พระปาฏิหาริย์ลอยขึ้นมากระทบเรือพ่อค้าพลูเข้า (อาจจะเป็นหน้าฤดูแล้งน้ำน้อยก็ได้) พ่อค้าพลูจึงนำเอาไปกับเรือพลู ใช้ใบตองปิดคลุมไว้ เที่ยวล่องเรือซื้อขายไปจนถึงเมืองสมุทรสงคราม
ภายหลังพระ (หลวงพ่อสัมฤทธิ์)ไปเข้าฝันชาวบ้าน ชาวบ้านผู้นั้นจึงนำของไปแลกเปลี่ยนพระสัมฤทธิ์ แล้วนำไปประดิษฐานไว้ ณ วัดจันทรศิริผล จังหวัดสมุทรสงคราม (ปัจจุบันไม่ปรากฏวัดนี้ในพื้นที่สมุทรสงครามแล้ว)
กาลต่อมา มีคนร้ายลักพระพุทธรูปองค์นี้ไปจากวัดจันทรศิริผล นำไปให้เช่า (ขาย) พ่อค้าเรือแขกตานี ซึ่งเป็นเรือใบบรรทุกสินค้าทางปักษ์ใต้นำมาขายในอ่าวแม่กลอง และอ่าวบ้านแหลม ทุกฤดูแล้ง
ขาล่องที่นำสินค้าทางนี้ไปขายปักษ์ใต้ ได้รับซื้อพระ(หลวงพ่อสัมฤทธิ์)ไว้ เรือออกจากอ่าวแม่กลอง ก็เข้าไปขายสินค้าที่อ่าวบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
เรือจอดที่หน้าวัดต้นสน ซึ่งในสมัยก่อนโน้น ยังเป็นวัดอยู่ริมปากอ่าวบ้านแหลม พระสัมฤทธิ์ได้ไปเข้าฝันท่านสมภาร ท่านสมภารจึงไปขอซื้อจากเรือแขก พ่อค้าเรือแขกตานีก็ถวายท่าน พระองค์นี้จึงมาตกอยู่ที่วัดต้นสนเป็นเวลาช้านาน
ครั้นถึงปี พ.ศ. ๒๓๘๕ มีคนร้ายลักพระพุทธรูป องค์นี้ไปขายจีนในจังหวัดพระนคร พระสัมฤทธิ์ศักดิ์ สิทธิ์องค์นี้ก็มาเข้าฝันท่านสมภารชื่อพระอธิการยัง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดต้นสนในขณะนั้นอีก
ท่านอธิการยังจึงพยายามไปติดตามเสาะหาซื้อคืนกลับมาได้ เป็นเงินถึง ๓๔๐ บาท ซึ่งค่าเงินของสมัยนั้น ย่อมเป็นราคาที่สูงลิ่ว
แต่นั้นมาหลวงพ่อสัมฤทธิ์จึงได้ประดิษฐานอยู่ ณ วัดต้นสนจนถึงปัจจุบัน อันเป็นเรื่องที่เล่าต่อ ๆ มาด้วยประการฉะนี้ แต่ก็ย่อมมีคนเล่าผิดแผกแตกต่างกันบ้างเป็นธรรมดา ส่วนท่านจะเชื่อด้วยเหตุผลกลใดหรือไม่ เพียงไรนั้น ก็สุดแต่สติปัญญาหรืออารมณ์ของท่าน เทอญ
หมายเหตุ : ประวัติที่แท้จริงไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้แน่ชัด อาศัยเพียงหลักฐานทางพระพุทธศาสนากรรม และประวัติศาสตร์มาอ้างอิง เพื่อให้สอดคล้องใกล้เคียงกันเท่านั้น
![]() |
| หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี |
วัดต้นสน เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตําบลบ้านแหลม อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ที่ดินตั้ง วัดมีเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๖ งาน ๐๓ ตารางวา
วัดต้นสน ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๖ เดิมชื่อวัดสนธยา ซึ่งต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดต้นสน ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๖ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ภายในวัดมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ประทับยืนบนฐานสูง ๘๐ เซนติเมตร ๑ องค์ พระพุทธรูปสมัยลพบุรีหล่อด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ สร้างประมาณปี พ.ศ. ๑๖๐๐
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๖ เมตร ยาว ๔๐ เมตร มีเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนามดังนี้
๑. พระอธิการคล้ำ พ.ศ. ๒๓๒๖ - ๒๓๔๒
๒. พระอธิการคลิ้ง พ.ศ. ๒๓๔๘ - ๒๓๖๒
๓. พระอธิการยัง พ.ศ. ๒๓๖๘ - ๒๔๑๔
๔. พระอธิการสุด พ.ศ. ๒๔๑๙ - ๒๔๕๕
๕. พระอธิการ (ไม่ทราบนาม) พ.ศ. ๒๔๕๖ - ๒๔๖๗
๖. พระครูสังฆรักษ์(ท้วม) พ.ศ. ๒๔๖๘ - ๒๔๗๘
๗. พระครูปัญญาคุณากร พ.ศ. ๒๔๗๙ - ๒๕๐๗
๘. พระมหาปัญญา พ.ศ. ๒๕๐๘ - ๒๕๐๙
๙. พระอธิการไป้ พ.ศ. ๒๕๑๐ - ๒๕๑๗
๑๐. พระอธิการนิรัญย์ พ.ศ. ๒๕๑๘ - ๒๕๒๒
๑๑. พระครูโสภณวัชรธรรม พ.ศ. ๒๕๒๓ - ๒๕๓๕
๑๒. พระครูพัชรคุณาทร พ.ศ. ๒๕๓๕ - ปัจจุบัน
![]() |
| วัดต้นสน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี |
จากประวัติมีข้อขัดแย้งกันในเรื่องลักษณะของพระพุทธรูป หลวงพ่อสัมฤทธิ์ว่าเป็นพระสมัยใดกันแน่ หลายท่านบอกว่าเป็นสมัยปลายลพบุรี แต่ก็มีอีกหลายท่านยืนยันว่าเป็นพระสมัยอยุธยา
ในเรื่องของยุคสมัยนี้ชาวบ้านแหลมไม่ติดอยู่กับสมัยของพระหรือความเก่าใหม่ประการใด ยังคงศรัทธาในองค์หลวงพ่อ มิเว้นวายและเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์
ดังมีหลักฐานมากมายเป็นต้นว่า ในสมัยนายจรูญ โลกะกลิน เป็นนายอำเภอบ้านแหลม ท่านเป็นประธานจัดงานประจำปี หลวงพ่อสัมฤทธิ์
ซึ่งในงานนี้ เป็นประเพณีว่าต้องแห่องค์หลวงพ่อไปตามลำน้ำเพชรบุรี ซึ่งกระทำเป็นประจำไม่ได้ขาดในตอนใกล้พิธีอัญเชิญองค์หลวงพ่อ ชาวบ้านก็มาช่วยกันยกองค์ท่านไปลงเรือ
แต่ปีนั้นเกิดอาเพศอย่างไรไม่ทราบ เพราะชาวบ้านหลายคนช่วยกันยกหลวงพ่อไม่ขึ้น ธรรมดาองค์หลวงพ่อก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรใช้คนเพียง ๒-๓ คนก็ยกได้สบาย แต่อัศจรรย์ที่หลายคนยกก็ไม่สามารถยกให้เคลื่อนที่ไปได้
จนนายอำเภอจรูญ โลกะกลิน ต้องจุดธูปเทียนบูชาขอขมา ลาโทษ และขอให้งานแห่ผ่านไปได้โดยเรียบร้อย พอขอขมาเสร็จ ท่านก็ตรงเข้ามายกองค์หลวงพ่อ ปรากฏว่าท่านเพียงผู้เดียวก็สามารถยกหลวงพ่อขึ้นได้อย่างง่ายดาย
เรื่องนี้จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ชาวบ้านในที่นั้นมีจำนวนนับเป็นพันๆคนที่เห็นเหตุการณ์ หรือหากจะลองสอบถามนายอำเภอจรูญ ดูก็ได้ ซึ่งปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว.
สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีได้ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมขึ้น โดยมีหลวงสวัสดิ์สรยุทธ เป็นรัฐมนตรี หลวงวิเชียรแพทยาคม เป็นอธิบดี ได้นำละครของกรมศิลป์มาเผยแพร่ ที่อำเภอบ้านแหลม และตั้งแสดงที่วัดต้นสน
สมัยนั้นเป็นฤดูฝนฝนตกทุกวันและตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันละครกำหนดแสดง ๓ วัน ต่างก็กลัวกันว่าจะไม่ได้แสดง ท่านรัฐมนตรีต้องการจะพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อสัมฤทธิ์
จึงได้บนบานขอให้ฝนหยุดตกสัก ๓ วัน ๓ คืน หากฝนไม่ตกจะถวายปัจจัยในการสร้างศาลาการเปรียญ เป็นจำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
นับเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ฝนได้ตกรอบหมดทุกทิศเว้นแต่บริเวณงานเท่านั้นที่ฝนไม่ตกเลย ถึง ๓ วัน ๓ คืน ที่มีการแสดงละคร เมื่อเลิกงานแล้วฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก
ท่านรัฐมนตรีและคณะประจักษ์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ จึงได้ขอเงินมาสร้างศาลาการเปรียญ ซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ทุกวันนี้
เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เวลา ๑๕:๐๐ น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร (นามขณะนั้น) ได้เสด็จโดยการส่วนพระองค์ จากพระราชวังไกลกังวลหัวหินมานมัสการหลวงพ่อสัมฤทธิ์
และทรงเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนชาวบ้านแหลม ในโอกาสวันเดียวกันนี้ คณะกรรมการวัดต้นสนได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์แด่พระองค์ เป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง.
วัตถุมงคลหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน
วัตถุมงคลที่ทางวัดจัดสร้างไว้เป็นเครื่องหมายแทนองค์หลวงพ่อ มีอยู่มากมายหลายชนิด อาทิเช่น รูปหล่อจำลองขนาดบูชา รูปจำลองขนาดเล็กแขวนบูชาได้ เหรียญทองแดง ทองแดงชุบทอง ลงยาทองขาว แหวนรูปหลวงพ่อลงยาสี พระผงผสมเกสรฯ
ประสบการณ์และความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญและพระเครื่องตลอดจน วัตถุมงคลของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ในรูปรอื่นๆก็มีปรากฏอยู่มากมายหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน เช่น เด็กตกน้ำไม่จมบ้าง คาดแคล้วจากอุบัติเหตุ อุบัติภัย ทั้งบนบกและทางทะเลบ้างโดยเฉพาะบรรดาเรืออวนรากจะมีรูปหลวงพ่อติดไว้บูชาอยู่เรือทุกลำ.
พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก
องค์พระจำลองมาจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน เชื่อกันว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นพระที่หล่อ ๒ ชิ้นมาประกอบกัน โดยหล่อแยกระหว่างองค์พระกับฐานบัวหงาย สร้างด้วยเนื้อทองเหลือง ก้นมีดินไทย มีความสูง ๙ นิ้ว บางองค์มีตามุข
![]() |
| พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก |
![]() |
| พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก |
![]() |
| พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก |
ที่ฐานบัวมีการแกะข้อความว่า "หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน" จำนวนการสร้างประมาณ ๑,๐๐๐ องค์
พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง
สร้างขึ้นหลังปี พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยองค์พระจำลองมาจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน เป็นพระที่หล่อ ๒ ชิ้นมาประกอบกัน โดยหล่อแยกระหว่างองค์พระกับฐานบัวหงาย สร้างด้วยเนื้อทองเหลือง มีดินไทย
![]() |
| พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง |
![]() |
| พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง |
![]() |
| พระบูชาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง |
ที่ฐานมีป้ายแปะกำกับไว้ข้อความว่า "หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน อ.บ้านแหม จ.เพชรบุรี" (บางองค์ไม่มีป้ายกำกับ แต่แกะตัวอักษรไว้ก็มี) มีความสูง ๑๒.๘ นิ้ว ฐานกว้าง ๔.๕ นิ้ว
เหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก
สร้างในราวปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ลักษณะเป็นเหรียญพิมพ์พุ่มข้าวบิณทร์ มีหูในตัว เหรียญมีการสร้างด้วยเนื้อเงินลงยา อัลปาก้า และทองแดง และทองแดงกระไหล่ทอง จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุไว้ จุดสังเกตุเหรียญรุ่นแรกนี้ให้จดจำยันต์ตัว นะ ให้แม่นยำ
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นแรก |
ด้านหน้า มีรูปจำลองหลวงพ่อสัมฤทธิ์ องค์พระชัดเจนมีหน้ามีตา มีลายกนกล้อไปกับขอบเหรียญ
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ นะ อรหัง อ่านได้ว่า "นะ อะ ระ หัง สัม มา สัม พุท โธ" ไม่มีตัวอักษรไทยบนพื้นเหรียญ
เหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง
สร้างขึ้นหลังปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ลักษณะคล้ายเหรียญรุ่นแรกแต่ขาดความคมชัดขององค์พระและยันต์ด้านหลังจะขาด ลักษณะเป็นเหรียญพิมพ์พุ่มข้าวบิณทร์ มีหูในตัว เหรียญมีการสร้างด้วยเนื้ออัลปาก้า และทองแดง จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุไว้ จุดสังเกตุเหรียญรุ่นแรกนี้ให้จดจำยันต์ตัว นะ ให้แม่นยำ ซึงจะแตกต่างกับรุ่นแรก
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดต้นสน รุ่นสอง |
ด้านหน้า มีรูปจำลองหลวงพ่อสัมฤทธิ์ องค์พระขาดความชัดเจน มีลายกนกล้อไปกับขอบเหรียญ
ด้านหลัง มีอักขระยันต์ นะ อรหัง อ่านได้ว่า "นะ อะ ระ หัง สัม มา สัม พุท โธ" ไม่มีตัวอักษรไทยบนพื้นเหรียญ ตัวยันต์ "สัม" ขาดกลาง และยันต์ขาดความชัดเจน
นิ้ว ก้นดินไทย รุ่นแร พร
โดย : สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุนให้เราเขียนบทความดีๆ ช่วยกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***
หิ้งๆ สูง ๙นิ้ว ก้นดินไทย รุ่นแร












ไม่มีความคิดเห็น